วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ไทยออยล์คาดการณ์แนวโน้มสถานการณ์ราคาน้ำมัน 9-13 ม.ค.60

ราคาน้ำมันดิบคาดว่าจะทรงตัวในระดับสูง จากการเริ่มต้นปรับลดกำลังการผลิตของทั้งในและนอกกลุ่มโอเปค

ไทยออยล์คาดราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสในสัปดาห์นี้จะเคลื่อนไหวที่กรอบ 52 – 57 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวที่กรอบ 53 – 58 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

แนวโน้มสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบ (9 – 13 ม.ค. 60)

ราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์นี้คาดว่าจะทรงตัวในระดับสูง จากข่าวการปรับลดกำลังการผลิตของผู้ผลิตทั้งในและนอกกลุ่มโอเปค ซึ่งจะเริ่มปรับลดในเดือนนี้ ประกอบกับ ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ มีแนวโน้มปรับลดลง จากการที่โรงกลั่นเพิ่มอัตราการกลั่นในช่วงที่มีความต้องการใช้น้ำมันสูง อย่างไรก็ตาม ตลาดยังคงกังวลกับปริมาณการผลิตน้ำมันดิบจากชั้นหินดินดานของสหรัฐ (Shale oil) ที่มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้น ซึ่งหลักๆ มาจากแหล่งผลิตน้ำมันดิบ Permian นอกจากนี้ ราคาน้ำมันดิบยังถูกกดดันจากปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของลิเบียที่มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จากแหล่งน้ำมันดิบ El Sharara และ El Feel ซึ่งมีกำลังการผลิตรวมทั้งสิ้นราว 440,000 บาร์เรลต่อวัน

ปัจจัยสำคัญที่คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์นี้:

- จับตาการปรับลดปริมาณการผลิตของผู้ผลิตทั้งในและนอกกลุ่มโอเปคซึ่งมีผลเป็นระยะเวลา 6 เดือน นับตั้งแต่เดือนมกราคม 60 เป็นต้นไป โดยล่าสุดซาอุดิอาระเบีย และ อิหร่านให้ความเชื่อมั่นว่าข้อตกลงจะบรรลุผล ในขณะที่คูเวตออกมายืนยันว่าบริษัทผู้ผลิตน้ำมันของรัฐบาลจะปรับลดกำลังการผลิตในไตรมาสแรกของปี 60 ส่วนผู้ผลิตนอกกลุ่มโอเปคอย่างโอมาน เผยว่าเตรียมจะลดกำลังการผลิตลงโดยเฉลี่ยร้อยละ 5 ในเดือนมี.ค. 60 อย่างไรก็ดี ยังคงต้องจับตามองการประชุมกลุ่มโอเปคในวันที่ 21 – 22 ม.ค. 60 ณ กรุงเวียนนา

- ข้อตกลงลดกำลังการผลิตของผู้ผลิตกลุ่มโอเปคมีแนวโน้มเป็นไปได้มากขึ้น หลังปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของผู้ผลิตกลุ่มโอเปคคาดการณ์โดยสำนักข่าว Reuters ปรับลดลงมาอยู่ที่ 34.18 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือนธ.ค. 59 จากระดับ 34.38 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือนพ.ย. 59 ซึ่งไนจีเรียเป็นประเทศที่กำลังการผลิตปรับลดลงมากที่สุด เนื่องจากไม่สามารถส่งออกน้ำมันดิบ Forcados ได้ หลังท่อขนส่งน้ำมันดิบถูกโจมตีในเดือนพ.ย. นอกจากนี้ซาอุดิอาระเบียก็ปรับลดกำลังการผลิตในเดือนธ.ค. เช่นกัน จากความต้องการที่ลดลงจากลูกค้า

- ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ มีแนวโน้มปรับลดลง หลังปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ รายงานโดยสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) ประจำสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 30 ธ.ค. 59 ปรับลดลงมาอยู่ที่ 479 ล้านบาร์เรลต่อวัน เนื่องจากโรงกลั่นเดินหน้าเพิ่มอัตราการกลั่นเพื่อรองรับความต้องการใช้น้ำมันเพื่อทำความร้อนในช่วงฤดูหนาว อย่างไรก็ดี ปริมาณน้ำมันสำเร็จรูปคงคลังสหรัฐ ปรับเพิ่มขึ้นราว 13.1 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งการปรับขึ้นหลักๆ มาจากน้ำมันเบนซิน และน้ำมันดีเซล มีส่วนสร้างความกังวลให้กับตลาด

- ปริมาณแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบสหรัฐ ยังคงปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ตามราคาน้ำมันดิบดูไบที่ปรับเพิ่มขึ้น โดยปริมาณแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบสหรัฐ สำหรับสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 30 ธ.ค. 59 รายงานโดย Baker Hughes ปรับตัวเพิ่มขึ้น 525 แท่น มาอยู่ที่ระดับ 529 แท่น โดยหลุมขุดเจาะที่ปรับเพิ่มขึ้นในช่วงที่ผ่านมาส่วนใหญ่มาจากแหล่งผลิตน้ำมัน Permian เนื่องจาก Permian เป็นแหล่งน้ำมันดิบที่มีต้นทุนการผลิตที่ต่ำที่สุด

- ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของลิเบียมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง หลังท่อขนส่งน้ำมันที่เชื่อมกับแหล่งน้ำมันดิบ El Sharara กำลังการผลิต 350,000 บาร์เรลต่อวัน และ El Feel กำลังการผลิต 90,000 บาร์เรลต่อวัน กลับมาดำเนินการได้ตามปกติ ส่งผลให้ล่าสุดปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของลิเบียปรับเพิ่มขึ้นมาสู่ระดับเกือบ 700,000 บาร์เรลต่อวัน จากระดับ 600,000 บาร์เรลต่อวันในเดือนก่อนหน้า

- ตัวเลขเศรษฐกิจที่น่าติดตามในสัปดาห์นี้ ได้แก่ อัตราการว่างงานยูโรโซน จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกสหรัฐ และ ยอดค้าปลีกสหรัฐ

สรุปสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์ที่ผ่านมา (2 – 6 ม.ค. 60)

          ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสในสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับเพิ่มขึ้น 0.27 ดอลลาร์ ปิดที่ 53.99 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ในขณะที่ ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับเพิ่มขึ้น 0.35 ดอลลาร์ ปิดที่ 57.17 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันดิบดูไบปิดเฉลี่ยอยู่ที่ 54 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังได้รับแรงกดดันจากแรงขายทำกำไรและค่าเงินดอลลาร์ที่ปรับตัวแข็งค่าสูงสุดในรอบ 14 ปี เนื่องจากเศรษฐกิจสหรัฐ โดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรมเติบโตมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันดิบยังได้รับแรงหนุนจากปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ สำหรับสัปดาห์สิ้นสุด วันที่ 30 ธ.ค.59 ปรับลดลง 7.1 ล้านบาร์เรล มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ว่าจะปรับลดลง 2.2 ล้านบาร์เรล เนื่องจากโรงกลั่นเพิ่มกำลังการกลั่นสูงมากขึ้นเพื่อรองรับความต้องการใช้น้ำมันทำความร้อนที่ปรับตัวเพิ่มมากขึ้น และข้อตกลงการปรับลดกำลังการผลิตของผู้ผลิตในกลุ่มโอเปคและนอกกลุ่มโอเปคที่มีความเป็นไปได้มากขึ้น ภายหลังจากคูเวต สมาชิกกลุ่ม OPEC แจ้งกลุ่มลูกค้าว่าจะปรับลดกำลังการผลิต 131,000 บาร์เรลต่อวัน และโอมาน ประเทศนอกกลุ่มโอเปคเปิดเผยว่า เตรียมที่จะลดกำลังการผลิต 45,000 บาร์เรลต่อวัน ในเดือน มี.ค. 60

                                     -----------------------------------------------------

ที่มา : บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร.02-797-2999