คาดกำไรก้าวกระโดดจากการรับรู้รายได้โรงไฟฟ้า
ประเด็นการลงทุน
คาดราคาหุ้นจะปรับตัวขึ้นสะท้อนมูลค่าโรงไฟฟ้าที่กำลังจะขายไฟฟ้าฯ (COD) ใน 1Q17 นี้ คาดมูลค่าโรงไฟฟ้าราว 0.25 บาท/หุ้น จากฐานราคาหุ้นปัจจุบันที่สะท้อนเพียงมูลค่าธุรกิจกำจัดกากฯเท่านั้น นอกจากนี้คาดโรงไฟฟ้าของบริษัทจะสามารถทำกำไรได้ราว 80-90 ล้านบาท/ปี คาดส่งผลให้กำไรปี 2017 จะเติบโตขึ้นทันที 27% เป็น 425 ล้านบาท สำหรับระยะสั้นคาดกำไร 4Q16 ที่ 84 ล้านบาท (เติบโตต่อเนื่อง 14%YoY) จะเป็นอีกปัจจัยสนับสนุนการแรลลี่ของราคาหุ้น เราปรับคำแนะนำขึ้นเป็น “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 2.50 บาท (อิงส่วนรวมมูลค่ากิจการ SOTP มูลค่าธุรกิจกำจัดกากฯ 2.25 บาท และโรงไฟฟ้า 1 โรง 0.25 บาท และมีโอกาสปรับขึ้นอีก 0.20 บาท/หุ้น จาก PPA ที่ได้เข้ามารอบล่าสุดอีก 8.5 MW)
โรงไฟฟ้าแห่งแรกพร้อม COD หนุนกำไรปี 2017
คาดกำไร 2017 จะเติบโตสูง 27% เป็น 425 ล้านบาท ได้ปัจจัยหนุนผลประกอบการจากการขายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (COD)โรงไฟฟ้าขยะอุตสาหกรรมแห่งแรกของบริษัท กำลังการผลิต 9.4MW คาดภายใน 1Q17 นี้ ซึ่งเป็นไปตามแผนงานของบริษัท โดยได้ค่าไฟฟ้าแบบ FiT ขยะผสมผสานที่ 5.78 บาท/หน่วย คาดจะสามารถทำกำไรได้ราว 80-90 ล้านบาท/ปี ซึ่งในปีนี้เราใช้สมมุติฐานเชิงอนุรักษ์นิยมประเมินกำไรโรงไฟฟ้าเพียงครึ่งเดียวเท่านั้น เพื่อสำรองในกรณีที่ Utilization Rate ค่อยๆปรัยตัวขึ้น และประเมินมูลค่าได้ที่ 0.25 บาท/หุ้น (DCF: WACC 8%, TG 0%)
คาดกำไร 4Q16 เติบโตแข็งแกร่ง
เราประเมินกำไร 4Q16 ที่ 84 ล้านบาท (เติบโต 14%YoY และ ทรงตัวแข็งแกร่ง QoQ) โดยคาดผลประกอบการจะได้ปัจจัยหนุนการเติบโตจาก รายได้รับกำจัดกากฯ ที่เพิ่มขึ้นราว 20%YoY และ 3%QoQ เป็นประมาณ 495 ล้านบาท (ซึ่งเป็นไปตามประมาณการภาพทั้งปี 2016) นอกจากนี้คาดอัตรากำไรขั้นต้นมีโอกาสดีกว่าคาด จากค่าเฉลี่ยอัตรากำไรขั้นต้น 9M16 ที่ 43% ในขณะที่เราคาดเพียง 41%
ธุรกิจกำจัดกากฯ แนวโน้มยังสดใส
คาดกำไรจากธุรกิจกำจัดกากอุตสาหกรรม จะเติบโตอย่างต่อเนื่องราว 15%/ปี ซึ่งเป็นอัตราการเติบโตที่บริษัทสามารถหาลูกค้าใหม่ได้ในอดีต โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพิงอานิสงส์เชิงบวกจากกฎกระทรวง เรื่องการไม่ต่อใบอนุญาต รง.4 ให้กับผู้ที่ไม่กำจัดกากฯอย่างเป็นระบบ อย่างไรก็ดีในกรณีที่ได้อานิสงค์จากกฎกระทรวงฯดังกล่าวเข้ามา คาดกำไรจากธุรกิจกำจัดกากมีโอกาสเติบโตได้เร็วกว่าคาด เพราะปัจจุบันมีกากฯ จากโรงงานที่ยังไม่เข้าระบบสูงถึงประมาณ 90% หากทุกโรงงานเข้าสู่ระบบทั้งหมดตามยุทธศาสตร์ 5 ปี จะทำให้กากฯเข้าสู่ระบบกว่า 35 ล้านตัน ซึ่งนับเป็นจำนวนมหาศาลจากปัจจุบันที่บริษัทรับกำจัดราว 3-4 แสนตัน/ปี และ BWG เป็นผู้กำจัดกากฯรายใหญ่ที่ในประเทศ
Upsides จากการมูลค่าโรงไฟฟ้าแห่งใหม่
คาดมูลค่าเหมาะสมมีโอกาสปรับเพิ่มอีก 0.20 บาท/หุ้น จากการที่บริษัทได้รับ PPA โรงไฟฟ้าขยะอุตสาหกรรมฯ เพิ่ม 8.5 MW จากการคัดเลือกในรอบที่ผ่านมา (ต.ค. 2016) ผ่านบริษัท เอวา แกรนด์ เอ็นเนอร์ยี่ 3MW และผ่านการ M&A บริษัท รีคัฟเวอรี่ เฮ้าส์ อีก 5.5MW ปัจจุบันอยู่ระหว่าดำเนินการเพื่อเข้าก่อสร้าง คาดจะสามารถ COD ได้ช่วง กลางปี 2018 ซึ่งเรายังไม่รวมมูลค่าในประมาณการกำไรและราคาเป้าหมาย








