วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

กรุงศรีฯดันดิจิทัลบุกสินเชื่อรายย่อย

กรุงศรีฯ ลดต้นทุนการเงินต่อเนื่อง รุกดิจิทัลขยายสินเชื่อรายย่อย พร้อมกระจายความเสี่ยงพอร์ตลูกหนี้ คุมเอ็นพีแอลเข้มไม่เกิน2.5%

นายโนริอากิ โกโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกรงศรีอยุธยา กล่าวว่า แผนงานปีนี้ ตั้งเป้าหมายสินเชื่อเติบโตที่ 6-8% ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) อยู่ที่ประมาณ 3.7% ขณะที่รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยคาดว่าจะเติบโตสูงกว่า 5% โดยธนาคารยังคงเดินหน้าตามแผนธุรกิจระยะกลาง (ปี2558-2560) มุ่งเน้นเพิ่มรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย และลดต้นทุนทางการเงิน

เขากล่าวว่าผลการดำเนินงานปี 2559 ที่ออกมาน่าพอใจ โดยสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์มีส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มขึ้นเป็น24% ขณะที่สินเชื่อบ้าน มีสินเชื่อใหม่สูงถึง 6 หมื่นล้านบาท ส่วนรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น11.7%

อย่างไรก็ตามสิ้นปีนี้ธนาคารคาดว่า จะมีส่วนแบ่งการตลาดขึ้นติด 1 ใน 3 ในแง่ความสัมพันธ์กับลูกค้า ยังเป็นสิ่งที่ท้าทาย เพราะลูกค้าส่วนใหญ่ก็เป็นลูกค้าธนาคารอื่นอยู่แล้ว แต่ก็มีโอกาสขยายฐานเข้าไปดูแลลูกค้าที่ต้องขยายธุรกิจไปต่างประเทศ ในขณะที่สินเชื่อใหม่ยังเติบโต และการขยายธุรกิจในลักษณะ ซื้อกิจการหรือ M&A ยังมองหาถ้ามีโอกาส

ปีนี้ธนาคาร มองว่าภาพรวมสินเชื่อรายย่อย จะเติบโตสูงกว่าสินเชื่อธุรกิจ โดยในส่วนของธนาคารปัจจุบันมีสัดส่วนสินเชื่อรายย่อยเพิ่มขึ้นแต่ไม่เกิน 50% จากปีก่อน 44% ที่เหลือเป็นสินเชื่อธุรกิจ ขณะที่ปี 59 ธนาคารมีพอร์ตสินเชื่อทั้งสิ้น 1.4 ล้านล้านบาท เติบโต11.2% จากปี 2558 แบ่งเป็นสินเชื่อรายใหญ่ 30% สินเชื่อรายย่อย 44% สินเชื่อธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) 15% และสินเชื่อเกี่ยวกับลูกค้าญี่ปุ่น 11%

“ปีนี้สินเชื่อรายย่อยยังเติบโตแต่สินเชื่อธุรกิจเราก็ยังต้องโฟกัส เพียงแต่ต้องระมัดระวังกลุ่มอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับต่างประเทศและสินค้าคอมมูนิตี้ เพราะอาจมีความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอก รวมถึงธุรกิจเอสเอ็มอี ขนาดเล็ก วงเงิน 3-12 ล้านบาท คาดว่า สินเชื่อเอสเอ็มอีปีนี้น่าจะเติบโตที่ 6.5% เท่ากับปีก่อนหรือต่ำกว่า ภายใต้เศรษฐกิจปีนี้ที่คาดเติบโต 3.3% จ”

นายโนริอากิ กล่าวว่า ส่วนส่วนสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ในปีนี้ จะคุมไว้ที่ระดับต่ำกว่า 2.5% จากปีก่อนที่2.21% ถือว่าต่ำสุดหลังจากช่วงวิกฤติปี 2540 ซึ่งพอร์ตลูกหนี้ของธนาคารมีการกระจายความเสี่ยงที่ดีและติดตามสถานะลูกหนี้อย่างใกล้ชิด รวมถึงในปีนี้ยังต้องระมัดระวังการปล่อยสินเชื่อด้วย

ส่วนเงินสำรองหนี้เสียปัจจุบันอยู่ในระดับสูงถึง 143% โดยแต่ละไตรมาสยังตั้งสำรองเฉลี่ยที่ 1.4-1.5% ของมูลหนี้ทั้งหมด ส่วนแผนการขายหนี้เสียของธนาคารในปีนี้ยังอยู่ที่ 1,000-3,000 ล้านบาท จากช่วงก่อนขายหนี้เสียออกไปประมาณ 2,700-2,800 ล้านบาท

“ในช่วงไตรมาส 4 /59 เอ็นพีแอลขึ้นมาแตะ 2.4% จากไตรมาสก่อนหน้าที่อยู่ที่ระดับ 2.1% การเพิ่มขึ้นของเอ็นพีแอลเกิดจากการจัดชั้นหนี้เสียในลูกค้ารายใหญ่บางราย โดยมีมูลหนี้ราว 2,000 ล้านบาท และยังยืนยันว่าลูกค้ารายนี้ยังไม่เป็นเอ็นพีแอลเพียงแค่จัดชั้นหนี้ฯไว้เท่านั้น”