วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

CK - ซื้อ

ยังดูดีท่ามกลางความคลุมเครือ

ประเด็นการลงทุน

CK ยังคงเป็นหุ้นที่เราชอบมากที่สุดในกลุ่ม รายได้และกำไรที่มีแนวโน้มลดลงในปี 2560 จากฐานที่สูงในปีที่แล้วน่าจะเป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้แล้ว และแม้ว่าจะยังไม่มีความชัดเจนในการประมูลโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐในปีนี้ว่าจะเกิดขึ้นได้เมื่อใด แต่โอกาสที่ CK จะได้งานใหม่ๆเข้ามายังดูชัดเจนมากกว่าบริษัทอื่นในกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” แต่ปรับลดเป้าหมาย PBV มาอยู่ที่ระดับที่ 2.5 เท่า (+1.5SD) จาก 2.8 เท่า (+2SD) เนื่องจากแนวโน้มการประมูลที่ยังไม่ชัดเจน ราคาเป้าหมาย ณ สิ้นปี 2560 ปรับลดลงเป็น 33.25 บาทจาก 37.50 บาท

คาดกำไรปี 2560 ลดลงจากฐานที่สูงผิดปกติในปี 2559

ปัจจุบันงานในมือของ CK เท่ากับ 83 พันล้านบาท ซึ่งประมาณ 30 พันล้านบาทน่าจะรับรู้ได้จากรายได้ในปีนี้ นั่นหมายความว่ารายได้ในปี 2560 จะลดลงราว 33% โดยสาเหตุที่ลดลงค่อนข้างมากนี้มาจากฐานที่สูงผิดปกติ ในปี 2559 เนื่องจากมีการรับรู้รายได้งานส่วนเพิ่มของโครงการไซยะบุรีราว 12-13 พันล้านบาทบาท โดย CK ได้ก่อสร้างงานเพิ่มนี้ล่วงหน้าแต่ยังไม่สามารถรับรู้รายได้จนถึงวันเซ็นสัญญาในไตรมาส 2/59 จึงทำให้รายได้จากการเพิ่มงานในปีที่แล้วจึงสูงอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้แม้ว่าส่วนแบ่งกำไรจาก BEM จะเติบโตอย่างแข็งแกร่งในปีนี้ แต่ก็ไม่สามารถชดเชยรายได้จากธุรกิจรับเหมาที่ลดลงได้ ดังนั้นเราคาดว่ากำไรปกติจะปรับตัวลดลง 12% ในปี 2560

แนวโน้มโครงการภาครัฐยังคงคลุมเครือ แต่ CK ก็มีหนทาง

แผนการเปิดประมูลโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐในปีนี้มีมูลค่าโครงการอย่างน้อย 9 แสนล้านบาท แต่ดูเหมือนว่ามูลค่าการประมูลที่ออกมาได้จริงจะน้อยกว่านั้นมาก โดยโครงการรถไฟฟ้ารางคู่จำนวน 5 สาย มูลค่ารวมกว่า 1 แสนล้านบาท ถูกเลื่อนออกไปไม่มีกำ หนด แต่เราอาจทราบกำหนดการประมูลใหม่หลังการประชุมซุปเปอร์บอร์ดในวันที่ 10 มี.ค. ส่วน
กรอบเวลาสำหรับการประมูลโครงการ MRT ทั้ง 5 สาย ซึ่งมีมูลค่ากว่า 3 แสนล้านบาทยังไม่ได้ประกาศออกมา แต่ดูเหมือนว่าจะมีการประมูลเกิดขึ้น ในปีนี้เพียงครึ่งเดียว อย่างไรก็ตาม CK ยังคงดูดีกว่าบริษัทรับเหมารายอื่น เนื่องจากบริษัทยังมีโอกาสได้รับงานจากบริษัทในเครือ เราคาดว่า CK จะได้งานระบบรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินมูลค่าราว 2.5 หมื่นล้านบาทจาก BEM
ทันทีหลังจาก BEM เซ็นสัญญาสัมปทานการเดินรถ ซึ่งน่าจะได้ข้อสรุปในเร็วๆนี้

รอคอยโครงการเขื่อนขนาดใหญ่ในประเทศลาว

CKP มีแนวโน้มเซ็นต์ MOU กับรัฐบาลลาวเพื่อสร้างเขื่อนผลิตกระแสไฟฟ้า พลังน้ำในอีก 1-2 เดือนข้างหน้า โดยมีมูลค่าโครงการอยู่ที่ประมาณ 130-140 พันล้านบาท ในขณะที่มูลค่างานก่อสร้างน่าจะอยู่ประมาณ 1 แสนล้านบาท จากความรู้และเชี่ยวชาญที่ได้จากการก่อสร้างโครงการเขื่อนไซยะบุรี น่าจะช่วยลดเวลาช่วงเตรียมก่อนการเริ่มก่อสร้างของเขื่อนใหม่นี้เหลือเพียง 2 ปี เทียบกับ 5 ปีสำหรับโครงการเขื่อนไซยะบุรี ในขณะที่ระยะเวลาการก่อสร้างน่าจะสั้นกว่าโครงการเขื่อนไซยะบุรีที่ใช้เวลาถึง 7 ปี นอกจากนี้ด้วยพื้นที่ที่ไม่ได้ไกลกันมากนัก น่าจะช่วยให้การบริหารต้นทุนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