ตลาดหุ้นไทยในช่วง "ขาขึ้น" ทำให้มีหุ้นขนาดใหญ่ได้รับความสนใจจากนักลงทุนอย่างมาก
ดัชนีตลาดหุ้นไทย (SET) วิ่งขึ้นมาแตะระดับ 1,600 จุด อีกครั้ง ถือเป็นจุดสูงสุดในรอบเกือบ 2 ปี การวิ่งขึ้นมาครั้งนี้แรงหนุนสำคัญมาจากหุ้นที่มีมูลค่าตามราคาตลาด (Market Cap.) สูง อย่างหุ้นปตท. (PTT) หุ้นธนาคารกรุงเทพ (BBL) พุ่งขึ้นมาเกิน 10% ในรอบ 1 เดือนที่ผ่านมา
สำหรับ ปตท. (PTT) ปิดปี 2559 ด้วยราคา 372 บาท ก่อนจะวิ่งขึ้นต่อเนื่องจนไปแตะจุดสูงสุดที่ 430 บาท เพิ่มขึ้นถึง 15.6% เมื่อวานนี้ (26 ม.ค.) ใกล้เคียงกับจุดสูงสุดตลอดกาลของปตท.ที่เคยทำไว้ 440 บาท เมื่อปี 2550
อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาจากความเห็นของนักวิเคราะห์ จะเห็นว่า ณ ระดับราคาหุ้นปัจจุบันถือว่าหุ้นปตท. ปรับตัวขึ้นมาชนกับราคาพื้นฐานที่นักวิเคราะห์หลายรายให้เอาไว้เรียบร้อยแล้ว อาทิ บล.เคทีบี (ประเทศไทย) ระบุว่า คงราคาเหมาะสมหุ้นปตท. ที่ระดับ 430 บาท อิงค่าพี/อี 12 เท่า จากแรงหนุนของราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่คาดแนวโน้มกำไรของบริษัทจะดีต่อเนื่อง ทั้งนี้ภายหลังประกาศงบไตรมาส 4/59 จะทำให้ค่าพี/อี ลดลงเหลือเพียง 11 เท่า มองว่าน่าสนใจหากราคาหุ้นอ่อนตัวลง
ด้าน บล.เคจีไอ(ประเทศไทย) มองว่า กำไรสุทธิในปี 59 จะโตถึง 393% จากปีก่อน เป็น 9.83 หมื่นล้านบาท จากราคาน้ำมันดิบที่สูงขึ้น และไม่มีผลขาดทุนจากการด้อยค่าของสินทรัพย์ 7.42 หมื่นล้านบาท เหมือนในปี 58 ทั้งนี้คาดว่ากำไรสุทธิจะโตได้อีก 5% ในปี 2560 เป็น 1.033 แสนล้านบาท โดยมีสาเหตุสำคัญมาจากกำไรของ ปตท.สผ. (PTTEP) ที่คาดว่าจะโตถึง 54% จากปีก่อน แต่ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัยให้ราคาเป้าหมายไว้ที่เพียง 404 บาท
ขณะที่ ธนาคารกรุงเทพ (BBL) ปรับตัวขึ้นได้ 10.3% จากปีก่อนที่ปิดที่ 159.5 บาท ก่อนจะวิ่งขึ้นมาแตะจุดสูงสุดที่ 176 บาท แม้กำไรปี 59 จะลดลง 6.9% ทำได้ 3.18 หมื่นล้านบาท แต่เมื่อดูจากราคาเป้าหมายนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ให้ราคาเฉลี่ยไว้ที่ราว 190 บาท เป็นผลจากมุมมองเชิงบวกต่อการฟื้นตัวในปีนี้ ตามการขยายตัวของสินเชื่อ และการตั้งสำรองที่ลดลง
นอกจากนี้ หากพิจารณาในรายชื่อหุ้นใหญ่ 50 อันดับแรก (SET50) จะเห็นว่าหุ้นหลายตัวต่างเพิ่มขึ้นมาเกิน 10% ได้แก่ หุ้นโทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (DTAC) เพิ่มขึ้น 23.8% หุ้นไออาร์พีซี (IRPC) เพิ่มขึ้น 13.5% หุ้นธนาคารทหารไทย (TMB) เพิ่มขึ้น 11.4% และหุ้นพีทีที โกลบอล เคมิคอล (PTTGC) เพิ่มขึ้นมา 10.3%
โดยในส่วนของไออาร์พีซี และพีทีทีจีซี ราคายังมีช่องว่างจากราคาพื้นฐานนักวิเคราะห์อีกเล็กน้อย อย่างหุ้นไออาร์พีซี นักวิเคราะห์ให้เป้าหมายพื้นฐานเฉลี่ยราว 5.8 บาท ส่วน พีทีทีจีซี อยู่ที่ราว 71 บาท โดยหุ้นทั้ง 2 ตัวนี้ น่าจะได้แรงหนุนสำคัญจากงบไตรมาส 4/59 ที่น่าจะเติบโตดีจากช่วงไฮซีซั่นของค่าการกลั่น และกำไรพิเศษจากสต๊อกน้ำมัน
ขณะที่หุ้นธนาคารทหารไทย แม้กำไรปี 2559 จะอ่อนตัวลง แต่ยังดีกว่าที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดไว้ ขณะเดียวกันมองว่ากำไรปีนี้จะเริ่มฟื้นตัวได้ตามทิศทางเศรษฐกิจ แต่ราคาปัจจุบันก็ใกล้เต็มมูลค่าที่เฉลี่ย 2.42 บาท
หุ้นดีแทค เป็นหุ้นที่ปรับตัวขึ้นมาพร้อมกับเครื่องหมายคำถามต่อแนวโน้มการเติบโตในช่วงก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ตามในระยะหลัง นักวิเคราะห์หลายรายได้ปรับประมาณการของดีแทคเพิ่มขึ้น โดยให้น้ำหนักกับสินทรัพย์และฐานลูกค้าที่มีอยู่ในมือมากขึ้น แต่ราคาปัจจุบันก็ใกล้กับค่าเฉลี่ยพื้นฐานที่ 40 บาท







