วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

Daily Market Outlook (4 เม.ย.60)

ความเสี่ยงทางการเมืองระหว่างประเทศ

คาดหุ้นไทยปรับตัวลงวันนี้ นักลงทุนโลกต่างหลบไปเน้นสินทรัพย์ความเสี่ยงต่ำจากความเสี่ยงทางการเมืองในสหรัฐ ที่ตอนนี้กลบตัวเลขเศรษฐกิจที่ดีของสหรัฐและของโลก หลายรัฐของสหรัฐฟ้องดำเนินคดีกับรัฐบาล Trump และพรรคดีโมแครตลงมติชนะในรัฐสภาคัดค้านผู้ที่จะดำรงตำแหน่งศาลฎีกาที่เสนอชื่อโดย Trump ซึ่งทั้งสองกรณีทำให้นักลงทุนยิ่งไม่เชื่อมั่นว่า Trump จะออกกฎหมายตามที่หาเสียงไว้ได้ นักลงทุนระมัดระวังก่อนการประชุม Trump กับ Xi Jinping สัปดาห์นี้ เพราะผลการประชุมอาจจะมีส่วนสำคัญต่ออนาคตทางการเมืองและการค้าของโลกนับจากนี้ การส่งออกของไทยอาจกระทบกระเทือนจากนโยบาย Trump ได้ เพราะประเทศไทยอยู่ในรายชื่อประเทศที่เกินดุลการค้ากับสหรัฐ

หุ้นเด่นวันนี้: WIIK (ราคาปิด 4.98; ซื้อ; ราคาเป้าหมาย AWS ที่ 6.70 บาท)

เราเลือก WIIK เป็น Pick of the day ด้วย เหตุผลหลัก 4 ประการ ได้แก่ (1)บริษัทกำลังจะจ่ายเงินปันผล 0.20 บาทต่อหุ้นจากผลการดำเนินงานปี 2559 คิดเป็นผลตอบแทนสูงถึง 4.0% จะขึ้นเครื่องหมายXD วันที่ 7 เม.ย.60 โดยวันที่ 5 เม.ย.จะเป็นวันสุดท้ายของการซื้อหุ้นแล้วได้รับปันผลงวดนี้ (2)บริษัทคาดว่าจะมีรายได้จากธุรกิจบริหารจัดการน้ำเข้ามาในปี 2560 นี้เท่ากับ 87 ล้านบาท จากโครงการบริหารจัดการน้ำ 2 โครงการ ซึ่งโครงการแรก สยามอีสเทิร์นปาร์ค เริ่มรับรู้รายได้มาตั้งแต่ ส.ค.59 ปีนี้จะรับรู้รายได้เต็มปีราว 50 ล้านบาท ส่วนโครงการที่ 2 ของนิคมอุตสาหกรรมเวลโกรว์ จะเริ่มรับรู้รายได้ตั้งแต่ปลาย เม.ย.60 เร็วกว่าที่เคยกำหนดไว้ มิ.ย.60 คิดเป็นรายได้เข้ามาราว 37 ล้านบาทในปี 2560 นอกจากนี้ บริษัทแจ้งว่าจะมีโครงการบริหารจัดการน้ำโครงการละประมาณ 12,000 ลบ.ม.ต่อวัน เข้ามาอีก 3 โครงการภายในปี 2560 นี้ เป็นการเพิ่มรายได้ประเภท Recurring Income ที่มีมาร์จิ้นดีเข้ามาอย่างต่อเนื่อง (3)จำนวน Backlog ไม่รวมงานบริหารจัดการน้ำ ณ ปัจจุบันเพิ่มเข้ามาเป็น 802 ล้านบาท เพิ่มจากไตรมาส 3/59 ที่อยู่ต่ำกว่าระดับ 600 ล้านบาท ถือว่าบริษัทมีพัฒนาการดีด้านงานขายท่อ HDPE นอกจากนี้ งานนิคมอุตสาหกรรมเวลโกรว์ มีการสั่งซื้อท่อ WeHolite ซึ่งเป็นสินค้ามาร์จิ้นสูงไปติดตั้ง คาดว่าทำให้งานการขายท่อของ WIIK เติบโตดีขึ้น (4) พ.ร.บ.เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) จะกระตุ้นการลงทุนในภาคตะวันออก ทำให้ต้องวางโครงการเร่งด่วน 48 โครงการเพื่อรองรับเกี่ยวกับระบบน้ำ วงเงิน 7 พันล้านบาท รวมถึงการเพิ่มอ่างเก็บน้ำ การสร้างท่อน้ำ ปรับปรุงท่อระบายน้ำ รวมถึงระบบประปา นับว่าเป็นปัจจัยมหภาคที่ส่งผลบวกต่อ WIIK เราแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 6.70 บาท อิงวิธี Sum-of-the-parts จากค่า PER 14 เท่าของธุรกิจรับเหมาก่อสร้างรวม 6.00 บาท และ ค่า DCF สำหรับงานบริหารจัดการน้ำ 2 แห่งรวม 0.70 บาท ภาพทางด้านเทคนิค: Price Pattern ของ WIIK ยังมีความแข็งแกร่งในแนวโน้มหลักที่เป็นแนวโน้มขาขึ้น (Uptrend) จากการเกิด Monthly Buy Signal แต่ยังอยู่ในช่วงของการปรับฐานในระยะสั้นและระยะกลางจากการเกิดทั้ง Daily & Weekly Sell Signal ทั้งนี้จะกลับมาเกิด Daily Buy Signal ครั้งใหม่ได้เมื่อปิดตลาดเหนือ 5.00 บาท และเกิด Weekly Buy Signal ครั้งใหม่ได้เมื่อปิดตลาดรายสัปดาห์เหนือ 5.40 บาท โดยมีเป้าหมายหลักอยู่ที่ 5.15 บาท ซึ่งหาก Break ด้วยการปิดตลาดเหนือ 5.15 บาทได้สำเร็จ จะได้เห็นการทำ New High ครั้งใหม่ โดยมีเป้าหมายแรกเพื่อทดสอบ High เดิมที่ 6.40 บาท และมีเป้าหมายแรกของการทำ New High อยู่ที่ 7.95 บาท ตามลำดับ (Resistance: 5.00, 5.05, 5.10; Support: 4.96, 4.94, 4.92)

