วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

คลังยกร่างเก็บภาษีแนวรถไฟฟ้าคาดบังคับใช้ในปีนี้

“คลัง” ยกร่างกฎหมายเก็บภาษี ผู้ที่ได้รับประโยชน์จากโครงการลงทุนของรัฐ ระบุ แนวทางจัดเก็บบนฐานราคาที่เปลี่ยนแปลงเพียงครั้งเดียว

นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลัง เตรียมยกร่างกฎหมายเก็บภาษีจากเจ้าของที่ดิน และสิ่งปลูกสร้างที่ได้รับผลประโยชน์ จากโครงการลงทุนของรัฐ ที่สร้างแล้วเสร็จ หลังจากกฎหมายฉบับนี้มีผลบังคับใช้ โดยร่างกฎหมายดังกล่าว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้เร่งรัดให้เร่งดำเนินการ เพื่อให้เกิดความชัดเจนในปีนี้ ซึ่งขณะนี้ สำนักงานเศรษฐกิจการคลังอยู่ระหว่างการยกร่างกฎหมายดังกล่าว

เมื่อมีกฎหมายภาษีดังกล่าว โครงการลงทุนที่สร้างแล้ว เสร็จหลังจากกฎหมายนี้มีผลบังคับใช้ แล้วไปก่อให้เกิดประโยชน์ต่อเจ้าของที่ดินและสิ่งปลูกสร้างของคนๆ นั้น โดยทำให้ราคาเพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับช่วงที่ยังไม่มีการลงทุนในโครงการของรัฐ เช่น โครงการรถไฟฟ้า โดยราคาส่วนที่เพิ่มขึ้นนั้น จะถูกจัดเก็บภาษี

ทั้งนี้ แนวทางการจัดเก็บภาษีดังกล่าว จะจัดเก็บเพียงครั้งเดียว หรือ one shot เพื่อไม่ให้มีผลกระทบต่อราคาซื้อขายของที่ดินและสิ่งปลูกสร้างนั้นๆมากจนเกินไป โดยในกรณีที่เจ้าของที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ที่ได้รับผลประโยชน์จากโครงการของรัฐ แต่ยังไม่ขายอสังหาริมทรัพย์นั้น ยังคงถือครอง หรืออยู่อาศัยในบ้านหรืออาคารหลังนั้นต่อไป ก็ยังจะไม่มีภาระภาษที่ต้องจ่าย แต่เมื่อมีการเปลี่ยนมือเมื่อไหร่ ก็จะถูกจัดเก็บภาษีทันที

ในรายละเอียดของร่างกฎหมายภาษีดังกล่าว อยู่ในระหว่างการพิจารณาของกระทรวง ไม่ว่าจะเป็นอัตราภาษี รัศมีของอสังหาริมทรัพย์ที่จะได้รับผลประโยชน์จากโครงการของรัฐ และข้อยกเว้นต่างๆ เป็นต้น โดยในเรื่องอัตราภาษีที่ผู้ได้ประโยชน์จะต้องจ่ายให้แก่รัฐนั้น จะใช้ราคาประเมินที่ดินและสิ่งปลูกสร้างของผู้ที่ได้รับประโยชน์มาเป็นฐานในการประเมิน ซึ่งจะต้องเพิ่มเติมจากการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่รัฐบาลกำลังพิจารณาออกกฎหมายดังกล่าว

ทั้งนี้ เจ้าของที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ยังต้องมีภาระที่ต้องจ่ายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง เนื่องจาก เป็นกฎหมายภาษีคนละฉบับ และมีวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกันในการจัดเก็บภาษี ปัจจุบันภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งผ่านคณะรัฐมนตรีแล้ว อยู่ในระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา เพื่อเสนอเข้า สภานิติบัญญัติต่อไป

โครงการลงทุนของรัฐที่ผู้ได้ประโยชน์จากโครงการต้องจ่ายผลประโยชน์แก่รัฐนั้น จะได้กำหนดอย่างชัดเจน เช่น โครงการรถไฟฟ้าสายสีต่างๆ แต่จะต้องเป็นโครงการที่เกิดขึ้นใหม่เท่านั้น จะไม่นับรวมโครงการที่ได้ดำเนินการไปแล้ว

สำหรับราคาประเมินที่ดินบริเวณแนวรถไฟฟ้าที่กรมธนารักษ์ประกาศใช้ตั้งแต่ต้นปี 2559-2562 จำนวน 6 สายนั้น ราคาโดยรวมเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 31.47% เมื่อเทียบกับราคาประเมินเฉลี่ยระหว่างปี 2555-2558 โดยราคาประเมินที่ปรับสูงสุดอยู่ในเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีเขียวบริเวณถนนราชพฤกษ์ราคาประเมินเพิ่ม 122.22% จาก 9 หมื่นบาทต่อตารางวา เป็น 2 แสนบาทต่อตารางวา