‘ไออาร์พีซี’ เตรียมรีไฟแนนซ์เงินกู้ 2 หมื่นล้านบาท ช่วงเดือน พ.ค. นี้ เชื่อลดภาระดอกเบี้ยลงปีละ 300-400 ล้านบาท
นางรัชดาภรณ์ ราชเทวินทร์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายบัญชีและการเงิน บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) IRPC เปิดเผยว่า ช่วงเดือน พ.ค. นี้ จะครบกำหนดชำระคืนเงินกู้ราว 2 หมื่นล้านบาท ซึ่งบริษัทได้เตรียมขอวงเงินจากธนาคารพาณิชย์ 4 แห่ง รวม 1.5 หมื่นล้านบาท พร้อมกระแสเงินสดของบริษัท เพื่อคืนเงินกู้ดังกล่าว ซึ่งจะช่วยให้ต้นทุนทางการเงินลดลงจากกว่า 4% เป็นกว่า 3% ช่วยประหยัดภาระดอกเบี้ยไปได้ปีละประมาณ 300-400 ล้านบาท
“เงินกู้ที่จะครบกำหนดในเดือน พ.ค. อัตราดอกเบี้ยส่วนหนึ่งสูงราว 7-8% การรีไฟแนนซ์ในครั้งนี้จะช่วยให้บริษัทประหยัดต้นทุนทางการเงินลงไปพอสมควร”
โดยเงินกู้กับ 4 ธนาคารดังกล่าวประกอบด้วย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ธนาคารออมสิน ธนาคารทหารไทย และซีไอเอ็มบี ไทย
สำหรับแนวโน้มผลประกอบการในปีนี้ บริษัทมีเป้าหมายกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อม และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ประมาณ 18,000 ล้านบาท มาจากแรงหนุนของโครงการยูเอชวี ซึ่งจะช่วยเพิ่มกำไรจากการกลั่นราว 2 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล รวมถึงโครงการเอเวอร์เรสต์ ที่คาดว่าจะช่วยเพิ่มประมาณ 200 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ค่าการกลั่น (GIM) ตามภาพรวมตลาดน่าจะใกล้เคียงกับปีก่อน ซึ่งช่วง 9 เดือนแรก ปี 2559 อยู่ที่ราว 13 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
“แม้ปีนี้จะมีการปิดซ่อมบำรุงครั้งใหญ่ช่วงเดือน ก.พ. และจะกลับมาเดินเครื่อง 100% ในเดือน เม.ย. แต่โครงการยูเอชวี และเอเวอร์เรสต์ จะเข้ามาช่วยชดเชยได้ ขณะที่ปริมาณการกลั่นจะใกล้เคียงกับปีก่อนที่ประมาณ 1.8 แสนบาร์เรลต่อวัน ขณะที่สัดส่วนรายได้จากธุรกิจปิโตรเคมีในปีนี้จะเพิ่มขึ้นมาเป็น 40% หลังจากที่บริษัทเตรียมเพิ่มกำลังการผลิตเม็ดพลาสติกเป็น 7.7 แสนตันต่อปี ช่วงไตรมาส 3 นี้”
สำหรับการลงทุนในโครงการใหม่ๆ แม้จะมีโครงการที่ศึกษาอยู่ 2-3 โครงการ แต่ในระยะ 2-3 ปีนี้ เชื่อว่าจะยังไม่มีการลงทุนเกิดขึ้น เพราะที่ผ่านมาบริษัทลงทุนโครงการขนาดใหญ่ไปหลายโครงการ ช่วงนี้จึงเป็นช่วงเวลาเก็บเกี่ยวกำไรจากที่ลงทุนมาก่อนหน้านี้ และหากจะมีการลงทุนเกิดขึ้นในอนาคต บริษัทจะเน้นการพัฒนาวัตถุดิบภายใน และสร้างมูลค่าเพิ่มมากขึ้น
ส่วนแนวโน้มราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกในปีนี้น่าจะอยู่ที่ราว 55 – 60 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากที่โอเปกมีแผนปรับลดกำลังการผลิตลง แต่เชื่อว่าราคาน้ำมันอาจจะไม่สามารถปรับตัวขึ้นได้มากนัก เพราะต้องระมัดระวังการกลับมาผลิตของเชลล์ออยล์ ซึ่งจะเข้ามาเพิ่มอุปทานได้หากราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นมา
ด้าน บล.ทรีนีตี้ ประเมินผลการดำเนินงานของบริษัทไออาร์พีซีไตรมาส 4/2559 โดยคาดว่าไออาร์พีซีมีกำไรสุทธิ 2,208 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 69% จากไตรมาสก่อนหน้า และเพิ่มขึ้น 394% จากงวดเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากค่าการกลั่นพื้นฐานโดยรวมปรับตัวเพิ่มขึ้น ประเมินที่ 5.81 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และประเมินกำไรสต๊อกน้ำมันดิบ ราว 1,737 ล้านบาท







