แบงก์กรุงศรีตั้งเป้าสินเชื่อธุรกิจโต5%

แบงก์กรุงศรีฯ ตั้งเป้าสินเชื่อธุรกิจปีนี้โต5% ยังไม่รวมดีลร่วมทุนกิจการขนาดใหญ่ ชี้ความเชื่อมั่นธุรกิจขนาดกลางและใหญ่ฟื้นตัว ตัวเลขขอสินเชือ
นายพรสนอง ตู้จินดา ประธานกลุ่มธุรกิจลูกค้าธุรกิจ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า แนวโน้มสินเชื่อธุรกิจทั้งสินเชื่อทั้งกลุ่มลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ และสินเชื่อเอสเอ็มอียังมีการเติบโตต่อเนื่อง โดยมีการเติบโตในระดับ 5% คิดเป็นสินเชื่อปล่อยใหม่ 3.21 หมื่นล้านบาทจากยอดคงค้างณ สิ้นปี 2559 อยู่ที่ 6.42 แสนล้านบาท เช่นเดียวกับสินเชื่อโดยภาพรวมของธนาคาร ซึ่งยังไม่รวมดีลธุรกิจขนาดใหญ่ จากปีที่ผ่านมาที่มีการเติบโต 11% ซึ่งได้รวมดีลธุรกิจขนาดใหญ่ 4-5 ดีลด้วย เช่นดีลของบริษัทไทยยูเนี่ยนกรุ๊ป จำกัด(มหาชน) (TU) กลุ่มเซ็นทรัล เป็นต้น
นอกจากนี้ยังได้ตั้งเป้าหมายการเติบโตของเงินฝากภาคธุรกิจมีการเติบโตประมาณ 12.5% ซึ่งเป็นการระดมเงินฝากเพื่อรองรับการขยายตัวของสินเชื่อที่เติบโตสูง และเป็นการบริหารต้นทุน เพราะแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยคงไม่ปรับลดลงแล้ว มีแต่จะปรับขึ้น แต่อยู่ที่ว่าจะปรับขึ้นเมื่อใด อย่างไรก็ตามการระดมเงินฝากคงไม่ทำให้เกิดการแข่งขันเพื่อแย่งเงินฝาก เนื่องจากเป็นการระดมเงินฝากเพื่อรองรับการเติบโตสินเชื่อ
ทั้งนี้การเติบโตของสินเชื่อธุรกิจ มาจากแนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจในประเทศที่จะมีการเติบโตประมาณ 3.3% โครงการลงทุนของรัฐบาล การท่องเที่ยว และการส่งออกที่ฟื้นตัว ซึ่งจะทำให้การลงทุนของภาคเอกชนตามมา ส่วนการบริโภคภาคเอกชน ขณะนี้ประชาชนมีกำลังซื้อ เพียงแต่ที่ยังไม่ซื้อเพราะยังไม่มั่นใจ เมื่อความมั่นใจมากขึ้น กำลังซื้อก็จะกลับมา
“ขณะนี้ลูกค้าธุรกิจขนาดกลางและขนาดใหญ่เริ่มมีความมั่นใจมากขึ้น เห็นได้จากผลการสำรวจความเชื่อมั่นที่ออกมาดี และการขยายตัวของสินเชื่อที่เริ่มมาขอมากขึ้น โดยสินเชื่อเอสเอ็มอีขนาดกลางจะมาก่อน ในครึ่งปีแรกนี้เห็นการขยายตัวที่ชัดเจน หลังจากนั้นสินเชื่อธุรกิจจะตามมา โดยเฉพาะในธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับโครงสร้างพื้นฐฐาน ภาคก่อสร้าง อาหารและเครื่องดื่ม และโมเดิร์นเทรดเป็นต้น”
นอกจากนี้สินเชื่อธุรกิจยังจะมีการขยายตัวในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ของรัฐบาล ธุรกิจเฮลธ์แคร์ โรงพยาบาลต่างๆ และธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ที่อยู่อาศัย เป็นต้น ซึ่งขณะนี้นักลงทุนญี่ปุ่นมีความสนใจเข้ามาลงทุนในไทย เพื่อรองรับการก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ซึ่งทางญี่ปุ่นมีความเชี่ยวชาญในการลงทุนด้านนี้ การเข้ามาลงทุนของญี่ปุ่นมีทั้งการร่วมทุน และลงทุนโดยตรง ถือเป็นโอกาสของธนาคารที่จะสนับสนุนในการจับคู่ธุรกิจ และการให้สินเชื่อ
นายพรสนองกล่าวว่า ปีนี้ธนาคารจะมุ่งเน้นการให้บริการที่มีคุณภาพกับฐานลูกค้าที่มีอยู่ โดยให้บริการตอบสนองความต้องการของลูกค้าในด้าน Business Solution และการเป็นพาร์ทเนอร์ในการทำธุรกิจ ทำอย่างไรให้มีทุนในการจัดหาเงินลงทุนที่ต่ำลง
สำหรับคุณภาพสินเชื่อธุรกิจยังอยู่ในระดับที่ดี โดยหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือเอ็นพีแอลของสินเชื่อธุรกิจในปีที่ผ่านมาอยู่ที่ระดับ 2% ซึ่งดีกว่าอุตสาหกรรม และปีนี้ยังอยู่ในระดับที่ดีจากการบริหารคุณภาพสินเชื่อ ส่วนการตั้งสำรองลูกค้าบางรายในปีที่ผ่านมานั้น เป็นการบริหารความเสี่ยงของธนาคารเอง ไม่ได้ตั้งสำรองเพราะมีลูกค้าเป็นหนี้เสียแต่อย่างใด
"การตั้งสำรองของสินเชื่อธุรกิจนั้น ธนาคารยังให้ความระมัดระวังถึงแม้ว่าที่ผ่านมาจะมีลูกค้ารายใหญ่ 1 รายที่ธนาคารได้ติดตามเป็นพิเศษแต่ยังไม่ได้เป็นเอ็นพีแอลเพราะที่ผ่านมาลูกค้ายังชำระหนี้ตามปกติ เพียงแต่แนวโน้มธุรกิจของลูกค้าเริ่มถดถอยทำให้ธนาคารตัดสินใจตั้งสำรองทันที ซึ่งภาพรวม ”







