"บล.เมย์แบงก์" เปิดตัว ผู้บริหารใหม่ ดึงทีมบริหารเก่าเข้าร่วมงาน เปิดแผนธุรกิจปีนี้เน้นตลาดออนไลน์ หวังดันมาร์เก็ตแชร์แตะ 10%
นายมนตรี ศรไพศาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) MBKET กล่าวว่า บริษัทได้มีการเสริมทีมบริหารใหม่ โดยเชิญ นส.สุดธิดา จิระพัฒน์สกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม เข้ามาร่วมงานอีกครั้ง หลังจากที่เคยได้ร่วมงานกันแล้วเมื่อ 16 ปีก่อนและมีการดึงลูกทีมเก่าอีก 2 รายกลับเข้ามาร่วมงานอีกครั้ง มองปัญหาการปรับเปลี่ยนทีมบริหารในครั้งนี้ไม่จะไม่กระทบกับบริษัทรุนแรงเหมือนในอดีต
“หลายคนมองว่าที่ผ่านมาเรามีปัญหาภายใน แต่สำหรับเรามองว่าเป็นศึกรอบด้าน ซึ่งการที่มีการปรับทีมบริหารในครั้งนี้เราได้ผู้ที่เข้ามาช่วยอุดช่องว่าง ซึ่งสถานการณ์ที่เราเจอในครั้งนี้มั่นใจว่าเบากว่าที่เราเคยเจอเมื่อ 16 ปีที่แล้วที่มีการรวมบริษัท”
ภาพของตลาดในปีนี้ เรามองว่ามีทิศทางเป็นขาขึ้น แต่จะมีความผันผวนจากการเปลี่ยนผู้นำของต่างประเทศ จะทำให้ในบางช่วงจะเจอกับการปรับฐานในบางจังหวะ ส่วนมูลค่าการซื้อขายนั้น เรายังมองว่าจะสามารถขยายตัวได้ในระดับ 5-10% โดยจะอยู่ที่ระดับ 5-5.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะส่งผลบวกกับธุรกิจหลักทรัพย์ให้มีการเติบโตได้
บล.เมย์แบงก์ ตั้งเป้าหมายการเติบโตของรายได้เติบโตไม่ต่ำกว่า 15 % ในปี 2560 มาจากการขยายฐานบัญชีลูกค้าเพิ่มขึ้น 2.5 หมื่นบัญชี ผลักดันให้มีบัญชีทะลุ 2 แสนบัญชีในสิ้นปีนี้ รวมถึงวางเป้าหมายเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดที่ระดับ 9-10% จากปัจจุบันที่ 8.8% ซึ่งกลยุทธที่บริษัทใช้ในการขยายฐานลูกค้านั้น จะเจาะกลุ่มออนไลน์มากขึ้น โดยใช้โปรแกรมการซื้อขาย
รวมถึงการให้คำแนะนำลูกค้าของนักวิเคราะห์ จะทำผ่านช่องทางอื่นๆที่มากกว่าการเผยแพร่บทวิเคราะห์มากขึ้น บริษัทคาดหวังจะรักษาอัตราค่าธรรมเนียมการซื้อขายหลักทรัพย์ให้อยู่ที่ระดับ 0.14 - 0.15 % ซึ่งอยู่ในระดับเดียวกันปีก่อน นอกจากนี้จะเน้นการให้บริการซื้อขายหุ้นต่างประเทศ ทั้งในกลุ่มนักลงทุนทั่วไปและนักลงทุนสถาบันด้วยนอกจากนี้บริษัทยังมีการปล่อนสินเชื่อเพื่อซื้อหลักทรัพย์ที่ระดับ 1.1 หมื่นล้านบาท ซึ่งทางบริษัทมีศักยภาพในการปล่อยสินเชื่อเพื่อซื้อหลักทรัพย์ถึง 1.6 หมื่นล้านบาท
อย่างไรก็ตาม สำหรับงานด้านวิณิชธนกิจ บริษัทมีจำนวนรายการทั้งสิ้น 10 รายการ โดยได้ยื่นแบบแสดงรายการกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)ไปแล้ว 4 บริษัท คาดว่าจะเข้าทำการซื้อขายภายในไตรมาส 2 ปีนี้ รวมทั้งมีรายการเอ็มแอนด์เอ 2-3 รายการ มูลค่าประมาณ 1-2 หมื่นล้านบาท ทั้งนี้ ปัจจุบันบริษัทมีรายได้จากธุรกิจนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ 71% ดอกเบี้ยรับ 24% และ อื่น 5%






