วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

กรมศุลฯสั่งคดีสำแดงรถเมล์เอ็นจีวีเป็นเท็จแล้ว

"กรมศุลกากร" สั่งคดี "บ.ซุปเปอร์ซาร่า" สำแดงถิ่นกำเนิดรถเมล์เอ็นจีวีเป็นเท็จแล้ว ด้าน "บอร์ด ขสมก." ยังไม่ยกเลิกสัญญา

ที่กรมศุลกากร นายชัยยุทธ คำคุณ รองอธิบดีกรมศุลกากร ในฐานะโฆษกกรมศุลกากร แถลงว่า ได้สั่งคดีหรือกล่าวโทษ บริษัท ซุปเปอร์ซาร่า จำกัด ผู้นำเข้ารถเมล์โดยสารที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง (เอ็นจีวี) ให้แก่บริษัท เบสท์รินกรุ๊ป จำกัด คู่สัญญาองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือ ขสมก. รวม 489 คัน วงเงิน 3,387 ล้านบาท ในส่วนของรถล็อตแรก 1 คันแล้ว โดยแจ้งบริษัทซุปเปอร์ซาร่ารับทราบแล้วแต่บริษัทปฏิเสธ ดังนั้นกรมศุลฯจะทำหนังสือแจ้งอีกครั้ง หากยังปฏิเสธว่ารถไม่ได้มีถิ่นกำเนิดมาจากประเทศจีนก็จะดำเนินคดีตามกฎหมายคือส่งตำรวจและอัยการฟ้องร้องต่อศาล  ทั้งนี้ การดำเนินคดีตามกฎหมายต้องรอสั่งคดีให้ครบ 5 คดีก่อน ประกอบด้วย 1.กรณีนำเข้าล็อตแรก 1 คัน 2.ล็อตที่ 2 อีก 99 คัน 3.ล็อตที่3 อีก 146 คัน 4.ล็อตที่ 4 อีก 145 คัน และล็อตสุดท้ายอีก 98 คัน  เนื่องจากเป็นฐานความผิดเดียวกันแต่ยืนยันว่าจะดำเนินการโดยเร็วที่สุด
 
ส่วนกรณีที่ระบุว่า กรมศุลกากรของไทยไม่มีสิทธิปฏิเสธหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าอาเซียน (ฟอร์มดี) ที่ออกโดยมาเลเซียนั้น ยืนยันว่าภายใต้ข้อตลกลงว่าด้วยเรื่องของการลดหรือยกเว้นอากรสำหรับสินค้าที่นำเข้าตามข้อตกลงอาเซียนหากศุลกากรมีข้อสงสัยในสินค้าสามารถดำเนินการปฎิเสธฟอร์มดีได้และต้องทำหนังสือถึงมาเลเซีย เพื่อตรวจสอบและโต้แย้งได้แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับคำตอบจากมาเลเซีย ส่วนกรณีบริษัทฯจะไม่วางเงินหลักประกันชำระค่าปรับ 2 เท่า ขอแค่ชำระภาษีนำเข้า 40%  เพื่อนำรถเมล์เอ็นจีวีล็อต 99 คันออกจากท่าเรือแหลมฉบังนั้น ตามระเบียบระบุชัดเจนว่าไม่สามารถทำได้ดังนั้นหากบริษัทจะนำ 99 คันออก ต้องชำระภาษี40%และค่าปรับ 2 เท่าการสำแดงเท็จ เป็นเงิน 3.7 ล้าน บาทต่อคัน หรือทั้งหมด 366 ล้านบาท

ด้านนายสุระชัย เอี่ยมวชิรสกุล ผอ.ขสมก. เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการบริหารกิจการ (บอร์ด) ขสมก. ว่า  มติบอร์ดให้รอข้อยุติเรื่องแหล่งกำเนิดรถเมล์เอ็นจีวีจากกรมศุลฯก่อน  ยังไม่ยกเลิกสัญญาเบสท์รินฯเพื่อประโยชน์ของขสมก.และคู่สัญญา ส่วนที่กรมศุลฯได้สั่งคดีฐานสำแดงเท็จ 1 คันนั้นถ้ากรมศุลฯทำหนังสือถึงขสมก.ยืนยันแหล่งกำเนิดรถเมล์เอ็นจีวีจะพิจารณารายละเอียดต่อไป