รายงานกำไรปี 59 ที่ 1,677 ลบ.เติบโต 209%YoY และคาดปี 60 เติบโต 438%YoY
ประเด็นการลงทุน
- รายงานกำไร 4Q59 เติบโต 2,164%QoQ และเติบโต 208%YoY จากราคาถ่านหินที่ปรับตัวขึ้น : กำไร 4Q59 เติบโตสูงโดยได้รับแรงหนุนจากธุรกิจถ่านหินที่ราคาจำหน่ายปรับเพิ่มขึ้นตามราคาถ่านหินโลก และธุรกิจโรงไฟฟ้าที่โรงไฟฟ้าหงสามีผลการดำเนินงานดีขึ้นโดยธุรกิจถ่านหินที่อินโดนีเซียมียอดการผลิตเพิ่มขึ้น 5%QoQ สู่ระดับ 6.4 ล้านตัน ขณะที่ราคาขายปรับตัวขึ้น 22%QoQ สู่ระดับ 63 ดอลลาร์ต่อตันตามราคาถ่านหินโลกที่ทรงตัวในระดับ 78-85 ดอลลาร์ต่อตัน แต่ต้นทุนขายปรับตัวลง 3%QoQ จากการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและต้นทุนค่าหน้าดินลดลงสู่ 31.7 ดอลลาร์ต่อตัน ด้านธุรกิจถ่านหินที่ออสเตรเลียมีปริมาณการผลิตลดลง 14%QoQ สู่ระดับ 3.1 ล้านตันเนื่องจากมีการย้ายอุปกรณ์ขุด (Longwall) ที่เหมือง Mandalong ด้านราคาจำหน่ายปรับตัวขึ้น 11%QoQ ขณะที่ต้นทุนการผลิตปรับตัวขึ้น 14%QoQ สู่ระดับ 45 ดอลลาร์ต่อตันเนื่องจากปริมาณการผลิตที่เหมือง Mandalong ลดลง ด้านธุรกิจโรงไฟฟ้าได้รับผลบวกจากโรงไฟฟ้าหงสาที่เดินเครื่องครบทั้ง 3 หน่วย โดยรับรู้ส่วนแบ่งกำไรที่ 24 ล้านดอลลาร์ (รวมกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 9.4 ล้านดอลลาร์) ขณะที่ส่วนแบ่งกำไรจากโรงไฟฟ้า BLCP ใกล้เคียงไตรมาสก่อนที่ 9.5 ล้านดอลลาร์ และส่วนแบ่งกำไรโรงไฟฟ้าจากจีนอยู่ที่ 8.1 ล้านดอลลาร์ ส่งผลให้ปี 59 มีกำไรสุทธิ 1,677 ล้านบาทเติบโต 209%YoY
- คาดปี 60 กำไรอยู่ที่ราว 9 พันล้านบาทเติบโต 438%YoY เนื่องจากทางการจีนมีแนวโน้มปรับลดวันทำงานของเหมืองถ่านหินลง : ฝ่ายวิจัยคาดว่าปี 60 จะมีกำไรราว 9,015 ล้านบาทเติบโต 438%YoY แม้ว่าราคาถ่านหินจะอ่อนตัวลงมาในกรอบ 78-85 ดอลลาร์ต่อตันจากระดับสูงสุดที่ 115 ดอลลาร์ต่อตัน (แต่ยังสูงกว่าคาดการณ์ต้นทุนการผลิตของบริษัทที่ 38-51 ดอลลาร์ต่อตันในปีนี้) หลังจากทางการจีนปรับเพิ่มเวลาทำงานของทุกเหมืองถ่านหินเพิ่มเป็น 330 วัน/ปี เพื่อรองรับความต้องการใช้พลังงานในช่วงฤดูหนาว อย่างไรก็ตามล่าสุดทางการจีนเตรียมปรับลดวันทำงานของเหมืองถ่านหินลงเหลือ 276 วันตามเดินในช่วงเดือนมี.ค. – ส.ค. เพื่อลดอุปทานลงหลังจากผ่านช่วงที่มีความต้องการใช้สูงสุดไปแล้ว นอกจากนี้ทางการจีนยังมีแผนปิดเหมือนถ่านหินกว่า 500 แห่งในปีนี้เพื่อเป็นการลดอุปทานและลดมลภาวะในประเทศเพิ่มเติม ด้วยปัจจัยดังกล่าวทำให้เราคาดว่าราคาถ่านหินจะกลับมาปรับตัวขึ้นอีกครั้ง โดยเราใช้สมมติฐานราคาขายถ่านหินที่ 66 ดอลลาร์ต่อตัน(ที่ส่วนลด 15% จาก Newcastle Coal Price ที่ 77 ดอลลาร์ต่อตัน) ขณะที่คาดว่าต้นทุนการผลิตจะปรับตัวขึ้นสู่ 38-51 ดอลลาร์ต่อตันจากการขุดถ่านหินในพื้นที่ลึกขึ้นทำให้อัตราส่วนดินต่อแร่ (stripping ratio) เพิ่มจาก 8:1 เป็น 10:1
- คงคำแนะนำ “ซื้อ” ที่ราคาเหมาะสม 25.15 บาท : ฝ่ายวิจัยประเมินมูลค่าหุ้นด้วยวิธี Sum of the part (SOTP) เพื่อให้สะท้อนถึงมูลค่าหลักทรัพย์ BPP (BANPU ถือในสัดส่วน 78.71%) โดยประเมินมูลค่าธุรกิจโรงไฟฟ้าได้ 13.4 บาทต่อหุ้น (จากการเพิ่มขึ้นของราคาเหมาะสม Consensus BPP มาอยู่ที่ที่ 27.60 และBANPU เพิ่มสัดส่วนการถือหุ้น BPP อีก 1.3%) และธุรกิจถ่านหิน 11.75 บาทต่อหุ้น (PBV Ratio 1.1 เท่า) สำหรับปี 60 ทำให้ได้ราคาเหมาะสมเพิ่มขึ้นจาก 21.75 เป็น 25.15 บาท ซึ่งสูงกว่าราคาปิดล่าสุดจึงคงคำแนะนำ “ซื้อ”






