"ก.พลังงาน" ยัน ผู้ผลิตไฟฟ้าพลังงานลมที่ได้รับสัญญาซื้อขายไฟฟ้าแล้ว ดำเนินการถูกต้องตามหลักเกณฑ์ "กกพ." ชี้ต้องเยียวยาหากต้องรื้อถอนโครงการ
นายทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ในฐานะโฆษกกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า กระทรวงพลังงาน ยังรอพิจารณาคำสั่งศาลปกครองสูงสุดให้ชัดเจนกรณีพิพากษา ให้ยกเลิกโครงการกังหันลมเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าของบริษัท เทพสถิต วินด์ฟาร์ม ในพื้นที่สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) จ.ชัยภูมิ ว่าจะส่งผลกระทบไปยังโครงการพลังงานลมอื่นๆ หรือไม่ แต่ยืนยันว่า การยื่นเสนอดำเนินโครงการฯของผู้ประกอบการที่ผ่านมา ถูกต้องตามเงื่อนไขของรัฐ หลังออกประกาศรับซื้อไฟฟ้าพลังงานลมผ่าน 3 การไฟฟ้า ตามรูปแบบการให้อัตราส่วนเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้า (แอดเดอร์) ราวปี 2550 ซึ่งการจะตอบรับทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (พีพีเอ) นั้น 3 การไฟฟ้า จะพิจารณาคุณสมบัติให้ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด เช่น เทคโนโลยีผลิตไฟฟ้า พื้นที่ในการจัดตั้งโรงไฟฟ้า และการทดสอบการจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบ ดังนั้น โรงไฟฟ้าที่ได้รับการทำสัญญา (พีพีเอ) แล้ว ถือว่าดำเนินการถูกตามขั้นตอนของรัฐ
นายวีระพล จิรประดิษฐกุล กรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ในฐานะโฆษก กกพ. กล่าวว่า กกพ. ยังรอฟังความชัดเจนจาก ส.ป.ก. ในช่วงต้นสัปดาห์หน้า ที่จะทบทวนเรื่องการจัดตั้งโรงไฟฟ้าพลังงานลมบนพื้นที่ ส.ป.ก.ในทุกโครงการ และหากสุดท้ายต้องยกเลิกโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมในภาคตะวันออกเฉียงเหนือทั้งหมด กกพ.จะต้องพิจารณาหามาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการต่อไป
"ส่วนที่มีการเสนอเปลี่ยนพื้นที่พัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือไปอยู่ในพื้นที่ภาคใต้แทนนั้น ยอมรับว่า อาจส่งผลให้การจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ (ซีโอดี) ต้องล่าช้าออกไป เพราะโครงการส่วนใหญ่ 80% ที่ทำสัญญา (พีพีเอ) กับภาครัฐแล้วตั้งอยู่ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งต้องไปเริ่มต้นดำเนินโครงการใหม่ทั้งหมด โดยเฉพาะการวัดปริมาณลมต้องใช้เวลากว่า 1 ปี"









