ประชุมผู้ถือหุ้นไอเฟคตั้ง5 กรรมการใหม่ป่วนหนัก รายย่อยค้านหุ้นใหญ่ ตั้งบอร์ดแข่ง สุดท้ายกรรมการฝั่งหมอวิชัยสอบตก ส่งผลปิดประชุม-ชิ่งหนีกลับ
บริษัทอินเตอร์ ฟาร์อีสท์ เอ็นเนอร์ยี่ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือIFEC ได้จัดประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/25560 เวลา 10.30 น.ของวานนี้ (25 ม.ค.) โดยใช้สถานที่ สโมสรกองทัพบก มีวาระหลักในการแต่งตั้งกรรมการทดแทนที่ลาออกจำนวน 5 ราย
การประชุมครั้งนี้มีผู้เข้าร่วม 2,953 ราย คิดเป็น 822.37 ล้านหุ้นจากทั้งหมด 1,983 ล้านหุ้น คิดเป็น 41.45% ของทั้งหมด โดยการประชุมครั้งนี้มีการคัดกรองผู้เข้าประชุมอย่างเข้มงวด โดยมีการตรวจค้นอาวุธ รวมถึงตรวจสิทธิการเข้าประชุม ขณะที่การประชุมใช้เวลานานกว่า 5 ชั่วโมง
ก่อนเริ่มประชุม นายวิชัย ถาวรวัฒนยงค์ ประธานกรรมการบริษัท ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ซึ่งมีกรรมการที่เหลือเพียง 1 คน คือ นายศุภนันท์ ฤทธิไพโพจน์ และได้เชิญที่ปรึกษากฎหมาย 4 รายขึ้นร่วมบนเวที แต่ผู้ถือหุ้นรายย่อย ได้เรียกร้องให้ที่ปรึกษากฏหมายลงจากเวที เนื่องจากเป็นพื้นที่ของผู้บริหารและกรรมการบริษัทเท่านั้น ซึ่งท้ายที่สุดที่ปรึกษากฏหมายยอมลงจากเวที
นายศิริวัฒน์ วรเวทวุฒิคุณ ในฐานะผู้ถือหุ้นรายย่อย กล่าวในที่ประชุมว่า ได้ยินปัญหาของบริษัทมาต่อเนื่อง ที่สงสัย คือผลการดำเนินงานบริษัทที่ปรับตัวลดลงต่อเนื่อง เพราะอะไรและบริษัทจะผิดนัดตั๋วชำระเงิน (บีอี) หรือไม่เพราะจะส่งผลโดยตรงกับผู้ถือหุ้น
เริ่มประชุมวาระที่ 2 นายวิชัย ชี้แจงกับผู้ถือหุ้นถึงปัญหาที่ผ่านมาว่า ธุรกิจดั้งเดิมเป็นธุรกิจพลังงานทดแทน ซึ่งในช่วงต้นมีการลงทุนค่อนข้างมาก แต่จะสร้างกระแสเงินสดที่ดีในอนาคต
แต่ต่อมาได้สนใจซื้อโรงแรมดาราเทวี เพราะมั่นใจว่าราคาถูก แต่พบว่า โรงแรมดาราเทวี ทำให้เงินตึง และเห็นว่าการใช้เงินจากบีอี ไปลงทุนระยะยาวไม่ค่อยถูกวัตถุประสงค์ และเป็นต้นเหตุให้บริษัทขาดทุนแต่ หากผู้ถือหุ้นอนุมัติให้จัดตั้งกรรมการ 5 ราย บริษัทมีแผนจะชำระหนี้ที่ชัดเจน ปัจจุบันมีผู้ที่สนใจซื้อโรงแรมดาราเทวี ถึง 3 กลุ่มในราคาที่สูงกว่า 5,000 ล้านบาท บวกกับขายหุ้นบริษัทลูก 30% ซึ่งคาดว่าจะได้เงิน 1,000 ล้านบาท จะทำให้บริษัทจ่ายหนี้ตั๋วบีอีและเงินกู้ได้
