ดุสิตธานี วางกลยุทธ์ 3 ธุรกิจอาหารเติบโตนอกโรงแรม ตั้งเป้ารักษาแบรนด์ เตรียมโยกพนักงานเก่ารองรับ เชื่อช่วยสร้างช่องทางรายได้ระหว่างเตรียมปิดตัว 3 ปี
นางสุกัญญา จันทร์ชู ผู้จัดการทั่วไปโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ กล่าวว่า จากการที่ดุสิต อินเตอร์เนชั่นแนล เตรียมการปรับปรุงพื้นที่บริเวณโรงแรม ในย่านสีลม เพื่อลงทุนโครงการมิกซ์ยูสใหม่ และเตรียมปิดให้บริการดุสิตธานี กรุงเทพฯ ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.2561 เป็นต้นไปนั้น
ขณะนี้โรงแรมเตรียมแผนการขยายธุรกิจห้องอาหาร 3 หลักแห่ง ได้แก่ ห้องอาหารไทยเบญจรงค์, ห้องอาหารเวียดนาม เธียนดอง, ห้องอาหารจีน เดอะ เมย์ฟลาวเวอร์ และร้านเบเกอรี กูร์เมต์ คอร์เนอร์ ไปเปิดให้บริการในพื้นที่อื่นๆ ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาสถานที่ตั้งที่อาจอยู่ในห้างสรรพสินค้าและเป็นร้านสแตนอะโลน
ทั้งนี้ เนื่องจากตามแผนการลงทุนดังกล่าว ทำให้ส่วนของโรงแรมดุสิตฯ อาจต้องปิดบริการขั้นต่ำ 3 ปี ดังนั้น จึงต้องการให้รักษาแบรนด์ เพื่อให้ลูกค้าเก่าและประจำยังจดจำโรงแรมและตามมาใช้บริการได้ ถือเป็นการสร้างรายได้ และทำให้พนักงานยังมีงานทำต่อเนื่อง
นอกจากนั้น ธุรกิจรับจัดเลี้ยงนอกสถานที่ (เคเตอริ่ง) ที่มีชื่อเสียงแข็งแกร่งติดตลาดอยู่แล้ว ก็จะขยายเพิ่มขึ้นในช่วงดังกล่าว โดยประเมินว่าจะทำให้โรงแรมยังคงมีรายได้ในช่วงที่ปิดให้บริการ เนื่องจากปัจจุบันสัดส่วนรายได้จากธุรกิจอาหารและจัดเลี้ยงมีถึง 45% เมื่อเทียบกับรายได้ของห้องพักซึ่งอยู่ที่ 55% ขณะที่รายได้ต่อปีอยู่ที่ราว 900 ล้านบาท
หลังจากประกาศโครงการไปแล้ว ไม่มีผลกระทบแต่อย่างใด เนื่องจากมีการสื่อสารทำความเข้าใจว่าโรงแรมจะเปิดให้บริการต่อไปนี้ไม่ต่ำกว่า 1 ปี อัตราเข้าพักเฉลี่ยยังคงสูงราว 75% ส่วนการปิดให้บริการแล้วเปิดในโฉมใหม่ในอีก 3 ปีข้างหน้านั้น ยังไม่สามารถประเมินได้ว่าจะมีการปรับราคาห้องพักได้มากน้อยอย่างไร แต่เบื้องต้นคงจะต้องตั้งราคาในระดับที่อยู่ในระนาบใกล้เคียงกับโรงแรม 5 ดาวในละแวกเดียวกันช่วงเวลานั้นด้วย
สำหรับพนักงานที่มีอยู่กว่า 600 คนนั้น ยืนยันว่าก่อนจะเริ่มประกาศโครงการนี้ มีการหารือแผนการรองรับพนักงานและให้ความสำคัญตั้งแต่แรก โดยนอกจากจะเตรียมงานรองรับผ่านธุรกิจอาหารแล้ว พร้อมจะเสนอทางเลือกให้เข้าทำงานในโรงแรมทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งปัจจุบันเครือดุสิตมีอยู่ 29 แห่ง พร้อมทั้งมีแผนขยายเป็น 69 แห่งใน 20 ประเทศ อีกทั้งเมื่อโรงแรมดุสิต กรุงเทพฯ กลับมาให้บริการใหม่ในราวปี 2565 ก็พร้อมจะให้เข้ามาทำงานเช่นเดิม
“ดุสิตธานี ถือเป็นโรงแรมที่เป็นแฟลกชิพของกลุ่ม ดังนั้นในช่วงที่หายไประหว่างการปิดปรับปรุงใหม่ จึงไม่อยากหายไปตลาด แต่จะพยายามรักษาแบรนด์ไว้ และนำร้านอาหารที่เป็นธุรกิจหลักที่มีชื่อเสียงออกไปเปิดข้างนอก ขณะที่การรองรับพนักงานนั้น เราทำการบ้านไว้ก่อนมานานแล้ว เพราะถือว่าบุคลากรเป็นสิ่งสำคัญที่สุดของโรงแรม ขณะนี้ยังไม่มีผลกระทบใดๆ น่าเป็นห่วง เพราะเหลือการบริการต่อเนื่องได้อีก 1 ปี และยังทันวาระการเฉลิมฉลองเข้าสู่ปี 48 เมื่อครบรอบอีกครั้งในเดือน ก.พ.2561”
อย่างไรก็ตาม ด้านความคืบหน้าของโครงการใหม่ รวมถึงแบบการก่อสร้างนั้น จะมีการแถลงอย่างเป็นทางการอีกครั้งจากผู้บริหารดุสิต อินเตอร์เนชั่นแนล และ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอ็น โดยโครงการโรงแรมนั้น จะยังคงใช้แบรนด์ดุสิตธานีต่อไป
นางสุกัญญา กล่าวด้วยว่า เชื่อว่าโครงการนี้จะช่วยดึงความเป็นศูนย์กลางด้านการท่องเที่ยวกลับมาในย่านสีลมอีกครั้ง หลังจากที่เคยอยู่ในตำแหน่งดังกล่าวมาในช่วงที่ดุสิตธานีเปิดให้บริการในช่วงต้นเมื่อปี 47 ปีก่อน แต่เมื่อมีการพัฒนาโครงการย่านสยามสแควร์ทำให้ศูนย์กลางย้ายฐานไปในทำเลดังกล่าว
ทั้งนี้ บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) และ ซีพีเอ็น ตกลงความร่วมมือในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ประเภทรูปแบบผสม บนพื้นที่ 23 ไร่ 2 งาน ประกอบด้วย โรงแรม เรสซิเดนซ์ ศูนย์การค้า และอาคารสำนักงาน มูลค่าโครงการรวม 36,700 ล้านบาท โดยคาดว่าจะเริ่มต้นก่อสร้างในเดือน ก.ค.2561 เป็นต้นไป







