วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ชี้‘3ปัจจัย’กดดันธุรกิจแบงก์ปี60

ศูนย์วิจัยกสิกร มองปีนี้แบงก์เผชิญโจทย์ 3 ด้านหลัก "ค่าต๋งส่อลดลงหลังใช้พร้อมเพย์-ต้นทุนเพิ่มจากดบ.ตลาดเงินขยับขึ้น-ลงทุนในเทคโนโลยีใหม่ๆ"

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่า ความท้าทายของธุรกิจธนาคารพาณิชย์ในปี 2560 มีโจทย์ 3 ด้านหลัก ได้แก่ โจทย์ทางด้านกติกา ทิศทางต้นทุนทางการเงิน และการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี ซึ่งทำให้ภาพในปีนี้แตกต่างไปจากช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ซึ่งความกังวลหลักอยู่ที่ประเด็นการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ

สำหรับโจทย์แรก รายได้ค่าธรรมเนียมอาจเติบโตชะลอลงในระยะสั้น จากการเปลี่ยนผ่านของกฎเกณฑ์กติกาการกำกับดูแล และโครงการของรัฐ ที่เริ่มต้นปีด้วยการเดินหน้าโครงการเนชั่นแนล อี-เพย์เม้นท์ ในส่วนของโครงการพร้อมเพย์ ที่เปิดตัวไปแล้วในเรื่องของการโอนเงินระหว่างบุคคลกับบุคคล ตามด้วยการเตรียมเปิดให้บริการพร้อมเพย์นิติบุคคลในช่วงต้นมี.ค.2560

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดกว่า รายได้ค่าธรรมเนียมของธนาคารพาณิชย์อาจได้รับผลกระทบราว 3.1-3.6 พันล้านบาทจากโครงการพร้อมเพย์ ภายใต้สมมติฐานว่า 60% ของผู้ลงทะเบียนเปลี่ยนมาใช้ระบบพร้อมเพย์เป็นช่องทางหลักในการทำธุรกรรมโอนเงิน

ขณะที่การดำเนินการในส่วนของการขยายเครือข่ายร้านค้ารับบัตร หรือเครื่องอีดีซี ก็น่าจะเริ่มเห็นความชัดเจนมากขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง นอกจากนี้ความเข้มงวดของ “เกณฑ์ดูแลการขายผลิตภัณฑ์ทางการเงิน” เช่น ผลิตภัณฑ์ประกัน ผลิตภัณฑ์ด้านการลงทุนอื่นๆ ที่เพิ่มเติมเข้ามา อาจทำให้การเติบโตของรายได้ค่านายหน้าจากการขายผลิตภัณฑ์ทางการเงินในปีนี้มีความท้าทายเพิ่มมากขึ้นเช่นกัน

โจทย์ที่สอง การเปลี่ยนผ่านสู่จังหวะการทยอยปรับตัวสูงขึ้นของ “อัตราดอกเบี้ยในตลาด” ที่กดดันต้นทุนทางการเงิน และทำให้ยังคงต้องเฝ้าระวังคุณภาพของหนี้อย่างใกล้ชิด

ทิศทางดอกเบี้ยในตลาดมีโอกาสไต่ระดับขึ้นอีกครั้ง โดยเฉพาะเมื่อธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) ส่งสัญญาณเข้มดอกเบี้ยที่ชัดเจนขึ้น อาจเพิ่มแรงกดดันต่อต้นทุนการระดมทุนผ่านตลาดตราสารหนี้ของไทย ซึ่งท้ายสุดอาจมีผลให้ต้นทุนการระดมเงินฝากก้อนใหม่บางส่วนของธนาคารพาณิชย์ต้องเริ่มขยับขึ้นในทิศทางที่สอดคล้องกัน

ส่วนโจทย์ที่สาม คือ การลงทุนในเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อเพิ่มแต้มต่อท่ามกลางความเข้มข้นของสนามการแข่งขันของบริการด้านการเงิน กระบวนการ Disruptive Innovation ในธุรกิจการเงินไทยในปัจจุบันที่คืบหน้าอย่างรวดเร็ว และยังมีแนวโน้มเข้มข้นขึ้นอีก หลังธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) วางแผนให้ใบอนุญาตธุรกิจใหม่ๆ และเริ่มทดสอบ Regulatory Sanbox ในปี 2560 คงทำให้สุดท้ายแล้ว ฟินเทค และผู้ประกอบการในธุรกิจอื่น เช่น อี-คอมเมิร์ซ โทรคมนาคม และค้าปลีก ก้าวเข้าสู่สนามแข่งขันกับบริการด้านการเงินของธนาคารพาณิชย์มากขึ้น

อย่างไรก็ตามธนาคารพาณิชย์แต่ละแห่ง น่าจะเตรียมแผนธุรกิจ วางกลยุทธ์ เพื่อบรรเทาผลกระทบจากโจทย์ท้าทาย 3 ด้านดังกล่าวไว้ล่วงหน้า แต่การประหยัดต้นทุนส่วนเพิ่มในระยะเปลี่ยนผ่านนี้ อาจทำได้ไม่มากนัก