วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

Daily Market Outlook (1 ก.พ.60)

Trump ก่อเรื่องอีกแล้ว

คาดหุ้นไทยเคลื่อนไหวในกรอบแคบวันนี้เช่นเดียวกับหุ้นในเอเชียอื่นๆ จากความกังวลเรื่องที่รัฐบาลสหรัฐภายใต้ประธานาธิบดี Trump ให้ความสำคัญเรื่องปกป้องทางการค้า การโดดเดี่ยวตนเองมากกว่านโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ ล่าสุด Trump ออกมากล่าวหาเยอรมันและญี่ปุ่นว่าใช้วิธีการกดค่าเงินตนเองเพื่อความได้เปรียบทางการค้า ซึ่งมองได้ว่าต่อจากนี้อาจจะกลายเป็นสงครามค่าเงินได้ อย่างไรก็ตามมีตัวเลขผลประกอบการดีโดยรวมจากสหรัฐ และตัวเลขเศรษฐกิจที่ดีจากยูโรโซนและจีน ปัจจัยภายในประเทศวันนี้ค่อนไปทางบวก ผลผลิตอุตสาหกรรมเพิ่มต่อในเดือน ธ.ค. ธปท. มองเศรษฐกิจไทยไตรมาส 4/59 ดี โตโยต้ามองแนวโน้มอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยดีขึ้นในปี 60 รัฐบาลดำเนินความพยายามต่อเนื่องในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ล่าสุดไฟเขียวงบ 6.3 หมื่นล้านเพื่อพัฒนาภูมิภาค

หุ้นเด่นวันนี้: BCP (ราคาปิด 35.25 บาท; ซื้อ; ราคาเป้าหมาย AWS 40.00 บาท)

เราเลือกบมจ. บางจากปิโตรเลียม เป็นหุ้นเด่นในวันนี้ท่ามกลางสถานการณ์ความแน่นอนของตลาดในปัจจุบัน ด้วยลักษณะของความเป็นหุ้น Defensive จากค่า Beta ที่ต่ำเพียง 0.6 รายรับและกระแสเงินสดที่มั่นคงจากธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนและธุรกิจค้าปลีกน้ำมัน ซึ่งจะไม่ได้รับผลกระทบจากนโยบายกีดกันทางการค้าของ Donald Trump รวมไปถึงอัตราผลตอบแทนเงินปันผลจูงใจที่ระดับ 6.0% p.a. จากราคาหุ้นปัจจุบัน ขณะที่ทิศทางผลการดำเนินงานของบริษัทฯ ยังคงสดใส โดยคาดกำไรสุทธิงวด 4Q59 จะออกมาโดดเด่น สนับสนุนจากการปรับตัวสูงขึนของค่าการกลั่นตลาดในภูมิภาคในช่วงไตรมาส รวมไปถึงกำไรจากผลของสต็อกน้ำมัน และน่าจะส่งผลให้กำไรโดยรวมทั้งปี 2559 ปรับตัวสูงขึ้นจากปีก่อนหน้าได้อย่างแข็งแกร่ง 24% YoYแม้ว่ามีการหยุดซ่อมบำรุงใหญ่ของโรงกลั่นในช่วงไตรมาสสอง ก่อนที่กำไรสุทธิจะปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องในปีนี้ 11% YoY จากการเดินเครื่องโรงกลั่นภายใต้ภาวะเหมาะสมอย่างเต็มที่ตลอดทั้งปี เรามองราคาหุ้นในระดับปัจจุบันมีความน่าสนใจจากค่า PBV ปีนี้อยู่ในระดับ 1.2 เท่า ซึ่งเท่ากับค่าเฉลี่ยอดีตของบริษัทฯ ในระยะยาว ขณะที่จากนี้เป็นต้นไป BCP จะมีกำไรที่มีเสถียรภาพมากขึ้นจาก BCPG ซึ่งวางแผนขยายกำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนขึ้นเป็น 1,000 เมกะวัตต์ภายในปี 2563 จากระดับปัจจุบันที่ราว 150 เมกะวัตต์ ที่จะสามารถ Re-rate ค่า PBV ให้สูงขึ้นได้อีก ในส่วนของ Price Pattern ของ BCP มีความแข็งแกร่งอย่างมากในแนวโน้มขาขึ้น (Uptrend) จากการเกิดทั้ง Daily, Weekly, & Monthly Buy Signal เมื่อพิจารณา Price Pattern ของ BCP มีเป้าหมายหลักอยู่ที่ 36.50 บาท ซึ่งหาก BCP มีความแข็งแกร่งที่มากพอด้วยการปิดตลาดเหนือ 36.50 บาทได้สำเร็จ นี่จะเป็นการบ่งบอกถึงการทำ New High โดยมีเป้าหมายแรกเพื่อทดสอบ High เดิมที่ 39.75 บาท และมีเป้าหมายแรกของการทำ New High อยู่ที่ 43.50 บาท ตามลำดับ ทั้งนี้ BCP มีจุด Stop Loss ระยะสั้นอยู่ที่ 33 บาท (แนวต้าน: 35.50, 35.75, 36.25; แนวรับ: 35.00, 34.75, 34.25)

