วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘เชื่อมั่นธุรกิจ’ไทยปี 60 ต่ำต่อเนื่องชี้ปัจจัยหลักจากศก.ผัน

ผลสำรวจ “แกรนท์ ธอนตัน” พบความเชื่อมั่นธุรกิจในไทยปี 2560 “ยังต่ำ” โดยปรับลดลงจากเดิมเล็กน้อย ชี้สาเหตุจากเศรษฐกิจที่ผันผวน

แกรนท์ ธอนตัน รายงานผลสำรวจล่าสุด ซึ่งสำรวจความคิดเห็นของธุรกิจกว่า 2,600 รายจาก 37 กลุ่มเศรษฐกิจทั่วโลกในรายไตรมาส พบว่า กลุ่มเศรษฐกิจเกิดใหม่และกลุ่มเศรษฐกิจที่พัฒนาแล้วในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมีทัศนคติต่อทิศทางธุรกิจในปี 2560 ที่แตกต่างกัน โดยทัศนคติด้านบวกในกลุ่มเศรษฐกิจที่พัฒนาแล้วในเอเชียแปซิฟิกลดลง 8 จุดในไตรมาสที่ 4 ของปี 2559 มาอยู่ที่ 16%

ขณะที่กลุ่มเศรษฐกิจเกิดใหม่มีทัศนคติด้านบวกเพิ่มขึ้นจาก 42% เป็น 53% ทางด้านประเทศไทย ทัศนคติด้านบวกลดลงเล็กน้อยจาก 18% เป็น 16% ซึ่งเป็นการปรับตัวลดลงเพียงเล็กน้อย ทว่าฐานเดิมนั้นยังอยู่ในระดับที่ต่ำ

รายงานผลสำรวจธุรกิจนานาชาติของแกรนท์ ธอนตัน (International Business Report: IBR) ที่ทำการสำรวจในไตรมาสที่ 4 ของปี 2559 ยังพบว่านักธุรกิจมีทัศนคติด้านบวกลดลงในแทบทุกหัวข้อเช่นกัน อาทิ ความคาดหวังต่อการตั้งราคาขาย (12% เป็น 8%), ความคาดหวังต่อการส่งออก (22% เป็น 8%), การวิจัยและพัฒนา (34% เป็น 24%) และความคาดหวังต่อการจ้างงาน (28% เป็น 12%)

ส่วนการลงทุนในโรงงานหรือเครื่องจักรเพิ่มขึ้น (16% เป็น 24%) โดยมองว่าปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อดัชนีดังกล่าวได้แก่ ความผันผวนทางเศรษฐกิจ (48%), การสั่งซื้อหรือผลิตสินค้าที่ลดจำนวนลง ( 42%) และต้นทุนทางด้านพลังงาน (40%) ซึ่งอาจไม่เป็นที่น่าแปลกใจนัก

นายแอนดรูว์ แม็คบีน หุ้นส่วนและผู้เชี่ยวชาญในเรื่องประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนของแกรนท์ธอนตันในประเทศไทย กล่าวว่า “กลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่และพัฒนาแล้วในเอเชียแปซิฟิกมีทัศนคติต่อการดำเนินธุรกิจในทิศทางที่ตรงกันข้าม โดยสาเหตุบางส่วนอาจเกิดจากแนวโน้มในการยกเลิกความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (Trans-Pacific Partnership: TPP) ที่กลุ่มเศรษฐกิจที่พัฒนาแล้วอย่างเช่น ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ เป็นผู้ได้รับผลประโยชน์สูงสุด

อย่างไรก็ตาม จีนยังอยู่ระหว่างการพัฒนาความตกลงทางธุรกิจในระดับภูมิภาคซึ่งอาจชดเชยช่องว่างบางส่วนได้ อย่างที่เราได้เห็นเมื่อปี 2558 ที่มีความตกลงเรื่องประชาคมอาเซียน ดังนั้นการที่กลุ่มเศรษฐกิจเกิดใหม่มีทัศนคติด้านบวกในระดับสูง ย่อมสะท้อนให้เห็นถึงสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้น หากการร่วมมือทางเศรษฐกิจเป็นไปอย่างดี”

ในประเทศไทย ผลการสำรวจ IBR ได้ระบุว่าปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบให้ทัศนคติด้านบวกลดลงคือความผันผวนทางเศรษฐกิจเมื่อปีที่ผ่านมา และยังคงเป็นปัจจัยที่ก่อให้เกิดความวิตกกังวลสืบเนื่องต่อไป 

โดยเราได้เห็นความเปลี่ยนแปลงทั่วโลกมากมาย เช่น การที่อังกฤษถอนตัวจากการเป็นสมาชิกของสหภาพยุโรป (Brexit) และการเลือกตั้งประธานาธิบดีในสหรัฐฯ รวมถึงนโยบายทางการค้าของทีมบริหารชุดใหม่ที่ยังไม่ชัดเจนนัก ซึ่งอาจส่งผลให้การลงทุนภาคเอกชนต้องชะลอตัวลง ดังนั้นในระยะสั้น รัฐบาลจำเป็นต้องหาทางเสริมสร้างความเชื่อมั่นในการลงทุนในกลุ่มภาคเอกชนและนักลงทุนจากต่างชาติ 

ทั้งยังจำเป็นต้องมีแผนเศรษฐกิจที่พร้อมต่อการป้องกันความเสี่ยงที่เป็นไปได้ว่าจะเกิดขึ้นจากความเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ซึ่งอาจยังคงส่งผลกระทบในตลอดทั้งปีนี้อีกด้วย เป็นต้นว่า การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอาจมีแนวโน้มในการกระจายผลประโยชน์สู่สาธารณชนในระดับต่ำในช่วงแรก แต่จะสามารถสร้างผลประโยชน์อย่างมากในระยะยาว เมื่อการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานเหล่านั้นสำเร็จแล้วccc