“ฟู้ดแพชชั่น” เดินหน้าขยายตลาดอาเซียนต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวี (กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม)
โดยให้น้ำหนักกับการขยายแบรนด์เรือธง “บาร์บีคิวพลาซ่า” ล่าสุด ได้ผนึกความร่วมมือกับพันธมิตรท้องถิ่น บุกตลาดกัมพูชา หลังจากก่อนหน้านี้บุกตลาดในมาเลเซีย และอินโดนีเซีย
ชาตยา สุพรรณพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฟู้ดแพชชั่น จำกัด กล่าวว่า บริษัทตั้งเป้าหมายภายในปี 2563 จะพาแบรนด์ในกลุ่ม ก้าวสู่ แบรนด์ระดับภูมิภาค โดยยังคงตั้งเป้าหมายนำแบรนด์บาร์บีคิวพลาซ่า เป็นแบรนด์หลัก ปักหมุดในอาเซียน และผลักดันให้มีสัดส่วนยอดขายจากตลาดต่างประเทศให้ได้ 9% หรือ ราว 600 ล้านบาท และมีจำนวนสาขาในกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวี รวมจำนวน 30 สาขาภายในปี2563 โดยในปีนี้บริษัทเดินหน้าขยายธุรกิจต่างประเทศต่อเนื่อง ด้วยรูปแบบการขายสิทธิ์แฟรนไชส์
ล่าสุด ได้ผนึก “เอ็กซ์เพรส ฟู้ด กรุ๊ป” (Express Food Group) หรืออีเอฟจี บริษัทในเครือ อาร์ เอ็ม เอ กรุ๊ป ซึ่งเป็นผู้ดำเนินธุรกิจแฟรนไชส์ร้านอาหารระดับภูมิภาค นำแบรนด์บาร์บีคิวพลาซ่าทำตลาดกัมพูชา โดยแต่งตั้งให้อีเอฟจี เป็นผู้รับสิทธิมาสเตอร์แฟรนไชส์แต่เพียงผู้เดียวในกัมพูชา
เบื้องต้นอีเอฟจีวางงบลงทุน 150 ล้านบาท สำหรับการขยาย 10 สาขา ภายในปี2564 หรือเฉลี่ยลงทุนสาขาละ 15 ล้านบาท ซึ่งเตรียมจะเปิดสาขาแรกที่ ศูนย์การค้าเมกาโปรเจค อิออนมอลล์ (AEON Mall) ที่กรุงพนมเปญ ในเดือน มิ.ย.นี้ และคาดว่าจะเปิดที่กัมพูชาให้ได้ 2 สาขา ภายในปีนี้
สำหรับตลาดกัมพูชาเป็นตลาดที่น่าสนใจเนื่องจากมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจต่อเนื่อง โดยเติบโตเฉลี่ยปีละ 7.2% จึงตลาดที่มีศักยภาพที่ดีสำหรับการทำธุรกิจ ประชากรมีกำลังซื้อเพิ่มขึ้น โดยคนรุ่นใหม่ 13% ของประชากรในพนมเปญ มีรายได้มากกว่า 600 - 1,000ดอลล่าร์ต่อเดือน หรือประมาณ 21,000 -35,000 บาท ส่วนอีก 6% มีรายได้มากกว่า1,000 - 2,000ดอลลาร์ต่อเดือน หรือราว 35,000-70,000บาท
ทั้งนี้ปัจจุบันบาร์บีคิวพลาซ่าในอาเซียน จำนวน 19 สาขา ใน 2 ประเทศ แบ่งเป็น มาเลเซีย ที่เริ่มดำเนินงานในปี 2548 ปัจจุบันมีจำนวน 17 สาขา และอินโดนีเซีย เริ่มทำตลาดนี้ในปี2556 ตอนนี้มีจำนวน 2 สาขา โดยทั้ง 2 ตลาดนี้ดำเนินงานภายใต้รูปแบบการให้ไลเซ่นส์ ดำเนินงานแบรนด์บาร์บีคิวพลาซ่า คล้ายกับรูปแบบแฟรนไชส์ แต่จะแบ่งสัดส่วนรายได้กับพันธมิตร แบ่งเป็น พันธมิตร 60%และฟู้ดแพชชั่น 40% แตกต่างกับรูปแบบรายได้ที่ทำกับพันธมิตรในกัมพูชา ที่รายได้จะเป็นของพันธมิตร 100%
เควิน วิทคราฟท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อาร์ เอ็ม เอ กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า อีเอฟจี เป็นบริษัทไทยที่มีความเชี่ยวชาญดำเนินธุรกิจร้านอาหารในกัมพูชามานาน และมีประสบการณ์ดำเนินธุรกิจต่างๆในตลาดกัมพูชากว่า 22 ปี ปัจจุบันมีธุรกิจในตลาดลาว กัมพูชา และเมียนมา ถือสิทธิ์แฟรนไชส์แบรนด์อาหารต่างๆ ทั้ง เดอะ พิซซ่า คอมปะนี, สเวนเซ่นส์, คริสปี้ ครีม ซึ่งล้วนเป็นแบรนด์อาหารตะวันตก
ล่าสุด ได้มาถือสิทธิ์แบรนด์อาหารเอเชีย คือ บาร์บีคิวพลาซ่า โดยคาดว่า การร่วมมือกันครั้งนี้ จะช่วยขับเคลื่อนธุรกิจและทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้การดำเนินงานระหว่างกัน โดยเฉพาะความรู้ด้านการทำตลาดดิจิทัลของบาร์บีคิวพลาซ่าที่แข็งแกร่ง
“เรายังคาดว่าในปีนี้อาจจะขยายสาขาได้ในจำนวนที่เร็วกว่าและมากกว่าแผนที่วางไว้ หรืออาจเปิดมากกว่า 2 สาขาในปีนี้”
สำหรับภาพรวมการดำเนินธุรกิจของอีเอฟจี ในปีก่อนมีการเติบโตมากกว่า 10%หรือมียอดขายกว่า 2,000 ล้านบาท และในปีนี้ก็คาดว่าจะเติบโต 15%จากการขยายธุรกิจในตลาดประเทศเพื่อนบ้าน โดยยังไม่รวมแบรนด์ร้านอาหารที่บริษัทได้สัมปทานบริหารงานในสนามบินกัมพูชา ทั้ง 3 แห่งเพิ่มเติม
ทั้งนี้ เกณฑ์ในการเลือกพันธมิตรของบริษัท จะเลือกแบรนด์ที่เป็นผู้นำของตลาด คุณภาพอาหารของแบรนด์ดังกล่าว
ส่วนกุญแจแห่งความสำเร็จของการบริหารงานในกัมพูชา คือ การพัฒนาบุคคลากร เพราะทุกธุรกิจล้วนมี “คน” เป็นหัวใจสำคัญของการดำเนินงาน








