วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ชงนายกฯใช้ม.44 ล้างไพ่สัมปทานปฏิรูปรถเมล์

"คมนาคม" เตรียมเสนอใช้ "ม.44" ล้างไพ่สัมปทานรถเมล์ หวังปฏิรูปใหม่ทั้งระบบ ด้าน “พิชิต” ระบุเตรียมถกกรมขนส่งฯ เรื่องแผนปฏิรูปรถเมล์ก่อน

แหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า กระทรวงคมนาคมเตรียมเสนอให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ใช้อำนาจตามมาตรา 44 จัดระเบียบเส้นทางเดินรถโดยสาร (รถเมล์) ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลใหม่ทั้งหมด เพราะที่ผ่านมาแผนปฏิรูปรถเมล์ติดปัญหาเรื่องสัมปทานการเดินรถยังไม่สิ้นสุดและแต่ละเส้นทางสิ้นสุดไม่พร้อมกัน

อย่างไรก็ตาม การให้สัมปทานเดินรถเมล์เป็นลักษณะการให้สิทธิ์และไม่ได้เก็บค่าสัมปทาน จึงมีความเป็นไปได้ที่จะเสนอให้ใช้มาตรา 44 จัดเส้นทางเดินรถใหม่ในคราวเดียวกันทั้งระบบ เพื่อไม่ต้องรอให้ผู้ประกอบการแต่ละรายหมดอายุสัมปทานก่อน

นายพิชิต อัคราทิตย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวถึงกระแสข่าวที่มีการเสนอให้ใช้มาตรา 44 ล้างไพ่สัมปทานการเดินรถเมล์ว่า ตอนนี้ยังไม่มีแนวคิดดังกล่าว แต่สัปดาห์หน้าจะมีการหารือเรื่องนี้กับกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลเพื่อเร่งรัดและทำเข้าใจเรื่องแผนปฏิรูปรถเมล์ต่อไป

สำหรับกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ลงนามโยกย้ายนายสุระชัย เอี่ยมวิชรสกุล พ้นจากตำแหน่งผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ให้ไปปฏิบัติหน้าที่ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีนั้น นายพิชิตระบุว่า ประเด็นหลักเกิดจากแผนฟื้นฟู ขสมก. ยังไม่มีความคืบหน้า อีกส่วนเกิดจากการจัดซื้อรถโดยสารที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง (รถเมล์เอ็นจีวี) 489 คัน ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญในแผนฟื้นฟู แต่กลับมีปัญหายืดเยื้อและกระทรวงคมนาคมมองว่า ขสมก. จัดการปัญหาได้ล่าช้าเกินไป

“การทำงานล่าช้าทำให้เกิดผลเสียหายต่อองค์กรและประชาชนไม่ได้ใช้รถเมล์ใหม่เป็นเรื่องที่น่าเสียดาย ซึ่งจุดใดติดปัญหาหรือไม่มีประสิทธิภาพก็จำต้องแก้ในจุดนั้นไปก่อน” นายพิชิตกล่าว

ตั้ง“สมศักดิ์”รักษาการผอ.ขสมก.

ด้านพล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารกิจการ (บอร์ด) องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ เปิดเผยภายหลังการประชุมบอร์ด ขสมก. นัดพิเศษวานนี้ (27 มี.ค.) ว่า ที่ประชุมบอร์ด ขสมก. มีมติแต่งตั้งนายสมศักดิ์ ห่มม่วง รองปลัดกระทรวงคมนาคมและกรรมการ ขสมก. ให้ดำรงตำแหน่งรักษาการผู้อำนวยการ ขสมก. เนื่องจากเห็นว่านายสมศักดิ์ทำงานในกระทรวงคมนาคมมาโดยตลอดและสามารถเข้ามาบริหารจัดการ ขสมก. ได้ โดยมติดังกล่าวให้มีผลทันทีตั้งแต่วันที่ 27 มี.ค.

