นักวิเคราะห์ประเมินกลุ่มโรงแรมได้รับผลกระทบ "น้ำท่วมภาคใต้" น้อย พบส่วนใหญ่มีรายได้จากโรงแรมทางใต้ไม่ถึง 5% ของรายได้รวม
บล.เอเชียพลัส เผยแพร่บทวิจัยระบุว่า กลุ่มผู้ประกอบการโรงแรมที่มีโรงแรมพื้นที่ท่องเที่ยวภาคใต้ ได้รับผลกระทบเชิงลบจากเหตุการณ์น้ำท่วมภาคใต้ค่อนข้างน้อย โดยประเมินว่า บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) MINT ซึ่งมีโรงแรมที่เป็นเจ้าของเองอยู่ในพื้นที่น้ำท่วม คือที่สมุย 2 แห่ง สัดส่วนรายได้ไม่ถึง 5% ของรายได้โรงแรม หรือไม่เกิน 3% ของรายได้จากการดำเนินรวมของบริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) CENTEL มีโรงแรมที่เป็นเจ้าของเองในสมุย 2 แห่ง และ หาดใหญ่ 1 แห่ง สร้างรายได้ประมาณ 8% ของรายได้โรงแรม หรือ 4% ของรายได้จากการดำเนินของบริษัท
ขณะที่บริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ERW แม้มีโรงแรม 7 แห่งในโซนน้ำท่วม ประกอบด้วยในสมุย 2 แห่ง ที่เหลืออยู่ใน ชุมพร / นครศรีธรรมราช / สุราษฎร์ธานี / ตรัง และหาดใหญ่ รวมจำนวนห้องพักทั้งหมด 727 ห้อง คิดเป็นสัดส่วน 12% ของห้องพักทั้งหมด แต่เนื่องจากโรงแรมที่อยู่ในโซนน้ำท่วมส่วนใหญ่เป็นโรงแรม HOP INN ซึ่งเป็นโรงแรมระดับ Budget ที่มีราคาห้องพักถูก ดังนั้นในแง่การสร้างรายได้จากโซนดังกล่าว จึงคิดเป็นสัดส่วน 5-6% ของรายได้ทั้งหมด
ฝ่ายวิจัย บล.ทิสโก้ ระบุว่า แนวโน้มผลประกอบการของบริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล (MINT) จะเติบโตจากธุรกิจร้านอาหารในสิงคโปร์ที่น่าจะฟื้นตัว หลังจากที่เศรษฐกิจชะลอตัวลงในปี 2557 ไมเนอร์ฯ ได้มีการปิดสาขา และตกแต่งสาขาใหม่ พร้อมทั้งจัดทีมบริหารใหม่เข้ามาดูแล โดยมีการจัดโปรโมชั่นและสินค้าใหม่ๆ รวมถึง Yentafo Kruengsonge by A.Mallika ในเดือน พ.ย.2559
บล.ฟิลลิป ระบุบริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป (ERW) จะมีการเติบโตที่น่าสนใจในอีก 5 ปีข้างหน้า จากการที่บริษัทตั้งงบลงทุน 10,000 ล้านบาท (ช่วงปี59-63) ผ่านการเปิดโรงแรมใหม่ทั้งในและต่างประเทศให้ครบ 90 แห่ง จากปัจจุบันจำนวน 38 แห่ง (6,059 ห้อง) ณ สิ้นไตรมาส3 ปี 2559 ทำให้เป็นหุ้นเติบโตที่น่าสนใจที่สุดในกลุ่ม
ทั้งนี้ ดิ เอราวัณฯ รุกเปิดโรงแรมระดับ Budget ที่ตั้งอยู่ตามหัวเมืองรอง และเน้นจับกลุ่มลูกค้าองค์กรเป็นหลักมีอัตรากำไรสูง พร้อมช่วยลดความผันผวนจากปัจจัยทางฤดูกาลลง ณ สิ้นปี 2559 มี Hop Inn ทั้งหมด 23 แห่ง พร้อมเปิดเพิ่มต่อเนื่องทั้งในไทยและฟิลิปปินส์อีก 7 แห่งในปี 2560 โดย ERW วางเป้าสัดส่วนรายได้จาก Hop Inn เพิ่มจากปัจจุบัน 2% ไปเป็น 16% ในปี 2563 ซึ่งจะเห็นการเปิดโรงแรมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องนับจากนี้
โดยทั้งนี้ปี 2560 คาดว่าจะมีความชัดเจนมากขึ้นเกี่ยวกับการเปิดโรงแรมใหม่ในระดับ Midscale จำนวน 2 แห่งในกรุงเทพฯ คาดเปิดใช้บริการได้ในปี 2561









