วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

วิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน 8 กุมภาพันธ์ 2560

ราคาน้ำมันดิบลดลงมากกว่า 1 เปอร์เซ็นต์ หลังปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐเพิ่มขึ้นอย่างมาก

- ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลงกว่าร้อยละ 1 หลังสถาบันปิโตรเลียมพลังงานสหรัฐ (API) ออกมาเปิดเผยว่า ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 14.2 ล้านบาร์เรล มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ว่าจะปรับเพิ่มเพียง 2.5 ล้านบาร์เรล อย่างไรก็ตาม ตลาดยังคงรอคอยการเปิดเผยตัวเลขจากสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) ในวันพรุ่งนี้ ซึ่งหาก EIA ยืนยันว่าปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากจริงจะนับว่าเป็นการปรับตัวเพิ่มขึ้นมากที่สุดตั้งแต่เดือนตุลาคมของปี 2559

- ปริมาณน้ำมันเบนซินคงคลังสหรัฐ ได้ปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็วเช่นกัน โดยปรับเพิ่มขึ้นถึง 21 ล้านบาร์เรลใน 27 วันแรกของปี 2560 แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 257 ล้านบาร์เรล เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2559 พบว่าปริมาณน้ำมันเบนซินคงคลังสหรัฐ ได้ปรับตัวขึ้นเพียง 12 ล้านบาร์เรลเท่านั้น

- นอกจากนี้ รอยเตอร์รายงานตัวเลขความต้องการใช้น้ำมันในประเทศจีนประจำปี 2559 เติบโตต่ำที่สุดในรอบ 3 ปี โดยเติบโตเพียงร้อยละ 2.5 ลดลงจากร้อยละ 3.1 และ 3.8 ในปี 2558 และ 2557 ตามลำดับ เนื่องจากเศรษฐกิจจีนที่เติบโตเพียงร้อยละ 6.7 นับเป็นการเติบโตที่ต่ำที่สุดในรอบ 26 ปี ซึ่งคาดว่าเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ความต้องการใช้น้ำมันดีเซลในประเทศหดตัวกว่าร้อยละ 5 และความต้องการใช้น้ำมันเบนซินเติบโตชะลอลงจากปี 2558

ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับตัวลดลงมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากอุปสงค์ภายในภูมิภาคเอเชียอ่อนตัวลง ประกอบกับอุปทานจากประเทศอินเดียที่ยังคงเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ถึงแม้ว่าปริมาณน้ำมันเบนซินคงคลัง ณ ประเทศสิงคโปร์จะปรับตัวลดลงเล็กน้อยก็ตาม

ราคาน้ำมันดีเซล ปรับตัวลดลงน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังได้รับแรงสนับสนุนจากอุปสงค์ในภูมิภาคที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยความต้องการซื้อที่ฟื้นตัวขึ้นมาจากประเทศศรีลังกา ประเทศอินโดนีเซีย และประเทศปากีสถาน

ไทยออยล์คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์นี้

             ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสเคลื่อนไหวในกรอบ 51-56 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

              ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 53-58 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ปัจจัยที่น่าจับตามอง

- การปรับลดกำลังการผลิตของผู้ผลิตทั้งในและนอกกลุ่มโอเปคมีความเป็นไปได้มากขึ้น หลังผลสำรวจของ Reuters รายงานปริมาณการปรับลดกำลังการผลิตของผู้ผลิตกลุ่มโอเปคในเดือน ม.ค. 60 ปรับลดลงราว 0.958 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือคิดเป็น 82% เมื่อเทียบกับข้อตกลงปรับลดลงกำลังการผลิต 1.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน นับว่าเป็นการปรับลดมากกว่าในอดีตที่สามารถปรับลดได้เพียง 60% ในปี 2552 ในขณะที่ ผู้ผลิตนอกกลุ่มโอเปครายใหญ่อย่างรัสเซียปรับลดกำลังการผลิตลงราว 0.1 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในเดือนม.ค. 60 เมื่อเทียบกับกำลังการผลิตในเดือน ธ.ค. 59 มาสู่ระดับ 11.11 ล้านบาร์เรลต่อวัน

- จับตาสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐ และ อิหร่านที่อาจช่วยหนุนราคาน้ำมันดิบ หลังอิหร่านออกมายืนยันว่าได้ทดสอบขีปนาวุธครั้งล่าสุด หลังนายโดนัล ทรัมป์ รับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ ซึ่งเป็นการกระทำที่สวนทางกับที่นายโดนัล ทรัมป์ได้กล่าวไว้ในช่วงหาเสียง ว่าจะต่อต้านกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับขีปนาวุธของอิหร่าน นอกจากนี้ อิหร่านยังยืนยันว่าการทดสอบขีปนาวุธนั้นเป็นไปตามแผนของประเทศ และจะไม่ยอมให้ต่างชาติมาแทรกแซง

- ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ มีแนวโน้มทรงตัวในระดับสูงต่อเนื่อง จากปริมาณการนำเข้าที่ปรับเพิ่มขึ้น ประกอบกับโรงกลั่นภายในประเทศปรับลดอัตราการกลั่น โดยสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) รายงานตัวเลขปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ประจำสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 27 ม.ค. 60 ปรับเพิ่มขึ้นราว 6.47 ล้านบาร์เรล มาอยู่ที่ 494 ล้านบาร์เรล

                              -----------------------------------------------------

ที่มา : บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร.02-797-2999