พร้อมจะทะยานขึ้นสู่ฟ้า – ถึงเวลากลับมาเติบโต
ประเด็นการลงทุน
อุปสงค์พลังงานที่เพิ่มขึ้น การผลิตไฟฟ้าที่มากขึ้นหลังจากมีการปิดซ่อมบำรุงโรงงานในไตรมาส 3/59 และกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นคาดจะหนุนให้กำไร BPP เติบโตในไตรมาส 4/59 รวมทั้งเรามองแนวโน้มกำไรในไตรมาส 1/60 ยังดีคงต่อเนื่อง แม้ว่าต้นทุนถ่านหินจะเพิ่มขึ้นปรับเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ BPP ยังคงแสวงหาโอกาสในการขยายพอร์ตสินทรัพย์เพื่อหนุน
กำไรเติบโตในระยะยาวอีกด้วย ทั้งนี้มูลค่าการซื้อขายในปัจจุบันยังชี้ว่ามีอัพไซด์อยู่พอสมควร เราคงคำแนะนำ “ซื้อ”
BPP กลับมาแล้ว!
คาดผลประกอบการไตรมาส 4/59 จะพลิกเป็นกลับมาเติบโตอีกครั้ง เราคาดกำไรหลักไตรมาส 4/59 ที่ 959 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวหากเทียบจากไตรมาส 3/59 และสูงขึ้น 8% YoY ปัจจัยสนับสนุนหลักต่อกำไร QoQ ที่เติบโต คือการดำเนินงานที่ดีขึ้นหลังจากที่มีการปิดซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้าหงสาในไตรมาส 3/59 (โรงไฟฟ้าถ่านหินขนาด 1,878 เมกะวัตต์
บริษัทถือ 40%) และ BLCP (โรงไฟฟ้าถ่านหินขนาด 1,340 เมกะวัตต์ บริษัทถือ 50%) ซึ่งกำลังการผลิตจากสองโรงไฟฟ้านี้คิดเป็น 70% ของกำลังการผลิตทั้งหมดของบริษัท นอกจากนี้กำลังการผลิตที่เพิ่มเข้ามาเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว - กำลังการผลิตเพิ่มขึ้นรวม 325 เมกะวัตต์ – จะเป็น จจัยหนุนให้กำไรเพิ่มขึ้น YoY
คาดโมเมนตั้มกำไรไตรมาส 1/60 เติบโตต่อเนื่อง
แม้ราคาถ่านหินจะปรับตัวสูงขึ้นในไตรมาสนี้ เราคาดกำไรไตรมาส 1/60 จะยังเพิ่มขึ้นทั้ง QoQ และ YoY อุปสงค์พลังงานที่สูงขึ้นในช่วงฤดูหนาว กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นจากโรงไฟฟ้าหงสาและ BLCP และโครงสร้างอัตราค่าไฟที่ปรับตัวดีขึ้นของโรงไฟฟ้า IPP จะเป็นตัวขับเคลื่อนกำไรขึ้น QoQ แต่หากเทียบกับปีที่แล้ว การรับรู้รายได้เต็มไตรมาสจากโครงการที่เริ่ม
ดำเนินการเชิงพาณิชย์ในปี 2559 จะเป็นปัจจัยหลักหนุนกำไรเติบโต นอกจากนี้ BPP จะมีกำลังการผลิตพลังงานแสงอาทิตย์เพิ่มอีก 70 เมกะวัตต์ที่จะเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ในช่วงไตรมาส 1/60 ที่จะเพิ่มสีสันต่อกำไรบริษัทอีกด้วย เรามองว่าสองปัจจัยบวกดังกล่าวจะมีน้ำหนักมากกว่าราคาต้นทุนถ่านหินตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบันที่ปรับเพิ่มขึ้น 67% เมื่อเทียบ
กับในไตรมาส 1/60
กระหายการเติบโต หนุน BPP พุ่งทะยานขึ้นสู่ฟ้า...
ผลการดำเนินงานในช่วงไตรมาส 4/59 และ 1/60 ที่มีแนวโน้มดีขึ้นจะปูพรมให้กำไรบริษัทเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง ซึ่งกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นจะส่งผลให้กำไรบริษัทเติบโต และ BPP เองก็พร้อมที่จะก้าวไปแสวงหาโอกาสนั้นอยู่ ซึ่งบริษัทเพิ่งได้เข้าซื้อโครงการพลังงานแสงอาทิตย์กำลังการผลิต 28.9 เมกะวัตต์เพิ่มเติม เพื่อเข้าก้าวสู่เป้าหมายกำลังการผลิต
200 เมกะวัตต์ในประเทศญี่ปุ่น – เหลืออีกเพียง 70 เมกะวัตต์ที่จะบรรลุเป้าหมาย ทั้งนี้เรามองว่าหากบริษัทสามารถเข้าซื้อโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ให้ครบตามแผนได้ มูลค่าหุ้น BPP จะปรับตัวสูงขึ้นอีก 1.08 บาท/หุ้น (ยังไม่รวมในประมาณการ)
…หากำไรที่เติบโตอย่างน่าพอใจ แต่มูลค่าหุ้นปัจจุบันยัง laggard อยู่
คาดกำลังการผลิตที่จะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า (รูปที่2) จะส่งผลให้ผลประกอบการ BPP เติบโตอย่างแข็งแกร่งที่อัตราเติบโตสะสมเฉลี่ย 23% ระหว่างปี 2560-2562
ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มที่ 16% อย่างไรก็ตาม BPP ซื้อขายอยู่ในระดับ PEG เฉลี่ยระหว่างปี 2560-2562 ที่ 0.67x เท่า ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มอยู่ที่ 1.35x เท่าอยู่มาก หากหุ้น BPP ถูกเทรดในระดับเดียวกับกลุ่ม เรามองว่าราคาหุ้นมีโอกาสขึ้นไปถึง 30 บาท/หุ้น








