“เงินติดล้อ” เปิดแผนปี 60 รุกสินเชื่อโตไม่ต่ำกว่า 20% จากปีก่อนแตะ 21,000 ล้าน ผุด“สาขาเพิ่ม-ชูดอกเบี้ย”จูงใจดึงลูกค้าต่างจังหวัด
นายปิยะศักดิ์ อุกฤษฎ์นุกูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เงินติดล้อ จำกัด หรือ ศรีสวัสดิ์ เงินติดล้อ ในเครือธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า แผนดำเนินธุรกิจในปีนี้ บริษัทตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อเติบโตไม่ต่ำกว่า 20% จากปีก่อน หรือเติบโต 26% โดยมียอดปล่อยสินเชื่อทั้งสิ้น 21,000 ล้านบาท แบ่งเป็นรถเก๋งและรถกระบะ 60% รถบรรทุก30% และรถจักรยานยนต์อีก10%
ขณะเดียวกัน ตั้งเป้าปีนี้ขยายสาขาอีก 50-100 แห่ง โดยครึ่งปีแรกขยายก่อน 50 สาขา ในพื้นที่กรุงเทพฯ ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และจะมีการทบทวนแผนอีกครั้งในช่วงครึ่งปีหลัง ปัจจุบันบริษัทมี 480 สาขาทั่วประเทศ ซึ่งมียอดลูกหนี้เฉลี่ยต่อสาขา 50 ล้านบาท ถือว่าเป็นอันดับหนึ่งในระบบธุรกิจสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ แม้ในภาคใต้จะได้รับกระทบน้ำท่วมครั้งนี้ แต่กระทบไม่มากนัก และยังเป็นอันดับหนึ่ง โดยฐานลูกค้าปัจจุบันอยู่ที่ 270,000 ราย
สำหรับกลยุทธ์สร้างการเติบโตในปีนี้ มาจาก 2 แนวทางหลัก ได้แก่ การมุ่งขยายเพิ่มส่วนแบ่งตลาดจากไฟแนนซ์ท้องถิ่น เพราะหลังจากอธุรกิจเติบโตถึงจุดหนึ่ง ต้นทุนต่อรายลดลงทำให้มีกำไรเพิ่มขึ้น สิ่งที่สำคัญต้องกลับคืนสู่สังคม โดยบริษัทสามารถลดดอกเบี้ยให้ลูกค้าได้ต่ำกว่าตลาด ถือเป็นข้อดีสำหรับผู้บริโภค ขณะที่ไฟแนนซ์ท้องถิ่นไม่สามารถคืนกำไรสู่สังคมได้มาก
ส่วนอีกแนวทาง คือ คงมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริการด้านการเงินให้หลากหลาย และใช้สาขาเงินติดล้อทั่วประเทศ ซึ่งมีพนักงานขายที่มีใบอนุญาตขายประกันกว่า 2,700 คน ขยายไปสู่การเป็นโบรกเกอร์ขายสินค้าประกันวินาศภัย ร่วมกับเครือข่ายพันธมิตรบริษัทประกันกว่า 50 บริษัท
“ปีนี้ต้องเน้นการสื่อสาร และกิจกรรมการตลาดไปถึงลูกค้ามากขึ้น หลังเริ่มทดลองตลาดมาแล้ว 3 ปี คาดปีนี้มีเบี้ยประกันรับรวม 700 ล้านบาท เติบโต 100% จากปีก่อนที่ 350 ล้านบาท เติบโต 80% ในระยะแรกเน้นขายประกันรถยนต์ชั้น1,2 และ3+ เป็นสินค้าประกันยอดนิยม และผ่อนเบี้ยประกันได้ หลังจากปีก่อนเริ่มแถมฟรีประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล สำหรับลูกค้าที่มาขอสินเชื่อรถจักรยานยนต์ ปัจจุบันแจกไปแล้ว 200,000 กรมธรรม์ ปีนี้คาดแจกเพิ่มอีก 20% หรือ 50,000 กรมธรรม์ และระยะยาวคาดแจกให้ได้ 500,000-1 ล้านกรมธรรม์ เพื่อใช้เป็นฐานต่อยอดขายสินค้าประกันอื่นๆ ในอนาคต เพื่อให้ตรงกับไลฟ์สไตล์ลูกค้า”
ส่วนแผนขยายสินเชื่อเงินติดล้อ ยังเน้นผลิตภัณฑ์เดิมที่มีอยู่สื่อสารให้เข้าถึงลูกค้ามากขึ้น โดยเฉพาะ “เงินติดล้อ ไม่โอนเล่ม จ่ายเงินสดที่สาขา” ซึ่งลูกค้าได้ประโยชน์ และบริษัทสามารถบริหารความเสี่ยงได้ดี โดยไตรมาส2 เตรียมพัฒนาช่องทางดิจิทัล เข้ามาช่วยสนับสนุนการขายและบริการ เพื่อเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่อายุต่ำกว่า 35 ปี
นอกจากนี้ ยังอยู่ระหว่างปรับแผนการปล่อยสินเชื่อนาโฟแนนซ์และสินเชื่อตลาดสด คาดกลับมาทำตลาดอีกครั้งช่วงครึ่งปีหลัง ในกลุ่มลูกค้าเดิม และเข้ามาติดต่อที่สาขาเท่านั้น หลังชะลอการปล่อยสินเชื่อดังกล่าวตั้งแต่ไตรมาส 3 ปีก่อน เพราะขาดทุน และมีเอ็นพีแอลสูงถึง 6%







