ราคาน้ำมันดิบคาดว่าจะปรับเพิ่มขึ้น จากการประชุมผู้ผลิตทั้งในและนอกกลุ่มโอเปค 21-22 ม.ค.
ไทยออยล์คาดราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสในสัปดาห์นี้จะเคลื่อนไหวที่กรอบ 50-55 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวที่กรอบ 52-57 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
แนวโน้มสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบ (23 – 27 ม.ค. 60)
ราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์นี้คาดว่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้น จากข่าวการประชุมติดตามผลการปรับลดกำลังการผลิตของผู้ผลิตทั้งในและนอกโอเปคในวันที่ 21-22 ม.ค. ซึ่งจะทำให้เห็นความชัดเจนมากขึ้นในการทำตามข้อตกลงของผู้ผลิตน้ำมันดิบ อย่างไรก็ตาม ตลาดยังคงกังวลกับปริมาณการผลิตน้ำมันดิบที่มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นของลิเบียจากการเปิดดำเนินการท่อขนส่งน้ำมันดิบที่เชื่อมกับแหล่งน้ำมันดิบ El Sharara , El Feel และปริมาณการผลิตของสหรัฐ จากราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น ทำให้ผู้ผลิตน้ำมันคุ้มที่จะเพิ่มกำลังการผลิต ประกอบกับ จำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบในสหรัฐที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น เนื่องจากผู้ผลิตน้ำมันดิบจากชั้นหินดินดาน (Shale oil) มีแผนที่จะเพิ่มการลงทุน หลังราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้น
ปัจจัยสำคัญที่คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์นี้:
- จับตาการประชุมเพื่อติดตามผลของการปรับลดกำลังการผลิตของผู้ผลิตทั้งในและนอกโอเปคในวันที่ 21-22 ม.ค. ณ กรุงเวียนนา ซึ่งล่าสุดนายโมฮัมหมัด บาร์คินโด เลขาธิการกลุ่มโอเปค ยังเชื่อมั่นว่ากลุ่มโอเปคจะสามารถปรับลดกำลังการผลิตได้ตามที่ประกาศไว้ ในขณะที่นายคาลิด อัล-ฟาลิห์ รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานซาอุดิอาระเบียออกมายืนยันที่จะปรับลดปริมาณการผลิตน้ำมันดิบตามที่ได้ตกลงไว้ สร้างความเชื่อมั่นให้กับตลาดว่าข้อตกลงของกลุ่มโอเปคจะสามารถผลักดันราคาน้ำมันดิบให้ปรับตัวสูงขึ้นได้ อย่างไรก็ดี ตลาดกังวลว่าผู้ผลิตกลุ่มโอเปคอาจผลิตเกินโควต้าที่ได้รับ จากอดีตที่กลุ่มโอเปคสามารถทำตามข้อตกลงได้มากที่สุดเพียง 80% ในปี 2552
- โอเปครายงานปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของผู้ผลิตกลุ่มโอเปคในเดือนธ.ค. ปรับลดลงราว 221,000 บาร์เรลต่อวันเมื่อเทียบกับเดือนพ.ย. มาอยู่ที่ระดับ 33.085 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งซาอุดิอาระเบียและไนจีเรียเป็นประเทศที่มีการปรับปริมาณการผลิตมากที่สุด ส่งผลให้โอเปคจำเป็นต้องลดปริมาณการผลิตเพียง 585,000 บาร์เรลต่อวันเพื่อทำตามข้อตกลง ซึ่งน้อยกว่าปริมาณที่ต้องปรับลดเมื่อเทียบกับเดือนพ.ย. นอกจากนี้ โอเปคได้ปรับลดคาดการณ์อุปทานน้ำมันดิบของผู้ผลิตนอกกลุ่มโอเปคในปี 2560 โดยคาดว่าจะปรับเพิ่มเพียง 120,000 บาร์เรลต่อวัน เมื่อเทียบกับระดับ 300,000 บาร์เรลต่อวันที่คาดการณ์ไว้ในเดือนก่อนหน้า จากการที่ผู้ผลิตนอกกลุ่มโอเปคให้คำมั่นที่จะร่วมมือปรับลดกำลังการผลิต
- ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของลิเบียมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่องหลังจากท่อขนส่งน้ำมันดิบที่เชื่อมกับแหล่งน้ำมันดิบ El Sharara และ El Feel กลับมาดำเนินการอีกครั้งในเดือนธ.ค. โดยล่าสุดปรับเพิ่มขึ้นมาสู่ระดับ 693,000 บาร์เรลต่อวัน หลังการปรับลดลงในสัปดาห์ก่อนหน้าซึ่งปรับลดลงมาสู่ระดับ 650,000 บาร์เรลต่อวัน จากการขาดแคลนไฟฟ้าฉุกเฉินและสถานที่กักเก็บน้ำมันที่ท่าเรือไม่เพียงพอ
- ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ คาดจะยังคงอยู่ในระดับสูง โดยปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ สำหรับสัปดาห์สิ้นสุด วันที่ 13 ม.ค.60 อยู่ที่ 485.5 ล้านบาร์เรล เนื่องจากปริมาณการผลิตน้ำมันดิบสหรัฐ มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้น หลังสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานสหรัฐ (EIA) คาดการณ์ว่า ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบจากชั้นหินดินดาน (Shale oil) มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นในเดือนก.พ. ราว 41,000 บาร์เรลต่อวัน แตะระดับ 4.748 ล้านบาร์เรลต่อวัน
- ปริมาณแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบสหรัฐ ยังคงปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง หลังราคาน้ำมันดิบดูไบทรงตัวในระดับสูงกว่า 50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยปริมาณแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบสหรัฐ สำหรับสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 20 ม.ค. 60 รายงานโดย Baker Hughes ปรับตัวเพิ่มขึ้น 29 แท่น มาอยู่ที่ 551 แท่น อย่างไรก็ตาม ปริมาณแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบที่เพิ่มขึ้นมากกว่าครึ่งยังคงมาจากแหล่ง Permian ส่งผลให้ Permian เป็นแหล่งผลิตขนาดใหญ่แหล่งเดียวที่มีปริมาณการผลิตน้ำมันดิบที่ปรับเพิ่มขึ้นในช่วงที่ผ่านมา
- ตัวเลขเศรษฐกิจที่น่าติดตามในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีภาคการผลิตของยูโรโซนและสหรัฐ ดัชนีภาคการบริการสหรัฐ ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนสหรัฐ และ GDP ไตรมาส 4 ปี 2559 ของสหรัฐ
สรุปสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์ที่ผ่านมา (16 – 20 ม.ค. 60)
ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสในสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับเพิ่มขึ้น 0.05 ดอลลาร์ ปิดที่ 52.42 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ในขณะที่ ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับเพิ่มขึ้น 0.04 ดอลลาร์ ปิดที่ 55.49 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันดิบดูไบปิดเฉลี่ยอยู่ที่ 53 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จากแรงกดดันของปริมาณการผลิตน้ำมันดิบจากชั้นหินดินดานของสหรัฐ (Shale Oil) ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในเดือน ก.พ. 60 มาอยู่ที่ระดับสูงสุดในรอบ 3 เดือนที่ประมาณ 4.748 ล้านบาร์เรลต่อวัน หลังปริมาณการขุดเจาะน้ำมันดิบของสหรัฐ ปรับตัวขึ้นสูงสุดในรอบ 18 เดือน นอกจากนี้ ราคายังได้รับแรงกดดันจากค่าเงินดอลลาร์ที่ปรับตัวแข็งค่าขึ้น อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันดิบยังได้รับแรงหนุนจากปริมาณการผลิตและการส่งออกของผู้ผลิตทั้งในและนอกกลุ่มโอเปคที่ปรับลดลงตามข้อตกลงก่อนหน้านี้
-----------------------------------------------------
ที่มา : บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร.02-797-2999









