"ปตท." ปี59 กำไร 9.4 หมื่นล้าน อานิสงส์กำไรสต็อกน้ำมันดิบ ขณะ "บางจาก" ปันผลงวดครึ่งปีหลัง1บาท-คาดอิบิทดาโต20%
ปตท.โชว์งวดปี 59 กวาดกำไรสุทธิ 9.4 หมื่นล้าน อานิสงส์บันทึกการด้อยค่าลดลงและกำไรสต็อกน้ำมัน ด้านบางจากประเมินปีนี้ กำไรก่อนหักภาษีและค่าเสื่อมโต 20% ขณะที่โบรกเกอร์คาดการณ์กำไรปตท.ปีนี้กว่าแสนล้านบาท โต 11%
นายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงผลประกอบการประจำปี 2559 ว่า กลุ่มปตท. มีรายได้จากการขาย 1.72 ล้านล้านบาท ลดลง 15% จากราคาน้ำมันดิบที่ปรับลดลง อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิของกลุ่มปตท. เพิ่มขึ้น 74,673 ล้านบาทจากปี 2558 ที่มีกำไร 1.99 หมื่นล้านบาท เป็น 94,609 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากการบันทึกมูลค่าการด้อยค่าทางบัญชีลดลงและมีกำไรจากสินค้าคงคลังแทนการขาดทุน รวม 7 หมื่นล้านบาท
ในขณะที่สภาพตลาดราคาน้ำมันและปิโตรเคมี ส่งผลกระทบต่อกำไรขั้นต้นลดลง 2 หมื่นล้านบาท แต่กลุ่มปตท. ได้มีดำเนินการเพิ่มผลผลิตในการดำเนินงานอย่างจริงจัง ทำให้สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มขึ้นได้ถึง 2.4 หมื่นล้านบาท ประกอบกับมีการลงทุนในธุรกิจตลอดห่วงโซ่คุณค่า ที่ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ถึงปลายน้ำ ทำให้ผลประกอบการของกลุ่มปตท. พลิกฟื้นเร็วกว่าบริษัทน้ำมันชั้นนำอื่นๆ หลายแห่งที่การลงทุนส่วนใหญ่อยู่ในธุรกิจต้นน้ำ
นายเทวินทร์ กล่าวว่ากลุ่มปตท. ยังคงเดินหน้าตามยุทธศาสตร์การสร้างองค์กรในฐานะบริษัทพลังงานแห่งชาติ เริ่มจากภารกิจสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน ได้บรรลุการเจรจาสัญญาระยะยาวการจัดหาก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) กับบริษัท บีพี เชลล์ และ ปิโตรนาสรวม 3 ล้านตันต่อปี โดยผลการเจรจากับ บีพี และเชลล์ ทำให้ลดต้นทุนการนำเข้า LNG ตลอดอายุสัญญาได้ประมาณ 1.1 แสนล้านบาท มีการเร่งดำเนินการขยายคลังรับ LNG แห่งที่ 1 จาก 5 ล้าน เป็น 10 ล้านตันต่อปี เริ่มใช้งานได้ในต้นปีนี้และได้รับมติ คณะรัฐมนตรีอนุมัติขยายเป็น 11.5 ล้านตันต่อปีในปี 2562 รวมถึงอนุมัติการก่อสร้างคลังรับ LNG แห่งที่ 2 อีก 7.5 ล้านตันต่อปี ให้แล้วเสร็จในปี 2565 รวมทั้ง ปตท. ได้เริ่มดำเนินโครงการก่อสร้างท่อส่งก๊าซฯ บนบก เส้นที่ 5 เพื่อรองรับการใช้ก๊าซฯที่เพิ่มขึ้นในอนาคต
บางจากคาดปีนี้โตต่อเนื่อง
ขณะที่ นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) BCP กล่าวว่า ผลประกอบการปี 2559 บริษัทมีกำไรสุทธิ 4,729 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 4,150.76 ล้านบาท
บริษัทมีรายได้จากการขายและการให้บริการ 144,705 ล้านบาท ลดลง 4% โดยหลักมาจากราคาผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูปเฉลี่ยทั้งปีปรับลดลง อย่างไรก็ตาม ปริมาณการจำหน่ายน้ำมันสำเร็จรูปรวมเพิ่มขึ้น 5% จากปีก่อนหน้า โดยเพิ่มขึ้นในทุกช่องทางจัดจำหน่ายหลักของบริษัท
ทั้งนี้ คณะกรรมการบริษัทได้อนุมัติให้จ่ายปันผลงวดครึ่งปีหลัง 2559 เป็นเงินสด อัตรา 1 บาทต่อหุ้น กำหนดจ่ายปันผลวันที่ 21 เม.ย. 2560
นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า แนวโน้มธุรกิจในปี 2560 จะดีขึ้นจากปี 2559 โดยคาดว่าอีบิทดา (EBITDA) ในปีนี้โตประมาณ 20% จากปีก่อน เนื่องจากในปีนี้คาดการณ์ว่า ในหลายๆ ธุรกิจของกลุ่มบริษัทจะมีแนวโน้มผลการดำเนินที่ดีขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจโรงกลั่น มีผลิตเพิ่มขึ้น หลังไม่มีการหยุดซ่อมบำรุงประจำปีของโรงกลั่น ธุรกิจไบโอดีเซล และธุรกิจเชื้อเพลิงเอทานอล รวมถึงด้านธุรกิจการตลาด มีการวางแผนดำเนินกลยุทธ์ที่เข้มข้น ทั้งด้านเครือข่ายสถานีบริการ ธุรกิจ non-oil เพื่อผลักดันปริมาณการจำหน่ายให้เพิ่มขึ้น เพื่อรักษาส่วนแบ่งการตลาดต่อเนื่อง รวมถึงราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูงกว่า 50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จะช่วยให้ธุรกิจทรัพยากรธรรมชาติมีผลการดำเนินงานที่ดีขึ้น
โบรกเกอร์ชี้ปตท.กำไรปีนี้โต 11%
ขณะที่ บล.โกลเบล็ก ประเมินบริษัท ปตท.ปี 2560 จะมีกำไรสุทธิ 103,119 ล้านบาทเติบโต 11% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลจากการเติบโตตามปริมาณการจำหน่ายก๊าซธรรมชาติที่ความต้องการใช้ก๊าซฯ ของโรงไฟฟ้าเพิ่มขึ้น อีกทั้งธุรกิจโรงแยกก๊าซผลประกอบการมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นตามราคาผลิตภัณฑ์ HDPE ที่เพิ่มขึ้น 4% ซึ่งคาดว่าราคาจำหน่ายของ HDPE จะทรงตัวในระดับสูงตามราคาน้ำมันดิบซึ่งเป็นวัตถุดิบต้นน้ำ
นอกจากนี้ราคาน้ำมันดิบที่ทรงตัวในระดับ 48-55 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเป็นปัจจัยหนุนต่อผลประกอบการของ บริษัทปตท.สผ. ซึ่งเป็นบริษัทลูก เพิ่มเติม อย่างไรก็ตามกำไรของธุรกิจโรงกลั่นน้ำมันมีแนวโน้มปรับตัวลงตามกำไรสต็อกน้ำมันดิบที่ลดลง
โดยคาดว่าในปี 60 ราคาน้ำมันดิบจะไม่ได้ปรับตัวขึ้นมากเท่าปี 59 เนื่องจากขาดปัจจัยใหม่และราคาน้ำมันในปัจจุบันได้รับรู้ประเด็นการปรับลดกำลังการผลิตจากกลุ่มโอเปกและนอกโอเปกไปแล้ว








