"อ.ส.ค.-รฟท." เชิญเที่ยวงานเทศกาลโคนมแห่งชาติ พร้อมศึกษาเส้นทางเสด็จของในหลวง ร.9 จากหัวลำโพง สู่ ฟาร์มโคนมไทย - เดนมาร์ก 30 ม.ค.-5 ก.พ.นี้
ดร.ณรงค์ฤทธิ์ วงศ์สุวรรณ ผู้อำนวยการองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) กล่าวว่า ในปี พ.ศ. 2505 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (รัชกาลที่ 9) และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พร้อมด้วยพระเจ้าเฟรเดอริกที่ 9 และ พระราชินีอินกริด แห่งประเทศเดนมาร์กได้เสด็จพระราชดำเนินโดยรถไฟพระที่นั่งสายอีสาน เพื่อเสด็จเยี่ยมเยียนประชาชนและดำเนินพระราชกรณีกิจต่างๆ ซึ่งฟาร์มโคนมไทย-เดนมาร์ค เป็นอีกสถานที่หนึ่งที่พระองค์เสด็จมาทรงเป็นประธานในพิธีเปิดฟาร์มโคนม และศูนย์ฝึกอบรมไทย-เดนมาร์ค ณ อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี เมื่อวันที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2505 และถือได้ว่าอาชีพการเลี้ยงโคนม ได้ถือกำเนิดเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย เพื่อให้ปวงชนชาวไทยมีอาชีพที่มั่นคง เป็นหลักแหล่ง และมีรายได้ที่สามารถเลี้ยงครอบครัวได้
ดร.ณรงค์ฤทธิ์ กล่าวต่อว่า โครงการท่องเที่ยวทางรถไฟตามรอยเบื้องพระยุคลบาท สืบสานอาชีพการเลี้ยงโคนม ภายใต้โครงการ "ดื่มนม ชมฟาร์ม เดินตามเท้าพ่อ" จึงถูกจัดขึ้นเพื่อให้คนไทยได้ตระหนักถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่5) และพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (รัชกาลที่ 9) ที่ทั้งสองพระองค์พระราชทานอาชีพและความเจริญด้านการเลี้ยงโคนมให้แก่ประชาชนชาวไทยตามเส้นทางรถไฟจากกรุงเทพฯ ถึงอำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี และให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้เกี่ยวกับอาชีพการเลี้ยงโคนมด้วยเส้นทางรถไฟจากกรุงเทพฯ สู่ภาคอีสาน ตามรอยเสด็จพระราชดำเนินของในหลวงรัชกาลที่ 9. ในเทศกาลโคนมแห่งชาติ ประจำปี 2560 ที่จัดขึ้นระหว่าง วันที่ 30 มกราคม ถึง 5 กุมภาพันธ์ 2560 นี้ สามารถวางแผนการท่องเที่ยว ด้วยเส้นทางรถไฟที่องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) ได้ร่วมมือกับการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เพื่อชื่นชมความงดงามของธรรมชาติ ในช่วงฤดูหนาวนี้
นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย กล่าวว่า เพื่อสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลในการส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวภายในประเทศ ซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจให้กลับฟื้นตัวได้ในเวลาอันรวดเร็วที่สุด การรถไฟฯ ได้ให้ความสำคัญต่อการดำเนินการส่งเสริมภาพลักษณ์ และยกระดับมาตรฐานการท่องเที่ยวทางรางอย่างยั่งยืน ด้วยการปรับปรุงรถโดยสาร ชั้น 3 ในเบื้องต้นจำนวน 20 คัน การนำเข้ารถโดยสารชุดใหม่ จำนวน 115 คัน การดัดแปลงรถชุดต่างๆ อาทิ รถ Prestige รถ Otop Train รถชุด VIP รถบรรทุกจักรยาน เพื่อให้บริการแก่ผู้โดยสารที่มีความต้องการใช้งานแตกต่างกัน อาทิ รองรับการเดินทางแบบหมู่คณะ เพื่อเดินทางไปท่องเที่ยวหรือประชุมตามเส้นทางต่างๆ หรือการเดินทางแบบทริปพิเศษส่วนตัว ทั้งนี้ การรถไฟฯ ได้จัดโปรแกรมท่องเที่ยวแบบไปเช้า-เย็นกลับ และแบบพักค้างคืนเพื่อตอบโจทย์การเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ โดยนำเสนอภาพลักษณ์การเป็นระบบคมนาคมขนส่งที่เชื่อมโยงไปยังแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ได้ทุกภูมิภาคทั่วประเทศ มีความปลอดภัย สะอาด และมีการบริการที่เป็นเลิศ เน้นคุณค่าที่นักท่องเที่ยวจะได้รับจากการมาเที่ยวเมืองไทยผ่านวิถีไทย
อย่างไรก็ตาม ในความร่วมมือของ อ.ส.ค. และ รฟท. ในครั้งนี้ นับเป็นจุดเริ่มต้นในการบูรณาการให้ความร่วมมือที่จะส่งเสริมให้เกิดการท่องเที่ยวแบบยั่งยืน ในเส้นทางท่องเที่ยวสายประวัติศาสตร์ตามรอยพ่อแห่งแผ่นดิน ส่งเสริมให้เป็นเส้นทางท่องเที่ยวที่สามารถชมความงามของธรรมชาติและศึกษาประวัติศาสตร์ของชาติไทยที่ โดยเฉพาะเยาวชนรุ่นหลังที่จะได้ใช้เส้นทางนี้เป็นแหล่งศึกษา ค้นคว้า และเรียนรู้ต่อไปในอนาคต