ทั้งนี้ นายสมศักดิ์มีภารกิจสำคัญในการแก้ปัญหาการจัดซื้อรถเมล์เอ็นจีวี489คัน วงเงิน3,387ล้านบาท เพราะขณะนี้ ขสมก. ได้ปรับเงินบริษัท เบสท์รินกรุ๊ป จำกัด ผู้ชนะการประมูลจัดหารถเมล์เอ็นจีวีฐานส่งมอบรถล่าช้าจนครบวงเงินค้ำประกันตั้งแต่เดือน ก.พ.ที่ผ่านมาแล้ว แต่ยังไม่ได้ยกเลิกสัญญา

คาดเดือนเม.ย.นี้ชัดเจนสัญญา‘เมล์เอ็นจีวี’

อย่างไรก็ตาม ขสมก. ไม่จำเป็นต้องรอหนังสือยืนยันแหล่งกำเนิดรถเมล์จากกรมศุลกากรจึงพิจารณายกเลิกสัญญา เพราะเป็นเรื่องที่ขึ้นอยู่กับการบริหารสัญญาและหาข้อมูลเอกสารประกอบการพิจารณา โดย ขสมก. เร่งรัดดำเนินการให้เป็นไปตามกรอบสัญญาเร็วที่สุดและคาดว่าเดือน เม.ย. จะมีความชัดเจนในการบอกเลิกสัญญากับบริษัทเบสท์รินฯ

ถ้าหากบอกเลิกสัญญาแล้วบริษัท เบสท์รินฯ ฟ้องร้อง ทาง ขสมก. ก็พร้อมรับมือฟ้องร้องอย่างเต็มที่ และยืนยันว่า ขสมก. ต้องชนะเท่านั้น เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบตามมาและไม่ให้ประชาชนเป็นผู้เสียผลประโยชน์ เหมือนกับหน่วยงานรัฐบางแห่งในอดีตที่มีการฟ้องร้องและหน่วยงานภาครัฐเป็นฝ่ายแพ้คดี ส่งผลให้ต้องจ่ายค่าเสียหายกับบริษัทเอกชนที่เป็นคู่สัญญา

ปรับแผนจัดซื้อรถพลังงานทางเลือก

พล.ต.อ.เอก กล่าวถึงนายสุระชัยว่า ขณะนี้ยังต้องถือว่านายสุระชัยดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการ ขสมก. อยู่ เพราะขณะนี้บอร์ดยังไม่มีมติยกเลิกสัญญาจ้าง ซึ่ง ขสมก. ยังต้องจ่ายเงินเดือนให้นายสุระชัย ในอัตราเดือนละกว่า100,000บาท จนกว่าจะหมดสัญญาจ้าง โดยนายสุระชัยเข้ารับตำแหน่งผู้อำนวยการ ขสมก. เมื่อวันที่ 3 มี.ค. 2559 และเพิ่งผ่านการประเมินผลการทำงานครบ 1 ปี เมื่อต้นเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา และยังเหลือวาระอีก 3 ปี

สำหรับแนวทางการเดินหน้าโครงการของ ขสมก. นั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างเสนอปรับแผนจัดซื้อรถเมล์พลังงานทางเลือกเพื่อเร่งนำรถเมล์ใหม่มาให้บริการประชาชน ควบคู่ไปกับการเตรียมปรับตัวเพื่อเป็นผู้ให้บริการ (Operator)จึงมีแผนจัดระเบียบเส้นทางรถเมล์ให้มีความสอดคล้องกับระบบขนส่งสาธารณะมากขึ้น

นอกจากนี้ยังจะพิจารณาเปลี่ยนรถตู้ที่เป็นรถร่วม ขสมก. ซึ่งมีอยู่ราว6,000คันเป็นรถโดยสารขนาดเล็ก (ไมโครบัส) เนื่องจากสัญญาของรถตู้ส่วนใหญ่จะหมดลงในอีก 2ปีข้างหน้า ดังนั้นจึงจะพิจารณาให้การต่อสัญญาใหม่ต้องเปลี่ยนเป็นรถไมโครบัสตามนโยบายของรัฐบาล