ผลประกอบการไตรมาส 4/59 เซอร์ไพรส์ตลาด – คาดไตรมาส 1/60 เติบโตจากอุปสงค์ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น
เป็นไปตามที่เราคาด
RATCH รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 4/59 ที่โดดเด่น ทะยานขึ้นจาก 842 ล้านบาทในไตรมาส 3/59 และ 845 ล้านบาทในไตรมาส 4/58 หากไม่รวมกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนมูลค่า 1,170 ล้านบาท กำไรหลักจะอยู่ที่ 1,748 ล้านบาท ซึ่งมากกว่าที่เราคาดไว้ 12% แต่เป็นไปตามที่ตลาดคาด
ประเด็นหลักผลประกอบการ
รายได้จากยอดขายไฟฟ้าลดลง 3% QoQ และ 15% YoY ซึ่งหลักๆเป็นผลมาจากค่าใช้จ่ายพลังงาน (EP) ที่มากกว่าค่าความพร้อมจ่าย (AP) ที่เพิ่มขึ้นในโรงงาน IPP
อัตรากำไรขั้นต้นในตรมาส 4/59 ขยายตัวขึ้นมาอยู่ที่ 13.8% จาก 11.2% ในไตรมาส 3/59 และ 5.9% ในไตรมาส 4/58 โดยมีปัจจัยจากรายได้พิเศษเนื่องจากไม่มีการปิดซ่อมบำรุงในไตรมาส นอกจากนี้อัตรากำไรสุทธิปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่ 27.4% จาก 7.5% ในไตรมาส 3/59 และ 6.6% ในไตรมาส 4/58 โดยอัตรากำไรสุทธิที่ขยายตัวนั้นหลักๆมาจากส่วนอบ่งกำไรจากบริษัทย่อยและร่วมค้าที่ปรับเพิ่มขึ้น ในขณะที่บริษัทรายงานกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ 1,170 ล้านบาท พลิกจากขาดทุน 256 ล้านบาทในไตรมาส 3/59 และก้าวกระโดดขึ้นจากกำไร 258 ล้านบาทในไตรมาส 4/58
แนวโน้ม
หากมองไปข้างหน้า อุปสงค์พลังงานที่เพิ่มขึ้นจะสามารถขับเคลื่อนให้ผลประกอบการไตรมาส 1/60 เติบโต QoQ จากผลการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าหงสา (โรงไฟฟ้าถ่านหินขนาด 1,340 เมกะวัตต์ บริษัทถือ 40%) ที่มีแนวโน้มดีขึ้นในช่วงไตรมาส รวมทั้งมีโรงไฟฟ้าเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์เพิ่มขึ้นจากไตรมาส 1/59 ที่จะช่วยหนุนกำไรเติบโต YoY
สิ่งที่เปลี่ยนแปลง
เรายังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2560 ที่ 6,358 ล้านบาท
คำแนะนำ
จากกำไรไตรมาส 4/59 ที่ดีกว่าตลาดคาดไว้มาก ราคาหุ้น RATCH มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นเพื่อตอบสนองข่าวดีดังกล่าว อย่างไรก็ตาม บริษัทไม่มีโรงไฟฟ้าที่วางแผนจะ เริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์เพิ่มเติมในปีนี้ ดังนั้นเราเชื่อว่าตลาดได้สะท้อนปัจจัยกำไรปี 2560 นี้แล้ว ซึ่งปัจจุบันหุ้นเทรดอยู่ที่ระดับ PBV/ROE ที่ 0.12x เท่า ใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยกลุ่มที่ 0.13x เท่า ซึ่งชี้ว่าบริษัทมีอัพไซด์ ค่อนข้างจำกัด อย่างไรก็ตาม เราเชื่อว่า RATCH จะคงอัตราจ่ายเงินปันผลที่ 2.27 บาท/หุ้น (หรือคิดเป็น 4.5% ใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยกลุ่ม); เรายังคงคำแนะนำ “ถือ”