ปัจจัยสำคัญ

ประเด็นในประเทศ:

• ผลผลิตอุตสาหกรรม ธ.ค. เพิ่มขึ้น 0.54% ต่ำกว่าคาดผลผลิตอุตสาหกรรมของไทยเพิ่มขึ้นต่อกันเป็นเดือนที่สองแล้วใน ธ.ค. หนุนโดยความต้องการที่แข็งแกร่งสำหรับเหล็ก อิเล็กทรอนิกส์ ยางและอัญมณี และการเพิ่มขึ้นยังถือว่าน้อยสะท้อนว่าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจยังเปราะบาง รมว.อุตสาหกรรมรายงานดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม ธ.ค. เพิ่มขึ้น 0.54% ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยผลสำรวจคาดการณ์ของ Reuters ที่ 2.50% สำหรับทั้งปี 59 เติบโต 0.45% โดยมองแง่ลบแล้ว การเติบโตจะดีขึ้นเล็กน้อยในปีนี้ราว 0.5-1.0% จากข้อกังวลว่าทรัมป์จะออกนโยบายกีดกันทางการค้าซึ่งจะกระทบภาคอุตสากรรมทางอ้อม (Bangkok Post)

• แบงค์ชาติมองบวกเศรษฐกิจไตรมาส 4/59 ธนาคารแห่งประเทศไทยระบุแม้ภาคท่องเที่ยวจะหดตัวจากการกวดขันทัวร์ศูนย์เหรียญ แต่เศรษฐกิจประเทศยังเติบโตต่อในไตรมาสสุดท้ายของปีที่แล้ว สนับสนุนโดยการใช้จ่ายสาธารณะและการส่งออกที่หักหัวขึ้น แบงค์ชาติคาดทั้งปี 59 เศรษฐกิจไทยจะเติบโต 3.2% (Bangkok Post)

• ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอแผนงานเปลี่ยนระบบสายไฟฟ้าอากาศเป็นสายไฟฟ้าใต้ดิน ของการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ซึ่งเดิมเป็นแผนที่จะจัดทำตั้งแต่ปี 2551-2556 แต่ได้ปรับปรุงใหม่เป็นแผนที่ดำเนินการตั้งแต่ปี 2551-2564 โดยอนุมัติวงเงิน 9,088 ล้านบาท ใช้เงินกู้ในประเทศ 5,400 ล้านบาท และเงินรายได้ของ กฟน. 3,688 ล้านบาท เพื่อไปดำเนินการใน 3 โครงการ คือ 1.โครงการปทุมวัน จิตรลดา และพญาไท เพิ่มเติม 2.โครงการพระราม3 และ 3.โครงการนนทรี ให้แล้วเสร็จในปี 2564 (ไทยรัฐออนไลน์)ความเห็น: คาดว่าส่งผลบวกในเชิงภาพรวมอุตสาหกรรมต่อ CTW, ILINK, ALT, WIIK, ARROW

