วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

AOT - ซื้อ

ผลประกอบการไตรมาส 1/60 เป็นไปตามคาด; แนวโน้มเติบโตต่อเนื่องในไตรมาส 2/60

เป็นไปตามคาด

AOT รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 1/60 (ตุลาคม-ธันวาคม 2559) ที่ 5,084 ล้านบาท, เพิ่มขึ้น 10% YoY และ 21% QoQ หากไม่รวมกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ 246 ล้านบาท, ขาดทุนจากการขายสินทรัพย์ 59 ล้านบาท และขาดทุนจากการบันทึกการด้อยค่าของสินทรัพย์ 20 ล้านบาท, กำไรหลักไตรมาส 1/60 จะอยู่ที่ 4,917 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% YoY และ 14% QoQ ผลประกอบการเป็นไปตามที่เราและตลาดคาด

ประเด็นหลักผลประกอบการ

ปัจจัยหลักที่ส่งผลให้ผลประกอบการหลักเติบโต ได้แก่ 1) จำนวนผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้น (เพิ่มขึ้น 6% YoY และ 3% QoQ มาอยู่ที่ 30.7 ล้านคน), 2) จำนวนเที่ยวบินที่มากขึ้น (เพิ่มขึ้น 7% YoY และ 5% QoQ มาอยู่ที่ 204,625 เที่ยวบิน), 3) รายได้จากค่าเช่าสูงขึ้น (เพิ่มขึ้น 12% YoY และ 4% QoQ มาอยู่ที่ 541 ล้านบาท), 4) รายได้จากการบริการมากขึ้น (สูงขึ้น 31% YoY และ 3% QoQ มาอยู่ที่ 1,683 ล้านบาท), 5) รายได้ส่วนแบ่งผลประโยชน์สูงขึ้น (เพิ่มขึ้น 3% YoY มาอยู่ที่ 3,303 ล้านบาท), 6)ค่าใช้จ่ายการดำเนินงานเข้าสู่ภาวะปกติ (ค่าใช้จ่ายพนักงานและค่าซ่อมบำรุง) และ 7) ดอกเบี้ยจ่ายลดลงเนื่องจากภาระหนี้ลดลง

แนวโน้ม

ด้วยนโยบายใหม่ของรัฐที่จะยกเว้นค่าทำเนียมวีซ่า ณ สถานทูตไทย สำหรับประชากร 21 ประเทศ รวมถึงจีนและลดค่าทำเนียมวีซ่าให้กับผู้มาเยือน (เป็น 1,000 บาท จากเดิม 2,000 บาท) จากวันที่ 1 ธันวาคม 2559 ถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2560 และการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวชาวจีน เราคาดจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาประเทศไทยจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
ระยะสั้น สถิติเบื้องต้นจาก AOT ชี้ว่าจำนวนผู้โดยสารเติบโต 10.7% YoY ในเดือนมกราคม และ 9.7% ระหว่างวันที่ 1-13 กุมภาพันธ์ (เทียบกับ 6.2% YoY ในไตรมาส 4/59) หนุนโดยการเติบโตของจำนวนผู้โดยสารระหว่างประเทศ (สูงขึ้น 7.1% YoY ในเดือนมกราคม [2.2% ในไตรมาส 4/59]) และการเติบโตของจำนวนผู้โดยสารภายในประเทศ (สูงขึ้น 15.5% YoY ในเดือนมกราคม [11.1 % ในไตรมาส 4/59]) จากการคาดการณ์ว่าจำนวนผู้โดยสารจะเติบโตในไตรมาสเดือนมกราคม-มีนาคม, ดังนั้นเราจึงคาดว่ากำไรหลักของ AOT จะเติบโตมากขึ้นทั้ง YoY และ QoQ ในไตรมาส 2/60 (มกราคม-มีนาคม)

สิ่งที่เปลี่ยนแปลง

กำไรสุทธิสามเดือนแรกของปี 2560 คิดเป็น 24% ของประมาณการกำไรสุทธิปี 2560 ของเราที่ 21,054 ล้านบาท เรายังคงประมาณการไว้ตามเดิม


คำแนะนำ

ในมุมมองของเรา, ความกังวลประเด็นค่าเช่าที่ราชพัสดุที่อาจต้องจ่ายให้กับกรมธนารักษ์เพิ่มขึ้นอาจส่งผลกระทบเชิงลบต่อราคาหุ้น อย่างไรก็ ตามทั้งสองฝ่ายอยู่ในระหว่างเจรจาเพื่อหาข้อตกลงที่เหมาะสม ภายใต้สมมติฐานกรณีเลวร้ายที่สุด (สมมติว่า AOT ต้องจ่ายค่าเช่าที่ราชพัสดุตามอัตราที่กรมธนารักษ์เรียกเก็บ) ประมาณการกำไรของ AOT จะลดลง 12%
โดยเฉลี่ยจากประมาณการปัจจุบัน และราคาเป้าหมาย (วิธี DCF) จะลดลงเป็น 43 บาท ซึ่งยังมีอัพไซด์อีก 10% จากราคาหุ้นปัจจุบัน

นอกจากนี้คาดการณ์ผลประกอบการเติบโต QoQ ในไตรมาสเดือนมกราคม-มีนาคม หนุนโดยการฟื้นตัวของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติและอุปสงค์การเดินทางภายในประเทศที่แข็งแกร่ง น่าจะเป็นปัจจัยหนุนราคาหุ้นได้ ปัจจุบันราคาหุ้นซื้อขายอยู่ที่ PBV/ROE 0.25x เท่า ณ สิ้นเดือนกันยายน 2560 ซึ่งใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยภูมิภาค