"กกพ." สั่งเบรกออกใบอนุญาตโครงการวินด์ฟาร์ม 11 ราย จำนวน 700 เมกะวัตต์ รอ ส.ป.ก. เคลียร์ปัญหาเช่าที่ดินให้ชัดเจนใน 1 สัปดาห์
นายวีระพล จิรประดิษฐกุล คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ในฐานะโฆษก กกพ. เปิดเผยว่า กกพ.ได้ชะลอการออกใบอนุญาตสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (พีพีเอ) โครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานลม (วินด์ ฟาร์ม) ที่อยู่ระหว่างขอใบอนุญาตก่อสร้างโครงการ จากผู้ประกอบการ 11 ราย จำนวน 700 เมกะวัตต์ เนื่องจาก กกพ.ยังต้องรอฟังความชัดเจนจากสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ที่อยู่ระหว่างทบทวนสัญญาเช่าที่ดินของ ส.ป.ก.เพื่อดำเนินโครงการวินด์ ฟาร์ม ที่คาดว่าจะมีความชัดเจนภายใน 1-2 สัปดาห์นี้
ทั้งนี้ โครงการวินด์ ฟาร์ม ที่เริ่มเปิดรับซื้อไฟฟ้าราวปี 2551 จนถึงปิดโครงการเมื่อปี 2558 มีผู้ประกอบการยื่นเสนอเข้าร่วมโครงการกว่า 1,500 เมกะวัตต์ ซึ่งแบ่งเป็นมีผู้ประกอบการที่จ่ายไฟฟ้าเข้าระบบ(ซีโอดี)แล้ว 480 เมกะวัตต์ ซึ่งส่วนนี้ติดปัญหาเช่าที่ดิน ส.ป.ก. จำนวน 354 เมกะวัตต์ และผู้ประกอบการที่อยู่ระหว่างขอใบอนุญาตซื้อขายไฟฟ้า(พีพีเอ) ราว 1,000 เมกะวัตต์ ซึ่งส่วนนี้ติดปัญหาเช่าที่ดิน ส.ป.ก. จำนวน 700 เมกะวัตต์
สำหรับบริษัท เทพสถิต วินด์ฟาร์ม จำกัด ที่ถูกศาลปกครองสูงสุดพิพากษาให้ยกเลิกสัญญาเช่าพื้นที่ ส.ป.ก.เพื่อติดตั้งกังหันลมผลิตไฟฟ้านั้น ไม่ส่งผลกระทบต่อการผลิตไฟฟ้าของประเทศ เนื่องจากกรณีของ “เทพสถิต วินด์ฟาร์ม” ไม่มีสัญญาผูกพันกับรัฐ เพราะเดิมบริษัท เทพสถิตฯ มีกำหนดผลิตไฟฟ้าพลังงานลมขายเข้าระบบไฟฟ้าในปี 2553 แต่ไม่สามารถเข้าระบบได้ทันจึงขอ กกพ.เลื่อนเวลาเข้าระบบเป็นปี 2554 แต่ กกพ.ไม่อนุญาตจึงไม่มีการทำสัญญาเกิดขึ้น
นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กล่าวว่า กระทรวงพลังงาน ยังคงสัดส่วนรับซื้อไฟฟ้าพลังงานลม ที่เหลือประมาณ 1,500 เมกะวัตต์ ให้ได้ตามแผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก(เออีดีพี) ปี2558-2579 ที่กำหนดรับซื้อ 3,002 เมกะวัตต์ ภายในปี 2579 เนื่องจากกำลังผลิตก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้าจะลดลงในอนาคต ดังนั้น จึงมีความจำเป็นต้องเพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนในได้ 30% ตามแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า(พีดีพี) ปี 2558-2579