• คณะรัฐมนตรีอนุมัติงบประมาณ 63,100 ล้านบาทใช้ในงานพัฒนาโครงการกลุ่มคลัสเตอร์ 18 จังหวัด สำหรับงบประมาณประจำปี 2561 (บางกอกโพสต์)ความเห็น: คาดเป็นประโยชน์ต่อกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม รับเหมาก่อสร้าง และวัสดุก่อสร้าง

• สายการบินต้นทุนต่ำประกาศเพิ่มค่าตั๋วเครื่องบิน 150 บ.สายการบินไทยแอร์เอเชีย (AAV) สายการบินนกแอร์ (NOK) สายการบินไลอ้อนแอร์ และสายการบินเวียดเจ็ทแอร์ ประกาศบวกเพิ่มค่าภาษีสรรพสามิตน้ำมันในอัตรา 150 บาทต่อคนต่อเที่ยวบินสำหรับเส้นทางบินภายในประเทศ มีผลตั้งแต่ช่วงต้นเดือนก.พ. หลังรัฐประกาศเก็บเพิ่มภาษีสรรพสามิตน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องบินภายในประเทศเป็น 4 บาท ต่อลิตร จาก 20 สตางค์ต่อลิตร (Bangkok Post)

• คาดยอดขายรถยนต์เพิ่ม 4%: ยอดขายรถยนต์ภายในประเทศคาดว่าจะเพิ่มเป็นครั้งแรกใน 60 หรือ 4.06% สู่ 8 แสนคัน บริษัทโตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทยกล่าวว่ารถยนต์รุ่นใหม่และการใช้จ่ายภาครัฐว่าเป็นปัจจัยหลัก ยอดขายรถยนต์ในปี 59 ที่ผ่านมาหดตัว 3.9% เป็นสี่ปีติดกันแล้วที่ลดลง กระทบโดยการบริโภคที่อ่อนแอและผลจากนโยบายรถคันแรกที่สิ้นสุดปี 55 จะเริ่มบางลง ในขณะที่ยอดขายจะพุ่ง (Bangkok Post)

• ผู้ปลูกยางระบุยังรักษาการส่งออกได้แม้เจอน้ำท่วม ผู้ส่งออกยางระบุว่ามียางในสต็อกมากพอให้มั่นใจว่าการส่งออกยางจะแทบไม่ขาดช่วง แม้จะมีอุทกภัยครั้งในภูมิภาคหลักที่ปลูกยาง ยังส่งออกได้ในเดือน ม.ค. และน่าจะยังดีในเดือน ก.พ. เพราะผู้ค้าส่วนใหญ่ได้สต็อกยางไว้แล้วตั้งแต่ พ.ย. 59 (Bangkok Post)

ต่างประเทศ:

• ทรัมป์กล่าวถึงสงครามค่าเงิน ที่ปรึกษาของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ได้ออกมากล่าวหาเยอรมนีและญี่ปุ่นว่ากำลังลดค่าเงินยูโรและเงินเยนเพื่อสร้างความได้เปรียบทางการค้า ความเห็นดังกล่าวทำให้เกิดข้อสงสัยว่าสหรัฐอาจจับตาไปที่ค่าเงินดอลลาร์มากขึ้น (Reuters)

• ราคาพันธบัตรส่วนมากปรับตัวขึ้นเมื่อวันอังคาร หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แสดงความกังวลเกี่ยวกับค่าเงินดอลลาร์ ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรลดลงและมีความต้องการพันธบัตรสหรัฐเพิ่มขึ้น ราคาพันธบัตรอายุ 10 ปี ปรับตัวขึ้น 11/32 อัตราผลตอบแทนอยู่ที่ระดับ 2.44% ลดลงจากที่ระดับ 2.48% เมื่อวันจันทร์และเป็นระดับต่ำสุดนับแต่วันที่ 24 ม.ค. (Reuters)

