เคเอฟซี เดินหน้าขายแฟรนไชส์ร้านไก่ทอด 100% ปีนี้ เตรียมขายสาขา ยัมฯ ลงทุนเอง 224สาขา ชูโมเดลแฟรนไชส์ สานเป้า 800 สาขา ปี 63
างแววคนีย์ อัสโสรัตน์กุล ผู้จัดการทั่วไปเคเอฟซี ประเทศไทย บริษัท ยัม เรสเทอรองตส์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด ผู้บริหารร้านอาหารบริการด่วน “เคเอฟซี” เปิดเผยว่าแผนการดำเนินธุรกิจปีนี้ จะปรับสู่โมเดลผู้ให้บริการแฟรนไชส์ร้านเคเอฟซี 100% ภายในปีนี้ เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตของแบรนด์ควบคู่กับการและบรรลุเป้าหมายในการขยายสาขาร้านเคเอฟซี่ให้ครบ 800 สาขาภายในปี 2563
ทั้งนี้ การดำเนินกิจของเคเอฟซีภายใต้การบริหารของบริษัทยัมฯ จะเป็นในรูปแบบผู้ดูแลและสนับสนุนการดำเนินธุรกิจของแฟรนไชส์ โดยมีสำนักงานที่กรุงเทพฯ เป็นศูนย์กลางในการทำงาน ควบคู่กับการวางกลยุทธ์ทางการตลาด และการสื่อสาร รวมถึงการพัฒนาด้านต่างๆ ทั้งด้านแบรนด์ นวัตกรรม และมาตรฐานต่างๆ ซึ่งเป็นโมเดลธุรกิจที่ถูกนำมาใช้และประสบความสำเร็จในหลายประเทศ อาทิ แคนาดา อังกฤษ ออสเตรเลีย และแอฟริกา
“เราจะทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์ รูปแบบ Brand Advisory Councilที่จะทำหน้าที่ในการขับเคลื่อนด้านแบรนด์ พาร์ทเนอร์ และการพัฒนาธุรกิจ รวมถึงการสร้างประสบการณ์ในการบริการที่ดี พร้อมสนับสนุนสาขาร้านแฟรนไชส์ในรูปแบบต่างๆ” นางแววคนีย์ กล่าว
ล่าสุดได้แต่งตั้งบริษัท ไพรซ์ วอเตอร์เฮาส์คูเปอส์ หรือ พีดับบลิวซี ทำหน้าที่จัดการด้านการขายแฟรนไชส์ล็อตที่ 2 ที่เหลืออยู่ทั้งหมด จำนวน 224 สาขา ในส่วนที่บริษัทยัมฯ ลงทุนเอง ให้กับพาร์เนอร์รายใหม่ ทั้งการประเมินราคา รวมถึงการหาผู้ซื้อที่มีศักยภาพมาร่วมเป็นพันธมิตรกับบริษัท
ทั้งนี้ ได้เริ่มดำเนินการในเรื่องของการประกาศปรับเปลี่ยนโมเดลธุรกิจ มาตั้งแต่วันที่ 25 ม.ค. 2560 คาดว่าจะแล้วเสร็จกระบวนการในช่วงเดือน ก.ย.นี้ โดยเปิดกว้างให้กับนักลงทุนที่สนใจซื้อแฟรนไชส์ ทั้งหน้าใหม่ และผู้ร่วมก่อตั้งเคเอฟซี อย่างบริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป หรือซีอาร์จี และบริษัท เรสเทอรองตส์ ดีเวลลอปเม้นต์ จำกัด หรืออาร์ดี ที่เป็นพาร์ทเนอร์ รายล่าสุดที่ซื้อแฟรนไชส์ไปจำนวน 130 สาขา ในเดือน พ.ค.2558 ซึ่งได้โอนสิทธิไปแล้ว 123 สาขา ในเดือน พ.ย.2559 เหลืออีก 7 สาขา คาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วง 3-4 เดือนจากนี้ โดยสาขาส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ภาคใต้
“กลยุทธ์การทำตลาดหลังจากนี้ ยัมฯยังคงเดินหน้าขยายสาขาต่อเนื่องในรูปแบบแฟรนไชส์ 100% โดยบริษัทจะไม่ขยายสาขาในส่วนของการลงทุนเองอีกต่อไป”
ปีนี้ยังวางเป้าหมายเปิดเพิ่มอีก 52 แห่ง ซึ่งเป็นการขยายสาขารวมกันของแฟรนไชส์ปัจจุบัน ภายใต้งบการลงทุนรวม 1,035 ล้านบาท แบ่งเป็นสาขาที่ให้บริการไดร์ฟทรู15 แห่ง โดยที่ผ่านมาทางซีอาร์จี ได้เปิดสาขารูปแบบไดร์ฟทรู ไปแล้ว 1 สาขาที่ติวานนท์ รวมทั้งช่องทางเดลิเวอรี่ให้ครอบคลุม 50% ของสาขาร้านเคเอฟซีทั้งหมด
ปัจจุบันเคเอฟซีประเทศไทย มีสาขารวมทั้งสิ้น 586 แห่งทั่วประเทศ แบ่งเป็นสาขาของบริษัทยัมฯ จำนวน 244 แห่ง (อยู่ระหว่างการขายแฟรนไชส์ทั้งหมด) คิดเป็นสัดส่วน 42% , ซีอาร์จี 219แห่ง 37% และอาร์ดี 130 แห่งคิดเป็น 21%
ภาพรวมตลาดร้านอาหารบริการด่วนในปีนี้ มองว่ายังเติบโตราว 6.8% ตลาดไก่ทอดเติบโตสูงสุด







