วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

วิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน (9 ก.พ.60)

าคาน้ำมันดิบปรับเพิ่มขึ้น หลังปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐไม่ได้ปรับตัวสูงขึ้นมากอย่างที่นักลงทุนกังวล

+ ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่มขึ้น หลังปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ รายงานโดยสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) ไม่ได้ปรับตัวสูงขึ้นมากอย่างที่นักลงทุนกังวลก่อนหน้านี้ เนื่องจากตัวเลขของสถาบันปิโตรเลียมด้านพลังงานของสหรัฐ (API) ที่รายงานเมื่อวานนี้ สูงกว่าตัวเลขที่รายงานโดยสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ 

-/+ สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ รายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ประจำสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 3 ก.พ. 60 ปรับเพิ่มขึ้นราว 13.83 ล้านบาร์เรล มาอยู่ที่ 508.59 ล้านบาร์เรล ซึ่งปรับเพิ่มขึ้นน้อยกว่าตัวเลขปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ที่รายงานโดยสถาบันปิโตรเลียมด้านพลังงานของสหรัฐ

+ ปริมาณน้ำมันเบนซินคงคลังสหรัฐ ปรับลดลงราว 0.87 ล้านบาร์เรล สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ว่าจะปรับเพิ่มขึ้นราว 1.1 ล้านบาร์เรล นอกจากนี้ ยังเป็นการปรับลดลงครั้งแรกหลังจากการปรับเพิ่มขึ้น 5 สัปดาห์ติดต่อกัน

+ นาย Mohammed Al-Sada รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานของกาตาร์เผยว่า อุปสงค์การใช้น้ำมันที่ปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง สามารถรองรับปริมาณการผลิตของน้ำมันดิบจากชั้นหินดินดาน (Shale Oil) ในสหรัฐ ที่มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้น หลังราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้นได้


ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับตัวลดลงน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ จากแรงหนุนของอุปทานที่หายไปจากปิดซ่อมบำรุงของโรงกลั่นน้ำมันในประเทศอินโดนีเซียตั้งแต่ปลายเดือน ม.ค. ขณะที่อุปสงค์ในภูมิภาคยังคงทรงตัว

ราคาน้ำมันดีเซล ปรับตัวลดลงน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากตลาดซื้อขายล่วงหน้ายังคงแข็งแกร่ง แม้ว่าญี่ปุ่นจะมีการผลิตและส่งออกน้ำมันดีเซลมากขึ้นแต่ตลาดยังคงได้รับแรงหนุนจากอุปสงค์ที่ดีของประเทศเวียดนามและอินโดนีเซีย


ไทยออยล์คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์นี้

         ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสเคลื่อนไหวในกรอบ 51-56 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

         ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 53-58 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ปัจจัยที่น่าจับตามอง

- การปรับลดกำลังการผลิตของผู้ผลิตทั้งในและนอกกลุ่มโอเปคมีความเป็นไปได้มากขึ้น หลังผลสำรวจของ Reuters รายงานปริมาณการปรับลดกำลังการผลิตของผู้ผลิตกลุ่มโอเปคในเดือน ม.ค. 60 ปรับลดลงราว 0.958 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือคิดเป็น 82% เมื่อเทียบกับข้อตกลงปรับลดลงกำลังการผลิต 1.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน นับว่าเป็นการปรับลดมากกว่าในอดีตที่สามารถปรับลดได้เพียง 60% ในปี 2552 ในขณะที่ ผู้ผลิตนอกกลุ่มโอเปครายใหญ่อย่างรัสเซียปรับลดกำลังการผลิตลงราว 0.1 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในเดือนม.ค. 60 เมื่อเทียบกับกำลังการผลิตในเดือน ธ.ค. 59 มาสู่ระดับ 11.11 ล้านบาร์เรลต่อวัน

- จับตาสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐ และ อิหร่านที่อาจช่วยหนุนราคาน้ำมันดิบ หลังอิหร่านออกมายืนยันว่าได้ทดสอบขีปนาวุธครั้งล่าสุด หลังนายโดนัล ทรัมป์ รับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ ซึ่งเป็นการกระทำที่สวนทางกับที่นายโดนัล ทรัมป์ได้กล่าวไว้ในช่วงหาเสียง ว่าจะต่อต้านกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับขีปนาวุธของอิหร่าน นอกจากนี้ อิหร่านยังยืนยันว่าการทดสอบขีปนาวุธนั้นเป็นไปตามแผนของประเทศ และจะไม่ยอมให้ต่างชาติมาแทรกแซง

                                           ---------------------------------

ที่มา : บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)

โทร.02-797-2999