• ดอลลาร์สหรัฐร่วงลงเทียบกับสกุลเงินหลักเมื่อวันอังคาร และเป็นเดือนที่แย่ที่สุดนับแต่เดือนมี.ค. หลังจากทรัมป์แสดงความเห็นเกี่ยวกับการลดค่าเงินของประเทศอื่น และที่ปรึกษาทางการค้าได้ระบุถึงเงินยูโร ดัชนีค่าเงินดอลลาร์ซึ่งวัดค่าเงินดอลลาร์สหรัฐเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุล แตะระดับต่ำสุดนับนับแต่วันที่ 8 ธ.ค. ที่ 99.462 และอ่อนค่า 2.6% ในเดือนม.ค. (Reuters)

สหรัฐ:

• ตลาดหุ้นสหรัฐปิดลบเมื่อวันอังคาร จากความวิตกกังวลว่ารัฐบาลของทรัมป์ให้ความสำคัญกับนโยบายโดดเดี่ยวประเทศและปกป้องทางการค้าของสหรัฐมากเกินไปแทนที่จะเน้นนโยบายส่งเสริมการขยายตัวทางเศรษฐกิจ กลุ่มเทคโนโลยีและกลุ่มการเงินเป็นกลุ่มที่ได้รับแรงกดดันมากที่สุด ส่วนกลุ่มดูแลสุขภาพช่วยลดการขาดทุน อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิของบริษัทต่าง ๆ ที่ออกมาดี และแนวโน้มเศรษฐกิจที่สดใสยังคงหนุนตลาดหุ้นอยู่ (Reuters)

• กำไรสุทธิของบริษัทจดทะเบียนรายใหญ่ในสหรัฐคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 7.1% ในไตรมาส 4/59 เมื่อวันอังคาร ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 6.7% เมื่อวันจันทร์ จากข้อมูลของ Thomson Reuters (Reuters)

ยุโรป:

• ตลาดหุ้นยุโรปเมื่อวันอังคารปรับตัวลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 1 สัปดาห์ ส่งผลให้ปิดเดือนม.ค. ด้วยการปรับตัวลดลงเล็กน้อยจากเดือนก่อน หลังจากนักลงทุนกลับมามองถึงนโยบายของ Donald Trump ในเชิงความเป็นจริงมากขึ้น แม้ว่าตัวเลขเศรษฐกิจยูโรโซนล่าสุดจะประกาศออกมาในเชิงบวกก็ตาม (Reuters)

• เศรษฐกิจยูโรโซน 4Q59 ขยายตัว ว่างงานเดือนม.ค. ต่ำสุดในรอบ 7 ปี เงินเฟ้อขยายตัวเดือนม.ค. สำนักงานสถิติแห่งสหภาพยุโรป (Eurostat) เปิดเผยว่าเศรษฐกิจยูโรโซนมีการขยายตัว 1.7% ในปีที่แล้ว ชะลอลงจากการขยายตัว 2.0% ในปี 2558 ที่สูงที่สุดในรอบ 5 ปี ขณะที่อัตราการว่างงานในยูโรโซนดิ่งลงสู่ระดับ 9.6% ในเดือนธ.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ค. 2552 นอกจากนี้ อัตราเงินเฟ้อในยูโรโซนได้พุ่งขึ้นแตะระดับ 1.8% ในเดือนม.ค. เข้าใกล้เป้าหมายของ ECB ที่ 2.0% เทียบกับระดับ 1.1% ในเดือนธ.ค. (Reuters)

เอเชีย:

• ญี่ปุ่นจะตอกกลับแผนที่จะแสดงให้ประธานาธิบดีสหรัฐ Donald Trump เห็นว่า บริษัทญี่ปุ่นมีความพร้อมที่จะสร้างงานในสหรัฐฯ ชินโซอะเบะจะไปเยือนกรุงวอชิงตัน 10 กุมภาพันธ์นี้ เพื่อเจรจากับ Trump เพื่อแสวงความคืบหน้าอย่างรวดเร็วในข้อตกลงการค้าทั้งสองฝ่าย (Reuters)

