วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

WORK - ถือ

บริษัทที่ใช่...แต่จังหวะยังไม่ใช่

ประเด็นการลงทุน

WORK ยังคงเป็นหนึ่งในผู้เล่นดิจิทัลทีวีที่เราชอบในสไตล์การดำเนินธุรกิจประกอบกับเรตติ้งที่ยังคงรักษาอันดับ 1 ในกลุ่มผู้เล่นทีวีดิจิตอลรายใหม่ได้อย่างแข็งแกร่ง หนุนโดยคอนเทนต์ที่ตอบโจทย์คนดูได้อย่างสมบูรณ์แบบในฝั่งของฐานะการเงินนั้นยังมีกำไรที่สม่ำเสมอ เราเชื่อว่าดิจิตอลทีวีจะยังคงรับบทบาทพระเอกช่วยหนุนกำไรของบริษัทให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง
ต่อเนื่องได้ในปี 2560 อย่างไรก็ตามราคาหุ้น WORK ได้ปรับตัวขึ้นมากว่า 27% จากต้นปีจนเกินราคาเป้าหมายของเรา แม้ว่าเราจะยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มธุรกิจในอนาคตแต่ ณ ราคานี้ เราแนะนำ หาจังหวะย่อตัว และเข้าสะสมอีกครั้ง และยังคงคำแนะนำ ถือ

เป้าหมายเรตติ้งจากผู้ชมอายุ 15 ปีขึ้นไปในปีนี้อยู่ที่ 1.4

เรตติ้ง 18 ชม. สำหรับช่อง Workpoint (ผู้ชมอายุ 15 ปีขึ้นไปทั่วประเทศ) เพิ่มขึ้นมาที่ 1.5 ในช่วง 1-5 มี.ค. เพิ่มขึ้นจาก 1.3 ในช่วง ธ.ค. ปีที่แล้วจากรายการออกอากาศที่เป็นที่นิยม ทั้ง The Mask Singer (เรตติ้งเฉลี่ยที่ 8.4, สูงสุดที่ 10.5), I Can See Your Voice นักร้องซ่อนแอบ (เรตติ้งเฉลี่ยที่ 6.5, สูงสุดที่ 9) และ Let Me In ไทยแลนด์ (เรตติ้งเฉลี่ยที่ 4.1, สูงสุดที่ 6.9) ยิ่งไปกว่านั้นจาก The Mask Singer ซีซั่นแรกที่ประสบความสำเร็จอย่างล้นหลาม คาด WORK จะลุยส่งซีซั่นสองลงจอต่อทันทีในช่วงเดือน เม.ย. แต่ด้วยอัตราค่าโฆษณาที่เพิ่มขึ้นจากซีซั่นแรกกว่า 90% (มาที่ 3.8 แสนบาท/นาที) ภาพรวมเฉลี่ยเรตติ้งทั้งปีคาดอยู่ที่ 1.4 เพิ่มขึ้นจากเฉลี่ย 1.13 ในปี 2559 ข้อมูลล่าสุดเรตติ้งของ WORK ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาจนแซงช่องอะนาล๊อกเดิมอย่างช่อง 3 และช่อง 7 ได้แล้วในช่วงเวลาไพร์มไทม์ 6 โมงเย็น-4 ทุ่มครึ่ง สำหรับกลุ่มผู้ชมอายุ 15+ ในกรุงเทพฯ ในช่วงเดือน ก.พ. (เรตติ้งเฉลี่ยของ WORK อยู่ที่ 4.74 ในขณะที่เรตติ้งของช่อง 3 และ 7 อยู่ที่ 4.6 และ 4.03 ตามลำดับ)


ไตรมาส 1/60 เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของ ปี 2560

โดยปกติไตรมาสแรกจะเป็นช่วงโลซีซั่นของธุรกิจมีเดีย อย่างไรก็ตามผู้ให้บริการดิจิตอลทีวีที่มีเรตติ้งอยู่ในระดับสูงย่อมเป็นเป้าหมายการไหลเข้าของเม็ดเงินโฆษณา คาดกำไรหลักของ WORK จะเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งทั้ง YoY และ พลิกกลับมาเป็นกำไรหลัก QoQ หนุนโดยรายได้จากธุรกิจดิจิตอลทีวีที่สูงขึ้น ในทำนองเดียวกันกับเรตติ้งที่เพิ่มขึ้น รายได้จากการจัดคอนเสิร์ตและละครเวทีเป็นอีกปัจจัยที่จะขับเคลื่อนกำไรในไตรมาส 1/60 โดยงานอีเว้นท์ในไตรมาส 4/59 บางงานได้ถูกเลื่อนมาจัดในไตรมาส 1/60 เช่น The Dish Foodival อร่อย...ร้านแตก และ นิทาน หิ่งห้อย เดอะ มิวสิคัล ที่วางแผนจะมีทั้งหมด 12 รอบ แต่ถูกจัดไปเพียงแค่ 3 รอบในปี 2559 ส่วน 9 รอบที่เหลือถูกเลื่อนมาจัดในไตรมาส 1/60

เวิร์คพอยท์ ทีวียังคงเล่นบทเป็นพระเอกหลัก

WORK คาดรายได้เติบโตประมาณ 31% YoY มาอยู่ที่ 3.3-3.4 พันล้านบาท ซึ่งสูงกว่าประมาณการของเรา 6% โดยมองว่ารายได้จากธุรกิจดิจิตอลทีวีจะปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่ง หนุนโดยการปรับเพิ่มของอัตราค่าโฆษณามาอยู่ที่ 6.2 หมื่นบาท/นาที (เพิ่มขึ้น 25% YoY) ด้วยอัตราการจองเวลาโฆษณาที่ 70% (เทียบกับปีที่แล้วที่ 60%) เราคาดลูกค้ามีการจองเวลาล่วงหน้าไปแล้วกว่า 50% จากเป้าที่ตั้งไว้ ด้วยจำนวนการขยายเป็นแพ็คเกจที่ราว 50% (อัตราค่าโฆษณาถูกกว่าขายแยก) ซึ่งน้อยกว่าปีที่แล้วที่ 60% รายได้จากการจัดคอนเสิร์ตและละครเวทีคาดจะเติบโตได้ดีเช่นเดียวกันหนุนโดย 5 โปรแกรมการแสดงในมือที่คาดจะดำเนินการในปีนี้

รายได้จากการจัดงานอีเว้นท์ประเมินว่าจะเพิ่มขึ้นเช่นกันที่ราว 20-25% YoY จากจำนวนงานอีเว้นท์ ที่เพิ่มขึ้น ( 8 ถึง 9 อีเวืนท์ในมือ ณ ตอนนี้ซึ่งคิดเป็นมูลค่า 70 ล้านบาท) และด้วยฐานที่ต่ำเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว (ด้วยผลกระทบจากช่วงไว้อาลัย) บริษัทยังตั้งเป้ารายได้จากช่องทางออนไลน์ที่ 100 ล้านบาท ในปี 2560 เพิ่มขึ้น 30% YoY และยังมีอัพไซด์จากการรับรู้รายได้จาก Facebook live ที่คาดจะเริ่มดำเนินการได้ในช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้