วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

“กฤษดา”ลาออก ผอ.ไทยพีบีเอส

“กฤษดา” ประกาศลาออกผอ.ส.ส.ท. รับผิดชอบกรณีซื้อตราสารหนี้ "ซีพีเอฟ" หลังมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากหลายภาคส่วน

วันนี้ (15 มี.ค.) นายกฤษดา เรืองอารีย์รัชต์ ประกาศลาออกจากตำแหน่งผู้อำนวยการ องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) เพื่อแสดงความรับผิดชอบกรณีซื้อตราสารหนี้ “ซีพีเอฟ” ซึ่งมีการวิพากษ์วิจารณ์จากหลายภาคส่วน และกระทบความรู้สึกประชาชนและเครือข่าย

นายกฤษดา กล่าวว่าแม้ว่าการดำเนินงานกรณีซื้อตราสารหนี้ จะถูกต้องและเป็นประโยชน์ต่อองค์กร แต่เมื่อกระทบต่อความรู้สึกของประชาชนอย่างมาก รวมทั้งเครือข่ายที่เคยทำงานร่วมกับไทยพีบีเอส ซึ่งตนเองได้รับฟังข้อกังวลจากทุกฝ่ายและน้อมรับคำแนะนำ พร้อมขออภัยต่อการดำเนินการที่กระทบความรู้สึกของทุกคนเป็นอย่างมาก และขอแสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออกจาก ผู้อำนวยการไทยพีบีเอส

ทั้งนี้ ตามพ.ร.บ.องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย กรณี ผู้อำนวยการ ลาออก ส่งผลให้รองผู้อำนวยการ ต้องพ้นจากตำแหน่งไปพร้อมกัน

อย่างไรก็ตามในวันเดียวกันนี้ (15 มี.ค.) ไทยพีบีเอส ได้ออกแถลงการณ์ คำชี้แจงกรณีกำรซื้อตราสารหนี้ บริษัท ซีพีเอฟ จำกัด (มหาชน) โดยระบุว่า

 
จากกรณีที่มีการแสดงความคิดเห็นจากสังคม ถึงการบริหารสินทรัพย์สภาพคล่องขององค์การกระจายเสียง และแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) ด้วยการนำสินทรัพย์สภาพคล่อง (รายได้ที่ยังไม่ถึงกำหนดใช้จ่าย)
ไปซื้อตราสารหนี้ เพื่อทำให้สินทรัพย์สภาพคล่องนั้นสร้างรายได้และถูกนำไปพัฒนาองค์กร ซึ่งกรณีนี้มีผู้ชมผู้ฟังส่วนหนึ่ง ได้ตั้งข้อสังเกตถึงความเหมาะสมของการลงทุนดังกล่าว และกังวลว่าจะกระทบความเป็นอิสระในการทำหน้าที่สื่อสาธารณะ ผู้บริหาร ส.ส.ท. ขอขอบคุณในทุกข้อคิดความเห็นจากทุกภาคส่วน ทั้งนี้ ผู้บริหาร ส.ส.ท. รู้สึกเสียใจ และขออภัยที่สร้างความกังวลใจให้กับประชาชนที่ติดตามไทยพีบีเอสมาโดยตลอด

อย่างไรก็ตาม ผู้บริหาร ส.ส.ท ขอเรียนชี้แจงว่า การบริหารสินทรัพย์สภาพคล่องมีจุดมุ่งหมายเพียงเพื่อให้การบริหารเงินรายได้ที่รอถึงกำหนดจ่าย มีประสิทธิภาพและเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะมากที่สุด ภายใต้กรอบที่กฎหมายกำหนด โดยมีการจัดการบริหารความเสี่ยงทางการเงิน เป็นเงื่อนไขกากับการลงทุน คือ ลงทุนในตราสารหนี้ ที่มีการจัดอันดับเครดิตในระดับ A (จัดอันดับโดย TRIS) ซึ่งหมายถึงตราสารที่มีความเสี่ยงในระดับต่า มีความสามารถ
ในการชำระดอกเบี้ยและคืนเงินต้นในเกณฑ์สูง กลไกการใช้ดุลยพินิจ กลไกการบริหารสินทรัพย์สภาพคล่อง ระเบียบ ส.ส.ท.กาหนดให้คณะกรรมการบริหารมีหน้าที่จัดทากรอบ นโยบายลงทุนเสนอให้คณะกรรมการนโยบายอนุมัติในทุกปีงบประมาณ

โดยเสนอขออนุมัติพร้อมกับงบประมาณ รายจ่ายประจำปีงบประมาณ เมื่อผ่านความเห็นชอบแล้ว ฝ่ายบริหารจึงดาเนินการบริหารจัดการในรูปแบบต่างๆ ภายใต้กรอบที่กฎหมายกาหนด รวมทั้งเงินฝากในสถาบันการเงิน ตราสารหนี้ (พันธบัตรและหุ้นกู้) ซึ่งการบริหารสินทรัพย์สภาพคล่องในปีงบประมาณ ๒๕๖๐ ก็ดำเนินการตามกรอบนโยบายลงทุนที่ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการนโยบาย และการตัดสินใจเลือกลงทุนในตราสารหนี้บริษัทใดบริษัทหนึ่งนั้น ฝ่ายบริหารจะมีการปรึกษาหารือกับที่ปรึกษาทางการเงิน โดยลงทุนในตราสารหนี้เท่านั้น ไม่มีนโยบายลงทุนในหุ้นสามัญหรือตราสารทุน ประเภทอื่นๆ อย่างเด็ดขาด ด้วยเหตุผลการบริหารความเสี่ยงทางการเงินที่ต่ำกว่า และบริหารจัดการสภาพคล่องได้ดีกว่า

อย่างไรก็ตาม เพื่อยืนยันในหลักการของสื่อสาธารณะ ที่ให้ความสาคัญต่อการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างรอบด้าน เสียงวิพากษ์วิจารณ์และข้อคิดความเห็นต่าง ๆ ต่อการบริหารสินทรัพย์สภาพคล่องของส.ส.ท. จึงเป็นสิ่งที่
ฝ่ายบริหาร ส.ส.ท ตระหนัก และเล็งเห็นว่าจาเป็นต้องมีการพิจารณา "ทบทวนกรอบนโยบายลงทุน" รวมทั้งการยุติการลงทุนในตราสารหนี้บางบริษัทที่อาจจะส่งผลให้ภาคประชาชนและสังคมโดยรวมเกิดข้อสงสัยและความคลางแคลงใจ โดยจะมีการนำเสนอให้คณะกรรมการนโยบาย ส.ส.ท. พิจารณาโดยเร็วที่สุด