"คสช." แจงซ้ำปมเก็บภาษีเพิ่ม1% ชี้นายกฯแค่ยกตัวอย่าง ขออย่าบิดเบือน-สร้างวาทกรรมว่ารัฐบาลถังแตก
พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ( คสช.) กล่าวว่ากรณีสื่อนำเสนอข้อมูล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. มีนโยบายจะให้ปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มร้อยละ 1 เพื่อเพิ่มรายได้รัฐ โดยอ้างจากปราศรัยระหว่างลงพื้นที่พบปะประชาชนที่ จ.ปราจีนบุรีว่า เรื่องดังกล่าวขอยืนยัน หัวหน้า คสช.ยังไม่มีนโยบายปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มแต่อย่างใด ซึ่งการเสนอข่าวเป็นความเข้าใจคลาดเคลื่อนไปจากเจตนารมณ์ของ หัวหน้า คสช.
โดยหัวหน้า คสช. เพียงยกตัวอย่างเพียงการชี้ให้เห็นว่า ตลอดเวลายังคงมีประชาชนต้องการเสนอขอความช่วยเหลือต่างๆ มายังรัฐบาลมากมาย ซึ่งก็มักเกี่ยวข้องกับเรื่องงบประมาณ ฉะนั้นเมื่อมีโอกาสพบประชาชน หัวหน้า คสช.ในฐานะนายกรัฐมนตรี จึงอยากทำความเข้าใจว่า รายได้หลักของรัฐมาจากการจัดเก็บภาษี ซึ่งหากประชาชนจะให้รัฐช่วยเหลือ อาจต้องมาให้ความสำคัญ และร่วมทำความเข้าใจร่วมกัน โดยเฉพาะในเรื่องที่มาของรายได้รัฐจากการจัดเก็บภาษี. ที่ปัจจุบัน มีทั้ง ภาษีของบุคคลธรรมดา นิติบุคคล ภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือภาษีอื่นๆ เป็นต้น
“หัวหน้า คสช. มีการยกตัวอย่างในกรณีตัวเลขรายได้ 100,000 ล้านบาท ถ้าจะให้เพิ่มมาได้เทียบดูแล้วอาจมีมูลค่าถึง 1% ของรายได้ภาษีมูลค่าเพิ่ม VAT เดิมรัฐจำเป็นคงระดับจัดเก็บไว้ที่ 7% เพราะสอดคล้องเหมาะสมกับสภาพการณ์ปัจจุบันอยู่แล้ว ด้วยจากสภาพความเป็นจริง ตั้งแต่ช่วง ต้นปี 57 มาภาพรวมของเศรษฐกิจโลกมีปัญหา ทุกประเทศได้รับผลกระทบ สิ่งที่ คสช.และรัฐบาลได้ พยายามแก้ปัญหาด้วยความทุ่มเทผ่านทุกกลไกที่มีมาตลอด ส่งผลให้ปัจจัยภายในค่อนข้างมีความพร้อม. ทำให้ที่ผ่านมาผลกระทบเรื่องเศรษฐกิจในภาพรวมถึงจะมีแต่ก็ยังน้อยกว่าประเทศอื่นๆอีกหลายประเทศ จากตัวเลขทางสถิติ โดยล่าสุดเริ่มเห็นถึงสัญญาณหลายอย่างมีแนวโน้มค่อยๆดีขึ้น” โฆษก คสช. กล่าวและย้ำว่า ที่ผ่านมาเคยมีบางบุคคลพยายามทำลายความน่าเชื่อถือ โดยพยายามบิดเบือนสร้างวะทะกรรมว่า รัฐบาลถังแตก จึงอาจพยายามเอากรณีล่าสุดนี้ไปผสมโรงด้วยเพื่อจุดประสงค์เดิม ดังนั้นขอสังคมได้ใช้วิจารณญาณในการบริโภคข่าวสารด้วยรู้เท่าทัน ในเจตนาที่มักแอบแฝงมาของบางบุคคลเพื่อทำสังคมสับสน







