เครือกรุงศรีฯจัดทัพ รุก "นาโนไฟแนนซ์" ระบุที่ผ่านมาชะลอเหตุขาดบุคลากรแม้ความต้องสินเชื่อสูง
เครือกรุงศรีฯ เตรียมรุกตลาดสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์อีกครั้ง ยอมรับชะลอการปล่อยสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ในช่วงที่ผ่านมา แม้ความต้องการสินเชื่อมีสูง เพราะบุคลากรมีไม่เพียงพอ เนื่องจากต้องใช้กำลังคนจำนวนมากในการตรวจสอบกิจการก่อนปล่อยสินเชื่อ และการติดตามหนี้
น.ส. ณญาณี เผือกขำ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อยุธยา แคปปิตอล เซอร์วิสเซส จำกัด บริษัทในเครือธนาคารกรุงศรี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงการปล่อยสินเชื่อในตลาดนาโนไฟแนนซ์ว่า ในช่วงที่ผ่านมาบริษัท ได้ชะลอการปล่อยสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ออกไปก่อน เพราะถือเป็นช่วงทดลองตลาด อีกทั้งในกระบวนการปล่อยสินเชื่อต้องใช้บุคลากรมาก เพื่อตรวจสอบกิจการของลูกค้าที่มาขอสินเชื่อ ยังไม่รวมการส่งเจ้าหน้าที่ออกไปติดตามทวงถามหนี้
“ความต้องการสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์มี รายได้ที่เข้ามาก็โอเค แต่บริษัทไม่ได้รุกตลาด เพราะถือเป็นการทดสอบตลาด ซึ่งบริษัทได้เรียนรู้ว่าธุรกิจไหนบ้างที่ควรจะเข้าไปหรือไม่เข้าไป อีกเรื่องที่สำคัญคือบุคคลกรที่มีไม่เพียงพอด้วย”
อย่างไรก็ตามขณะนี้บุคลากรมีความพร้อมแล้ว ดังนั้นบริษัทจะรุกตลาดนาโนไฟแนนซ์อีกครั้งเดือนมี.ค. นี้ โดยช่วงปลายปีที่ผ่านมา บริษัททำตลาดสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ผ่านสินเชื่อเถ้าแก่ทันใจ ทำให้เรียนรู้กลุ่มธุรกิจที่ปล่อยสินเชื่อออกไปว่าตรงกับจุดประสงค์หลักของบริษัทหรือไม่
สำหรับสินเชื่อเถ้าแก่ทันใจ นับตั้งแต่เริ่มโครงการเมื่อช่วงเดือนก.ย.2559 จนถึงปัจจุบัน สามารถปล่อยได้กว่า 60% ของเป้าที่วางไว้ หรือประมาณ 30 ล้านบาท คือเป็นลูกค้า 300 ราย ซึ่งหลังจากที่บริษัทเดินหน้าปล่อยสินเชื่อเต็มที่ เชื่อว่าจะเติบโตเกินเป้าที่วางไว้แน่นอน โดยปีนี้บริษัทคาดว่าลูกค้าจะขยับเป็น 5,500 ราย คิดเป็นเงิน 170 ล้านบาท
ทั้งนี้สินเชื่อเถ้าแก่ทันใจ มุ่งเน้นเฉพาะกลุ่มเจ้าของกิจการที่มีหลักแหล่งชัดเจนและดำเนินกิจการมาไม่ต่ำกว่า 1 ปี เช่น กลุ่มธุรกิจอาหาร เครื่องดื่ม เสื้อผ้า เครื่องประดับ ความงาม ร้านเสริมสวย และธุรกิจให้บริการทั่วไป
เบื้องต้นจะให้บริการที่กรุงเทพฯ และชลบุรี ที่เป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพสูง และตั้งเป้าขยายครอบคลุมหัวเมืองใหญ่ๆ ทั่วทุกภูมิภาคภายในปลายปี 2560
“จุดเด่นของสินเชื่อเถ้าแก่ทันใจ ลูกค้าสามารถสมัครได้โดยไม่ต้องยื่นเอกสารรายได้ หรือรายการเดินบัญชีย้อนหลัง 6 เดือน และไม่ต้องมีผู้ค้ำประกัน ด้วยอัตราแบบลดต้นลดดอกที่ 36% ต่อปี หรือคิดเป็นดอกเบี้ยคงที่ 1.7% ต่อเดือน และให้วงเงินสูงสุดถึง 1 แสนบาท”