ต่อมาเวลา 13.12 น.เป็นวาระพิจารณาแต่งตั้งกรรมการเพื่อชดเชยกรรมการที่ออกจากตำแหน่งทั้ง 5 คน นายทวิช เตชะนาวากุล ในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ได้ขอใช้สิทธิ โดยระบุว่า ตนเองถือหุ้นอยู่ทั้งสิ้น 202 ล้านหุ้น และได้เห็นปัญหาบริษัทจึงอยากจะเสนอชื่อผู้ท้าชิงตำแหน่งกรรมการ 5 รายเพื่อเข้าไปบริหาร หากได้รับคัดเลือก มั่นใจว่าจะเคลียร์ปัญหาตั๋วบีอี ที่จะครบกำหนดชำระหนี้ในวันที่ 25 ม.ค. จำนวน 200 ล้านบาทกับ บลจ.โซลาลิสได้ และจะสะสางปัญหาหนี้ทั้งหมดได้ภายใน 1 เดือนหลังจากที่รับตำแหน่ง
ขณะที่นายวิชัย ระบุว่า การประชุมครั้งนี้ใช้มาตราที่ 83 เพื่อแต่งตั้งกรรมการรักษาการชดเชยตำแหน่งที่ว่างลง ซึ่งต้องพิจารณากรรมการที่ถูกเสนอชื่อมาเท่านั้น ไม่สามารถเสนอวาระเพิ่มเติมได้ อีกทั้ง บัตรลงคะแนนที่ถูกออกแบบมาไม่มีช่องเพียงพอให้เสนอวาระการโหวตคัดเลือกกรรมการจากทั้ง 2ฝั่ง ทำให้การคัดเลือกกรรมการทำได้เพียงการโหวตจากรายชื่อที่ทางบริษัทเสนอมาเท่านั้น
ทั้งนี้ระหว่างการเปิดให้ผู้ถือหุ้น โหวตลงคะแนนแต่งตั้งกรรมการนั้น นายทวิช ถือโอกาสที่ นายวิชัย อยู่ใกล้ตัว ถามผ่านเครื่องขยายเสียงว่า “ในการคัดเลือกกรรมการครั้งนี้เป็นเรื่องที่ดีที่ผู้ถือหุ้นทุกคนตื่นตัวในปัญหาของบริษัท ซึ่งหากกรรมการที่ถูกเสนอชื่อมาได้รับการอนุมัติก็ขอแสดงความยินดีด้วย แต่ต้องของถามว่า แนวทางการจ่ายหนี้ตั๋วบีอี หรือหนี้ในอนาคตจะเป็นอย่างไร”
นายวิชัย ตอบว่า ต้องรอคณะกรรมการชุดใหม่พิจารณาก่อน
อย่างไรก็ตาม หลังนับคะแนน ปรากฎว่า ผู้ถือหุ้นมีมติไม่รับรองการเสนอกรรมการของฝั่งนายวิชัย ทั้ง 5 ราย ส่งผลให้นายวิชัย กล่าวปิดการประชุมทันที และใช้ประตูด้านหลังออกจากที่ประชุม โดยทีมงานที่ปรึกษานายวิชัย กล่าวว่า หลังจากนี้ จะเรียกประชุมผู้ถือหุ้นใหม่ภายใน 15 วันอีกครั้ง ส่วนจะเสนอรายชื่อกรรมการเพื่อแข่งขันกับกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่หรือไม่ ต้องรอการพิจารณา
นายทวิช กล่าวว่า ผลการประชุมครั้งนี้ เป็นเรื่องที่ดีที่ผู้ถือหุ้นเข้าใจถึงปัญหา และต้องการแก้ไขสิ่งที่เกิดขึ้นในบริษัท ซึ่งหลังจากนี้ต้องรอดูว่า บริษัทจะดำเนินการอย่างไรต่อไป
“ผลคะแนนที่คัดเลือกคณะกรรมการที่ไม่เห็นด้วยกับการแต่งตั้ง ออกมาถึงสัดส่วน 60% นั้นเป็นตัวสะท้อนว่า ผู้ถือหุ้นเห็นถึงปัญหาของบริษัท ซึ่งหลังจากนี้ อาจมีการพูดคุยกับทีมบริหารเดิมเพื่อหาแนวทางการแก้ไขปัญหา”
ทั้งนี้ส่วนตัวยังเชื่อมั่นว่า แม้จะไม่มีคณะกรรมการบริหารครบถ้วน แต่ก็น่าจะแก้ไขปัญหาตั๋วบีอีที่ครบกำหนดวานนี้ได้ โดยหลังจากการประชุม กลุ่มเจ้าหนี้จะหารือกับบริษัทและตน ซึ่งอาจขอเจรจายืดจ่ายหนี้ออกไปก่อน