ปัจจัยสำคัญ

ประเด็นในประเทศ:

• ความเชื่อมั่นภาคธุรกิจเพิ่มขึ้นสู่จุดสูงสุดรอบ 24 เดือนดัชนีความเชื่อมั่นภาคธุรกิจ (BSI) มี.ค. เพิ่มขึ้นสู่ 52.6 จาก 49.8 ใน ก.พ. สูงสุดรอบ 24 เดือน ขณะเดียวกันหากปรับผลของฤดูกาล ดัชนี มี.ค. จะเท่ากับ 51.0 ก็ยังอยู่เหนือ 50 หรือจุดแยกระหว่างแดนบวกกับแดนลบ เป็นเพราะความเชื่อมั่นที่แข็งแกร่งในภาคการผลิตสอดคล่องกับการฟื้นตัวของการส่งออก (Bangkok Post)

• เงินเฟ้อ มี.ค. เพิ่มขึ้น พาณิชย์ปรับเพิ่มคาดการณ์เงินเฟ้อ ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) มี.ค. เพิ่มขึ้น 0.76% เทียบปีก่อน หนุนโดยราคาน้ำมันรวมถึงอาหารสดและผักเพิ่มขึ้น เงินเฟ้อฟื้นฐานที่ไม่รวมราคาเชื้อเพลิงและอาหาร บวก 0.62% เทียบปีก่อน ทำให้ ก.พาณิชย์ปรับเพิ่มคาดการณ์เงินเฟ้อทั่วไปเป็นช่วง 1.5-2.2% จากช่วง 1.5-2% เป็นเพราะราคาน้ำมันโลกที่เพิ่มขึ้น เงินเฟ้อสำหรับทั้งไตรมาส 1/60 เท่ากับ 1.25% เทียบปีก่อน (Bangkok Post)ความเห็น: ตัวเลขน่าจะเพิ่มต่อตามเศรษฐกิจประเทศที่อยู่ระหว่างฟื้นตัว ขณะที่อัตราดอกเบี้ยนโยบายยังต่ำอยู่ก็สนับสนุนการฟื้นตัว ธนาคาแห่งประเทศไทยตั้งเป้าหมายเงินเฟ้อระยะกลางไว้ที่ 2.5%

• ก.พาณิชย์เตรียมประเมินผลกระทบจากคำสั่งแก้ขาดดุลการค้าในสหรัฐฯ โดยได้เชิญผู้ประกอบการภาคธุรกิจทั้งนำเข้าและส่งออก นักลงทุนชาวอเมริกันในไทย รวมถึงเจ้าหน้าที่ภาครัฐมาหารือ เพื่อเตรียมรับมือผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นหลังจากที่ล่าสุด Donald Trump ปธน.สหรัฐฯ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ลงนามในคำสั่งคณะบริหารเพื่อหาสาเหตุที่ทำให้สหรัฐฯ ขาดดุลทางการค้า (Bangkok Post)