• BOJ รักษาอัตราผลตอบแทนเป้าหมายพันธบัตรให้คงที่ แต่เพิ่มการคาดการณ์การเจริญเติบโตBOJ คงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่ลบ 0.1% และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี ที่ประมาณ 0% ในวันอังคารที่ผ่านมา และ BOJ หยิบยกประมาณการการเติบโตทางเศรษฐกิจสำหรับปีงบประมาณที่เริ่มในเดือนเมษายนไว้ที่1.5% จากการคาดการณ์เดิมที่ 1.3% ในเดือนพฤศจิกายน เป้าหมายที่สดใสคืออุตสาหกรรมการส่งออก โดยปรับเพิ่มคาดการณ์สำหรับปีนี้จาก 0.9% เป็น 1.1% แต่ก็เตือนว่ายังไม่แน่ใจสำหรับการไปถึงเป้าหมายเงินเฟ้อ 2% (Reuters)

• BOJ วางแผนที่จะซื้อพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นที่มีอายุมากกว่า 5 ถึง 10 ปีที่จะครบกำหนดในเดือนกุมภาพันธ์มูลค่า 410,000 ล้านเยน (3.61 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ)(Reuters)

• อัตราการเติบโตของภาคการผลิตจีนขยายตัวกว่าคาดในเดือนมกราคม แต่เป็นระดับเดียวกับในเดือนธันวาคม PMI อย่างเป็นทางการอยู่ที่ระดับ 51.3 ในเดือนมกราคมเมื่อเทียบกับเดือนธันวาคม ที่51.4 และสูงกว่านักวิเคราะห์คาดที่51.2โดยบริษัท อุตสาหกรรมยังคงได้รับประโยชน์จากราคาขายที่เพิ่มขึ้นและการฟื้นตัวของดีมานด์ภาคการก่อสร้าง(Reuters)

• การเจริญเติบโตในภาคบริการของจีนเร่งตัวขึ้นในเดือนมกราคมเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า PMI ภาคการผลิตที่ไม่เป็นทางการอยู่ที่ระดับ 54.6 ในเดือนมกราคมเมื่อเทียบกับเดือนธันวาคมที่54.5 และสูงกว่า 50 จุดภาคบริการคิดเป็นสัดส่วนมากกว่าครึ่งหนึ่งของเศรษฐกิจของจีน (Reuters)

• ตลาดการเงินจีนจะยังคงปิดจนถึงวันพรุ่งนี้และเปิดดำเนินการในวันศุกร์(Reuters)

สินค้าโภคภัณฑ์:

• น้ำมันดิบบวกวันอังคาร เพราะดอลลาร์ที่อ่อนค่าและข่าวว่าผู้ผลิตน้ำมันหลักลดการผลิตเดือนนี้มากกว่าที่คาดกัน น้ำมันดิบ Brent ล่วงหน้าส่งมอบมี.ค. บวก 47 เซนต์ปิด 55.70 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล Brent ล่วงหน้าส่งมอบ เม.ย. บวกขึ้นไปสูงสุดถึง 2% น้ำมันดิบสหรัฐบวก 18 เซนต์ปิด 52.81 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล (Reuters)

• ราคาทองคำแตะจุดสูงสุดของสัปดาห์เมื่อวันอังคาร เพราะนักลงทุนวิตกแลหันมาซื้อทองหลังดอลลาร์ร่วงจากที่ Donald Trump ประธานาธิบดีสหรัฐให้ความเห็นเรื่องการลดค่าเงินของประเทศอื่น ราคาทองคำตลาดจรบวก 1.6% ที่ 1,214.19 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ สูงสุดนับแต่ 24 ม.ค. ราคาทองคำตลาดล่วงหน้าบวก 1.7% ปิด 1,213 ดอลลาร์สหรัฐ (Reuters)