กรมสรรพากรเร่งเอสเอ็มอีทำบัญชีเล่มเดียวหลังสมาคมแบงก์เผยยอดเอสเอ็มอีราว 60% ของ 2.6 ล้านราย ยังทำบัญชีไม่ถูกต้อง
นายประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า วานนี้(6มี.ค.) กรมฯได้เชิญผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่เข้าโครงการทำบัญชีเล่มเดียวกับกรมสรรพากรเข้ารับฟังถึงข้อดีของการทำบัญชีเล่มเดียวอย่างถูกต้อง โดยได้เชิญผู้แทนจากสมาคมหอการค้าแห่งประเทศไทย สมาคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และ สมาคมธนาคารไทย เข้าร่วมให้ข้อมูล เพื่อให้ผู้ประกอบการตระหนักถึงข้อดีในการทำบัญชีเล่มเดียว โดยเฉพาะในเรื่องของมาตรฐานการทำบัญชีที่ถูกต้องเพื่อนำไปใช้เป็นเอกสารในการขอกู้เงินจากธนาคารตั้งแต่เดือนม.ค.2562 เป็นต้นไป
“กรมฯได้รับรายงานจากสมาคมธนาคารไทยว่า ขณะนี้ ยังมีเอสเอ็มอีราว 2 ใน 3 หรือ ประมาณ 60% ของเอสเอ็มอีทั่วประเทศ 2.6 ล้านราย ยังทำบัญชีไม่ถูกต้อง ส่งผลต่อการพิจารณาเงินกู้ ดังนั้นจึงอยากให้เอสเอ็มอีเร่งปรับตัวเพื่อรองรับกติกาใหม่ที่เอสเอ็มอีต้องทำบัญชีเล่มเดียวและเป็นบัญชีที่ได้รับการรับรองจากกรมสรรพากรในการยื่นขอกู้จากธนาคาร”
ปัจจุบัน มีเอสเอ็มอียื่นแสดงความจำนง เพื่อเข้าโครงการบัญชีเล่มเดียวกับกรมสรรพากรจำนวน 4.65 แสนราย ตลอดระยะเวลา 1 ปีหลังเข้าโครงการพบว่า ยอดการชำระภาษีมูลค่าเพิ่มมีการขยายตัวเพิ่มขึ้น โดยกรณีเอสเอ็มอีที่มีรายได้ต่ำกว่า 30 ล้านบาท มียอดยื่นชำระภาษีมูลค่าเพิ่มขยายตัวจากปีก่อน 4% ส่วนเอสเอ็มอีที่มีรายได้เกิน 30 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 500 ล้านบาท มียอดการชำระภาษีมูลค่าเพิ่มขยายตัว 3% จากปีก่อน
อย่างไรก็ดี กรมฯยังเป็นห่วงสำหรับธุรกิจที่ยังไม่ทำบัญชีเล่มเดียวอย่างถูกต้อง ซึ่งเราวิเคราะห์ถึงสาเหตุหลัก คือ 1.กลุ่มที่พร้อมจะทำบัญชีเล่มเดียว แต่ยังอยู่ระหว่างดำเนินการ 2.กลุ่มที่รอจนถึงมกราคม 2560 ที่บังคับให้เอสเอ็มอีใช้บัญชีที่ยื่นกับกรมสรรพากรไปเป็นหลักฐานการขอกู้จากแบงก์ 3.กลุ่มที่ยังตัดใจไม่ได้กับการเสียภาษีอย่างไม่ถูกต้อง และ 4.กลุ่มที่ยืนยันจะไม่ทำบัญชีเล่มเดียว โดยหวังว่า จะเคลียร์การเสียภาษีกับเจ้าหน้าที่กรมสรรพากรได้
“ตอนนี้ เหลือระยะเวลาแค่ปีกว่าๆที่จะเตรียมตัว เพราะนับจากมกราคม 2562 เอสเอ็มอีทุกรายที่ยื่นขอกู้แบงก์จะต้องใช้บัญชีที่ยื่นต่อกรมสรรพากรเป็นเอกสารแสดงรายได้ เราก็ห่วงว่า ในส่วน 60% ที่ยังแสดงบัญชีที่เป็นสีเทาๆเหล่านี้ จะตกขบวน อย่างไรก็ดี กรมฯจะเดินหน้าให้ความรู้แก่เอสเอ็มอีในเรื่องดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง และ ขณะนี้กรมฯได้ปรับเปลี่ยนแนวคิดการจัดเก็บภาษี โดยจะเป็นผู้แนะนำการเสียภาษีอย่างถูกต้อง เพื่อประโยชน์ของผู้เสียภาษีทุกราย”
นายพิภวัตว์ ภัทรนาวิก ผู้แทนสมาคมธนาคารไทยกล่าวว่า ปัญหาสำคัญของการดำเนินธุรกิจเอสเอ็มอี คือ การเข้าถึงแหล่งทุน ซึ่งที่ผ่านมา พบสาเหตุที่ทำให้เข้าถึงแหล่งทุนไม่ได้ คือ การยื่นแสดงรายได้ที่ไม่สอดคล้องกับยอดที่ขอยื่นกู้ ขณะที่การทำธุรกิจ ยังมีโอกาสในต่างประเทศด้วย หากผู้ประกอบธุรกิจไม่ทำบัญชีเล่มเดียวอย่างถูกต้อง จะถือเสียโอกาส