• CPF สยายปีกสู่EU: CPF ทุ่มเงิน 2.6 พันล้านบาท ซื้อหุ้นทั้งหมดใน Westbridge Food Group Limited (WFGL) คาดว่ารายการจะเสร็จสมบูรณ์ภายในเดือนเมษายน 2560 ซึ่ง WFGL เป็น บจ.ที่จัดตั้งขึ้นในสหราชอาณาจักร ประกอบธุรกิจจัดจำหน่ายเนื้อสัตว์แปรรูปและอาหารสำเร็จรูป ให้กับลูกค้าที่เป็นร้านค้าปลีก ฟู้ดเซอร์วิส โรงงานผลิตอาหาร ในประเทศอังกฤษ รวมทั้งกลุ่มประเทศในสหภาพยุโรป โดย WFGL มีการลงทุนในบริษัทย่อยที่มีโควตานำเข้า (Import Quota License) เนื้อสัตว์ปีกและสินค้าที่ทำจากเนื้อสัตว์ปีก สู่สหภาพยุโรป จำนวน 117 แห่งในประเทศอังกฤษ และ 16 แห่งในประเทศเนเธอร์แลนด์ อีกทั้งยังมีโรงงานสำหรับ Repack สินค้า 1 แห่งในประเทศอังกฤษ เพื่อบรรจุสินค้าตามความต้องการของลูกค้า โดยในปี 2558 ที่ผ่านมา WFGL มีรายได้รวม 14,737 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 173 ล้านบาท ลดลงจากปี 2557 ที่มีรายได้รวม 15,886 ล้านบาท กำไรสุทธิ 446 ล้านบาท (SET)ความเห็น: ดีลนี้ซื้อขายกันที่ 1.8 เท่าของ BV ดีลนี้ช่วยทำให้การส่งออกของ CPF ไปยังอังกฤษ และอียูขยายตัวเพิ่มขึ้น แต่ต้องมองภาพใหญ่เรื่องไข้หวัดนกว่าจะส่งผลบวกทำให้ยอดนำเข้าเพิ่มขึ้นเพียงเวลาช่วงสั้น ๆ หรือได้ยาวนาน เพราะเรามองว่าไข้หวัดนกอาจทำให้ผู้บริโภคในประเทศที่มีการแพร่ระบาดอาจจะลดหรือหลีกเลี่ยงการบริโภคไก่ออกไป การเพิ่มออร์เดอร์เข้ามาในเวลาสั้น ๆ จะส่งผลลบให้เกิดการ Oversupply ในช่วงระยะยาวหลังจากหมดช่วงพีคของการส่งออก บจ.ที่เกี่ยวข้องอาจจะเผชิญปัญหาที่ตามมาจากการ Oversupply อย่างหนัก ราคาหุ้น CPF อยู่ในระดับใกล้เคียงเป้าหมาย 29 บาทที่เราให้ไว้ แนะนำเพียงถือ

ต่างประเทศ:

• อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐปรับตัวลงเมื่อวันจันทร์โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปี ปรับตัวลงแตะระดับต่ำสุดในรอบกว่า 1 เดือน หลังจากมีรายงานยอดขายรถยนต์สหรัฐต่ำกว่าที่คาดและการเข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐในช่วงเริ่มต้นไตรมาส 2 ได้หนุนความต้องการพันธบัตรเพิ่มขึ้น อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 30 ปี ลดลงสู่ระดับ 2.978% จาก 3.017% เมื่อวันศุกร์ ส่วนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปี ปรับตัวลงสู่ระดับ 2.344% จากที่ระดับ 2.395% เมื่อวันศุกร์ (Reuters)

• ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าเทียบกับเงินเยนและเงินยูโรเมื่อวันจันทร์ จากความไม่แน่นอนเกี่ยวกับเสียงสนับสนุนประธานาธิบดีทรัมป์ในสภาคองเกรสสำหรับการเลือกที่จะต่อสู้ในศาลสูงทำให้นักลงทุนกลับมาไม่มั่นใจในความสามารถของเขาที่จะทำให้นโยบายทางเศรษฐกิจเป็นไปตามแผนที่กำหนดไว้ ดัชนีค่าเงินดอลลาร์ปิดลดลง 0.1% ที่ระดับ 100.46 (Reuters)

สหรัฐ:

• ดัชนีตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลดลงเล็กน้อยเมื่อวันจันทร์ เนื่องจากยอดขายรถยนต์ในเดือนมี.ค. ออกมาน่าผิดหวังและนักลงทุนเกิดข้อสงสัยว่ารัฐบาลภายใต้การบริหารของทรัมป์จะสามารถออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจได้หรือไม่ และดัชนีฯ ยังได้รับแรงกดดันหลังจากมีบางรัฐกล่าวหาว่าคำสั่งยกเลิกแผนพลังงานสะอาดของทรัมป์นั้นไม่ชอบธรรมทางกฎหมายและพรรคเดโมแครตรวบรวมเสียงสนับสนุนเพียงพอที่จะขัดขวางมติยืนยันการแต่งตั้งตัวแทนในศาลสูงสหรัฐ (Reuters)

• การใช้จ่ายด้านการก่อสร้างสหรัฐเพิ่มขึ้นใกล้ระดับสูงสุดในรอบ 11 ปีในเดือนก.พ. จากการปรับตัวขึ้นในการลงทุนสร้างบ้าน ค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างเพิ่มขึ้น 0.8% MoM ที่ระดับ 1.19 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในเดือนก.พ. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับแต่เดือนเม.ย. 2549 และเพิ่มขึ้นเทียบกับการลดลง 0.4% ในเดือนม.ค. (ตัวเลขปรับปรุงแล้ว) นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่าค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างจะเพิ่มขึ้น 1.1% ในเดือนก.พ. หลังจากรายงานตัวเลขในเดือนก่อนหน้าลดลง 1.0% ทั้งนี้ ค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างเพิ่มขึ้น 3.0% YoY (Reuters)

ยุโรป:

• ตลาดหุ้นยุโรปเมื่อวันจันทร์ปรับตัวลดลง จากจุดสูงสุดในรอบ 16 เดือน นำโดยการปรับตัวลดลงของหุ้นกลุ่มน้ำมันและกลุ่มธนาคาร (Reuters)

เอเชีย:

• ความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับเกาหลีเหนือตึงเครียดในวาระการประชุมเมื่อประธานาธิบดีจีนและประธานาธิบดีสหรัฐฯในการประชุมสุดยอดครั้งแรกของพวกเขาในสัปดาห์นี้ (Reuters)

• การเพิ่มโครงสร้างพื้นฐานของจีน: ตลาดหุ้นฮ่องกงปรับตัวเพิ่มขึ้นเมื่อวันจันทร์ โดยหุ้นที่เกี่ยวข้องกับสาธารณูปโภคเพิ่มขึ้นอย่างมากจากข่าวที่ปักกิ่งมีแผนที่จะตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษในมณฑล Hebei ที่มีมลพิษอย่างหนัก จีนจะจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษขึ้นที่จังหวัด Hebei เพื่อที่จะส่งเสริมการรวมตัวกับเมืองใกล้เคียงปักกิ่งและเทียนจิน (Reuters)

• บริษัทญี่ปุ่นคาดการณ์ว่าราคาผู้บริโภคในญี่ปุ่นจะเพิ่มขึ้น 0.7% ต่อปีนับจากวันนี้ (Reuters)

• ตลาดการเงินของจีน, ฮ่องกงและไต้หวันปิดทำการในวันนี้ เนื่องในวันหยุดเทศกาลเช็งเม้ง ตลาดในสามประเทศจะเริ่มดำเนินการซื้อขายในวันที่ 5 เมษายน ตลาดการเงินของอินเดียปิดให้บริการในวันหยุด Ram Navami(Reuters)

สินค้าโภคภัณฑ์:

• น้ำมันดิบร่วงวันจันทร์ เพราะลิเบียกลับมาผลิตน้ำมันเพิ่มขึ้นสวนตัวเลขเศรษฐกิจเอเชียที่ดีขึ้นซึ่งสะท้อนว่าอุปสงค์ต่อพลังงานมีมากขึ้นเช่นกัน น้ำมันดิบ Brent ส่งมอบ มิ.ย. ลบ 41 เซนต์ต่อบาร์เรล (-0.8%) ปิด 53.12 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล น้ำมันดิบสหรัฐลบ 36 เซนต์ (-0.7%) ปิด 50.24 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล (Reuters)

• ทองคำบวกวันจันทร์ เพราะกังวลเรื่องการเมืองระหว่างประเทศ แต่ยังซื้อขายในกรอบแคบเพราะไม่มีสัญญาณอะไรใหม่เกี่ยวกับนโยบายการเงินของสหรัฐและเพราะตลาดกำลังรอดูตัวเลขเศรษฐกิจเพิ่มเติมในสัปดาห์นี้เพื่อกำหนดทิศทางให้ชัดเจนขึ้น ราคาทองคำตลาดจรปิดบวก 0.3% ที่ 1,252.66 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ (Reuters)