ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่มหลังได้รับแรงหนุนจากตลาดหุ้นในสหรัฐ ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น
วิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน
ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่มหลังได้รับแรงหนุนจากตลาดหุ้นในสหรัฐ ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น
+ ราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้น หลังได้รับแรงหนุนจากตลาดหลักทรัพย์ในสหรัฐ ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยดัชนีดาวโจนส์ได้ปรับตัวเพิ่มขึ้น 32.40 จุดขึ้นมาแตะระดับ 20,100.91 จุด ซึ่งเป็นระดับที่สูงสุดในประวัติการณ์ หลังผลประกอบของบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐออกมาดีเกินคาด
+ นักวิเคราะห์ตลาดน้ำมันดิบยังคงมองว่าราคาน้ำมันดิบยังคงมีทิศทางขาขึ้น หลังนักลงทุนยังคงเปิดสัญญา Long Position ในตลาดน้ำมันดิบของสหรัฐที่ระดับสูงสุดตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2557 ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ถึงแม้ว่าราคาน้ำมันดิบจะอยู่ระดับสูงสุดในรอบเกือบ 30 เดือนแล้วก็ตาม
- อย่างไรก็ตามราคาน้ำมันยังคงได้รับแรงกดดันจากข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐที่อ่อนแอ โดยสะท้อนจากยอดขายบ้านใหม่ที่ปรับตัวลดลงร้อยละ 10.4 ไปแตะระดับ 536,000 หลัง ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 10 เดือน ในขณะที่จำนวนผู้ขอรับการใช้สิทธิว่างงานครั้งของสหรัฐ ก็ปรับตัวเพิ่มขึ้น 22,000 รายขึ้นไปแตะระดับ 259,000 ราย ซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้
- นอกจากนี้ ราคาน้ำมันดิบยังคงได้รับแรงกดดันจากว่าปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ที่ยังคงอยู่ในระดับสูง โดยอยู่ที่ระดับ 488.3 ล้านบาร์เรล ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ตามรายงานตัวเลขของสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) ในขณะที่ปริมาณน้ำมันเบนซินคงคลังสหรัฐ ก็ได้ปรับตัวขึ้นไปอยู่ที่ระดับ 253 ล้านบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในช่วงเวลานี้ ในรอบหลายปี หลังส่วนต่างราคาน้ำมันเบนซินและน้ำมันดิบอยู่ในระดับที่จูงใจให้โรงกลั่นน้ำมันผลิตน้ำมันเบนซินออกมามากขึ้น
ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับตัวเพิ่มขึ้นน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากถูกกดดันจากการส่งออกจากประเทศจีน และเกาหลีใต้ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น ประกอบกับอุปสงค์ในภูมิภาคมีแนวโน้มที่จะปรับตัวลดลงในเดือนกุมภาพันธ์ หลังสิ้นสุดเทศกาลตรุษจีน
ราคาน้ำมันดีเซล ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากได้รับแรงหนุนจากอุปสงค์ของประเทศอินโดนีเซีย หลังโรงกลั่นในประเทศปิดซ่อมบำรุง อย่างไรก็ตามราคาน้ำมันดีเซลยังได้รับแรงกดดันจากการส่งออกจากประเทศจีนที่ได้ปรับตัวเพิ่มขึ้น
ไทยออยล์คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์หน้า
ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสเคลื่อนไหวในกรอบ 50-55 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล
ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 52-57 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล
ปัจจัยที่น่าจับตามอง
-ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ยังคงทรงตัวในระดับสูง หลังสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) รายงานตัวเลขปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ประจำสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 20 ม.ค. 60 ปรับเพิ่มขึ้น 2.8 ล้านบาร์เรล มาสู่ระดับ 488.3 ล้านบาร์เรล จากอัตราการกลั่นที่ปรับลดลงตามอุปสงค์ที่อ่อนตัวลง และปริมาณการผลิตน้ำมันดิบในสหรัฐ ที่ปรับเพิ่มขึ้น
-จับตาการปรับลดกำลังการผลิตของผู้ผลิตทั้งใน และนอกกลุ่มโอเปคว่าจะสามารถทำตามข้อตกลงได้หรือไม่ โดยล่าสุดรัฐมนตรีซาอุดิอาระเบีย คาดการณ์ว่าปัจจุบันผู้ผลิตทั้งใน และนอกกลุ่มโอเปคลดกำลังการผลิตลงแล้ว 1.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือประมาณร้อยละ 80 ของทั้งหมด และคาดว่าจะสามารถทำได้ตามข้อตกลงที่ 1.8 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในสิ้นเดือนนี้ นอกจากนี้ ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบล่าสุดของซาอุดิอาระเบียปรับลดลงต่ำกว่าระดับ 10 ล้านบาร์เรลต่อวันแล้ว ทั้งนี้การประชุมเพื่อติดตามผลของข้อตกลงจะเกิดขึ้นอีกครั้งในวันที่ 17 มี.ค. 2560
-ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวลดลงต่ำสุดในรอบ 7 สัปดาห์และส่งผลกดดันต่อราคาน้ำมันลดลง หลังได้รับแรงกดดันจากความไม่แน่นอนของนโยบายของประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐหรือ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ยังไม่มีความชัดเจนเรื่องนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจออกมาแต่อย่างใด นโยบายโดยส่วนใหญ่ที่มีการดำเนินการคือ นโยบายกีดกันการค้า และการอพยพของแรงงาน
ที่มา : บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร.02-797-2999









