วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

เทรนด์ยุโรปเน้นบินตรง ททท.จับมือทัวร์ใหญ่ดันเที่ยวเพิ่ม

ททท.จับเทรนด์ตลาดยุโรปนิยมเดินทางตรงจุดหมายแบบไม่แวะเปลี่ยนเครื่อง จับมือเครือข่ายทัวร์ใหญ่ของสายการบินกระตุ้นตลาด

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า หลังจากที่ ททท. นำผู้ประกอบการ 88 รายเข้าร่วมงานส่งเสริมการขายไอทีบี เบอร์ลิน 2017 พบว่าเทรนด์ตลาดยุโรปยังมีความต้องการเดินทางมาไทยสูง แต่พฤติกรรมปรับเปลี่ยนมาสู่การบินตรงเข้าสู่จุดหมายปลายทางมากขึ้น โดยไม่ต้องแวะเปลี่ยนเครื่อง

ดังนั้น ทำให้ต้องใช้กลยุทธ์ความร่วมมือกับสายการบินต่างๆ มากขึ้น และภายในงานนี้ ได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือร่วมมือ (MOU) กับ ลุฟต์ฮันซ่า ซิตี้ เซ็นเตอร์ (แอลซีซี) ซึ่งมีเครือข่ายบริษัทท่องเที่ยวทั่วโลก 650 แห่งใน 80 ประเทศ ในการผลักดันให้ไทยเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งปี (Destination of the Year) ซึ่งเป็นการสร้างเครือข่ายพันธมิตรท่องเที่ยวในตลาดหลัก

ทั้งนี้ อัตราการเติบโตรายได้ตลาดยุโรปปีนี้ ตั้งเป้าไว้ที่ 5% จากปีที่ผ่านมาเติบโต 3-4 % จำนวนวันพักเฉลี่ย 17 วัน โดยได้สั่งการให้สำนักงาน ททท.ในยุโรป หาเซ็กเมนท์เฉพาะกลุ่มมากขึ้น เช่น ฝรั่งเศส ที่มีวันหยุดจำนวนมาก หรือ สวีเดน ที่เดินทางเป็นครอบครัว มีศักยภาพในการใช้จ่ายสูง

สำหรับความคืบหน้าโครงการมิชลิน ไกด์บุ้ค ที่ได้ผ่านความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ไปเมื่อเดือนที่ผ่านมา โดยมีความร่วมมือกับมิชลิน ประเทศฝรั่งเศส ให้ตราแสดงมาตรฐานร้านอาหารคุณภาพยอดเยี่ยม ผลิตคู่มือแนะนำร้านอาหารมิชลินไกด์ ซึ่งได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั่วโลก ล่าสุดได้ตกลงให้มิชลินเริ่มเข้ามาสำรวจร้านอาหารไทยเองตามมาตรฐาน โดย ททท.จะไม่มีส่วนก้าวก่ายแทรกแซง ซึ่งตามระยะยาว 5 ปี (2560-2564) จะแบ่งปีแรก ออกสำรวจร้านในย่านกรุงเทพฯก่อน และเตรียมแถลงข่าวโครงการในวันที่ 21 เม.ย.นี้ เพื่อให้ผู้ประกอบการตื่นตัว กระตุ้นให้เกิดการพัฒนามาตรฐานในร้านอาหารทุกระดับ เนื่องจากจะมีการสำรวจที่เปิดกว้างตั้งแต่ระดับภัตตาคารถึงร้านแบบสตรีทฟู้ด

สำหรับเป้าหมายโครงการนี้ เพื่อสร้างรายจ่ายนักท่องเที่ยวต่อหัวเติบโตขึ้น 10% เนื่องจากค่าใช้จ่ายอาหารเป็นหมวดหมู่ที่ครองส่วนแบ่งกว่า 60% โดยที่ผ่านมา ยังไม่เคยมีมิชลินไกด์ที่มาสำรวจร้านอาหารในเมืองไทยเลย ดังนั้นจุงคาดว่าจะกระตุ้นให้เกิดการเดินทางเป็นรูปธรรมเพิ่มขึ้น ซึ่งโครงการ 5 ปี จะใช้งบประมาณ 144.5 ล้านบาท

"มั่นใจว่าร้านอาหารต่างๆ ต้องยกระดับและรักษามาตรฐานต่อเนื่อง เพราะมิชลินจะใช้ระบบการเข้าตรวจสอบแบบสุ่ม และหากร้านใดผ่านการคัดเลือก ก็จะส่งผลดีต่อการสร้างการรับรู้และยอดขาย หลังจากที่มีการตีพิมพ์เป็นหนังสือระดับโลก ส่วนการประกาศและสรุปผลได้ว่าร้านอาหารใดในกรุงเทพฯได้ตีพิมพ์เป็นหนังสือบ้าง จะมีขึ้นในช่วงปลายปีนี้”

นายยุทธศักดิ์ กล่าวว่า หลังจากปีที่ 2 เป็นต้นไป จะเสนอให้มิชลินสำรวจร้านอาหารในจังหวัดท่องเที่ยวที่เป็นเมืองรอง อาทิ อุบลราชธานี เนื่องจากเป็นจังหวัดใหญ่ มีสนามบินนานาชาติ แต่ที่ผ่านมาการท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังไม่ได้รับความนิยมจากตลาดไทยและต่างประเทศมากนัก ทั้งที่เดินทางสะดวกขึ้น มีสายการบินโลว์คอสต์เชื่อมต่อ มีแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม และร้านอาหารหลากหลาย หากมิชลินเข้าไปสำรวจและตีพิมพ์ จะทำให้นักท่องเที่ยวตามรอย ช่วยทำให้เกิดการกระจายรายได้