วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

“ฟู้ดแพชชั่น”รุกกัมพูชาสานเป้าแบรนด์ภูมิภาค 

“ฟู้ดแพชชั่น” เดินหน้าขยายตลาดอาเซียนต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวี (กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม)

โดยให้น้ำหนักกับการขยายแบรนด์เรือธง “บาร์บีคิวพลาซ่า” ล่าสุด ได้ผนึกความร่วมมือกับพันธมิตรท้องถิ่น บุกตลาดกัมพูชา หลังจากก่อนหน้านี้บุกตลาดในมาเลเซีย และอินโดนีเซีย

ชาตยา สุพรรณพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฟู้ดแพชชั่น จำกัด กล่าวว่า บริษัทตั้งเป้าหมายภายในปี 2563 จะพาแบรนด์ในกลุ่ม ก้าวสู่ แบรนด์ระดับภูมิภาค โดยยังคงตั้งเป้าหมายนำแบรนด์บาร์บีคิวพลาซ่า เป็นแบรนด์หลัก ปักหมุดในอาเซียน และผลักดันให้มีสัดส่วนยอดขายจากตลาดต่างประเทศให้ได้ 9% หรือ ราว 600 ล้านบาท และมีจำนวนสาขาในกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวี รวมจำนวน 30 สาขาภายในปี2563 โดยในปีนี้บริษัทเดินหน้าขยายธุรกิจต่างประเทศต่อเนื่อง ด้วยรูปแบบการขายสิทธิ์แฟรนไชส์

ล่าสุด ได้ผนึก “เอ็กซ์เพรส ฟู้ด กรุ๊ป” (Express Food Group) หรืออีเอฟจี บริษัทในเครือ อาร์ เอ็ม เอ กรุ๊ป ซึ่งเป็นผู้ดำเนินธุรกิจแฟรนไชส์ร้านอาหารระดับภูมิภาค นำแบรนด์บาร์บีคิวพลาซ่าทำตลาดกัมพูชา โดยแต่งตั้งให้อีเอฟจี เป็นผู้รับสิทธิมาสเตอร์แฟรนไชส์แต่เพียงผู้เดียวในกัมพูชา 

เบื้องต้นอีเอฟจีวางงบลงทุน 150 ล้านบาท สำหรับการขยาย 10 สาขา ภายในปี2564 หรือเฉลี่ยลงทุนสาขาละ 15 ล้านบาท ซึ่งเตรียมจะเปิดสาขาแรกที่ ศูนย์การค้าเมกาโปรเจค อิออนมอลล์ (AEON Mall) ที่กรุงพนมเปญ ในเดือน มิ.ย.นี้ และคาดว่าจะเปิดที่กัมพูชาให้ได้ 2 สาขา ภายในปีนี้

สำหรับตลาดกัมพูชาเป็นตลาดที่น่าสนใจเนื่องจากมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจต่อเนื่อง โดยเติบโตเฉลี่ยปีละ 7.2% จึงตลาดที่มีศักยภาพที่ดีสำหรับการทำธุรกิจ ประชากรมีกำลังซื้อเพิ่มขึ้น โดยคนรุ่นใหม่ 13% ของประชากรในพนมเปญ มีรายได้มากกว่า 600 - 1,000ดอลล่าร์ต่อเดือน หรือประมาณ 21,000 -35,000 บาท ส่วนอีก 6% มีรายได้มากกว่า1,000 - 2,000ดอลลาร์ต่อเดือน หรือราว 35,000-70,000บาท

ทั้งนี้ปัจจุบันบาร์บีคิวพลาซ่าในอาเซียน จำนวน 19 สาขา ใน 2 ประเทศ แบ่งเป็น มาเลเซีย ที่เริ่มดำเนินงานในปี 2548 ปัจจุบันมีจำนวน 17 สาขา และอินโดนีเซีย เริ่มทำตลาดนี้ในปี2556 ตอนนี้มีจำนวน 2 สาขา โดยทั้ง 2 ตลาดนี้ดำเนินงานภายใต้รูปแบบการให้ไลเซ่นส์ ดำเนินงานแบรนด์บาร์บีคิวพลาซ่า คล้ายกับรูปแบบแฟรนไชส์ แต่จะแบ่งสัดส่วนรายได้กับพันธมิตร แบ่งเป็น พันธมิตร 60%และฟู้ดแพชชั่น 40% แตกต่างกับรูปแบบรายได้ที่ทำกับพันธมิตรในกัมพูชา ที่รายได้จะเป็นของพันธมิตร 100%

เควิน วิทคราฟท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อาร์ เอ็ม เอ กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า อีเอฟจี เป็นบริษัทไทยที่มีความเชี่ยวชาญดำเนินธุรกิจร้านอาหารในกัมพูชามานาน และมีประสบการณ์ดำเนินธุรกิจต่างๆในตลาดกัมพูชากว่า 22 ปี ปัจจุบันมีธุรกิจในตลาดลาว กัมพูชา และเมียนมา ถือสิทธิ์แฟรนไชส์แบรนด์อาหารต่างๆ ทั้ง เดอะ พิซซ่า คอมปะนี, สเวนเซ่นส์, คริสปี้ ครีม ซึ่งล้วนเป็นแบรนด์อาหารตะวันตก 

ล่าสุด ได้มาถือสิทธิ์แบรนด์อาหารเอเชีย คือ บาร์บีคิวพลาซ่า โดยคาดว่า การร่วมมือกันครั้งนี้ จะช่วยขับเคลื่อนธุรกิจและทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้การดำเนินงานระหว่างกัน โดยเฉพาะความรู้ด้านการทำตลาดดิจิทัลของบาร์บีคิวพลาซ่าที่แข็งแกร่ง

“เรายังคาดว่าในปีนี้อาจจะขยายสาขาได้ในจำนวนที่เร็วกว่าและมากกว่าแผนที่วางไว้ หรืออาจเปิดมากกว่า 2 สาขาในปีนี้”

สำหรับภาพรวมการดำเนินธุรกิจของอีเอฟจี ในปีก่อนมีการเติบโตมากกว่า 10%หรือมียอดขายกว่า 2,000 ล้านบาท และในปีนี้ก็คาดว่าจะเติบโต 15%จากการขยายธุรกิจในตลาดประเทศเพื่อนบ้าน โดยยังไม่รวมแบรนด์ร้านอาหารที่บริษัทได้สัมปทานบริหารงานในสนามบินกัมพูชา ทั้ง 3 แห่งเพิ่มเติม

ทั้งนี้ เกณฑ์ในการเลือกพันธมิตรของบริษัท จะเลือกแบรนด์ที่เป็นผู้นำของตลาด คุณภาพอาหารของแบรนด์ดังกล่าว 

ส่วนกุญแจแห่งความสำเร็จของการบริหารงานในกัมพูชา คือ การพัฒนาบุคคลากร เพราะทุกธุรกิจล้วนมี “คน” เป็นหัวใจสำคัญของการดำเนินงาน