แนวโน้มกำไรอ่อนแอลงอย่างชัดเจน
ประเด็นการลงทุน
เราเชื่อว่าราคาหุ้น DTAC ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อเร็วๆ นี้มาจากประเด็นการเก็งกำไรเรื่องความคืบหน้าของดีลพันธมิตรคลื่นความถี่ 2300 เมกะเฮิร์ซของทีโอที ซึ่งยังคงต้องรอประกาศข้อกำหนดและเงื่อนไขของแผนธุรกิจดังกล่าวซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วงกลางปี 2560 และแผนการเปิดประมูลคลื่นความถี่ 2600 เมกะเฮิร์ซของกสทช. ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นอย่างเร็วที่สุดในปี 2561 แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ปัจจัยพื้นฐานของหุ้น DTAC ยังคงอ่อนแอ โดยกำไรไตรมาส 4/59 มีแนวโน้มอ่อนตัวลงอีกจากค่าอุดหนุนเครื่องโทรศัพท์ที่เพิ่มขึ้น ในขณะที่กำไรปี 2560 จะยังคงถูกกดดันต่อไปจากค่าอุดหนุนเครื่องโทรศัพท์ระบบพรีเพดที่จะกลับมาเพิ่มสูงขึ้นอีก (เนื่องจากบริษัทจะกลับมาช่วงชิงส่วนแบ่งตลาดพรีเพดอีกครั้งในปี 2560) เรายังคงคำแนะนำ ถือ โดยรอการฟื้นตัวของกำไรอย่างเห็นชัด รวมถึงความชัดเจนของดีลพันธมิตรคลื่นความถี่ 2300 เมกะเฮิร์ซกับทีโอทีและการเปิดประมูลคลื่นความถี่ 2600 เมกะเฮิร์ซ เราจะทำการปรับประมาณการกำไรปี 2560 อีกครั้งหนึ่งหลังการประกาศผลประกอบการปี 2559
ส่องกล้องไตรมาส 4/59 – เป็นอีกหนึ่งไตรมาสที่กำไรแย่ลง
เราคาดกำไรสุทธิไตรมาส 4/59 ที่ 400 ล้านบาท ลดลง 60% YoY และ 39% QoQ ถ้าไม่รวมรายการอัตราแลกเปลี่ยน กำไรหลักไตรมาสนี้อยู่ที่ 388 ล้านบาท ลดลง 59% YoY และ 40% QoQ ประมาณการใหม่สำหรับไตรมาส 4/59 ของเราในครั้งนี้ถือว่าต่ำกว่าครั้งก่อนที่เคยคาดที่ 820 ล้านบาท ซึ่งนั่นหมายถึงกำไรไตรมาส 4/59 ยังคงไม่ฟื้นตัว QoQ กำไรหลักที่มีแนวโน้มลดลง YoY เนื่องจากผลขาดทุนของธุรกิจขายเครื่องโทรศัพท์ที่เพิ่มขึ้นจากค่าอุดหนุนเครื่องโทรศัพท์ที่เพิ่มมากขึ้นเพื่อสนับสนุนการเปิดตัวไอโฟนรุ่นใหม่ในเดือนธ.ค. รายได้บริการที่ยังคงลดลงต่อเนื่อง รวมทั้งค่าเสื่อมราคาและค่าใช้จ่ายด้านโครงข่ายที่เพิ่มขึ้นก้าวกระโดด ซึ่งกลบผลกระทบของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารรวมถึงต้นทุนด้านกฎระเบียบที่ลดลง กำไรหลักที่มีแนวโน้มลดลง QoQ เป็นผลจากขาดทุนจากธุรกิจขายเครื่องโทรศัพท์ที่เพิ่มขึ้นและค่าใช้จ่ายด้านการตลาดที่เพิ่มขึ้น
ค่าอุดหนุนเครื่องโทรศัพท์ที่เพิ่มขึ้นสำหรับไอโฟนรุ่นใหม่ในไตรมาส 4/59
เราคาดผลขาดทุนขั้นต้นของธุรกิจขายเครื่องโทรศัพท์ในไตรมาส 4/59 ที่ 677 ล้านบาท ขาดทุนเพิ่มขึ้น 1,148% YoY และ 8% QoQ เนื่องจากค่าอุดหนุนเครื่องโทรศัพท์ไอโฟนที่ให้กับลูกค้าโพสต์เพดเพิ่มมากขึ้นในเดือนธ.ค. เพื่อสนับสนุนโครงการช้อปช่วยชาติ การแข่งขันในรูปของการให้ส่วนลดและค่าอุดหนุนเครื่องโทรศัพท์ยังคงรุนแรงในไตรมาส 4/59 ซึ่งเปลี่ยนไปเน้นการให้ค่าอุดหนุนเครื่องโทรศัพท์กับลูกค้าระบบโพสต์เพดมากขึ้น รายได้บริการที่ไม่รวมไอซียังคงอ่อนแอในไตรมาส 4/59 (ลดลง 2.2% YoY แต่เพิ่มขึ้น 0.4% QoQ) โดยผลกระทบด้านฤดูกาลถือว่ามีเพียงเล็กน้อยมากสำหรับในไตรมาส 4/59 จำนวนผู้ใช้บริการรายใหม่สุทธิมีแนวโน้มกลับมาติดลบเพิ่มขึ้น QoQ (ติดลบ 2 แสนรายในไตรมาส 4/59
เทียบกับติดลบ 1.32 แสนรายในไตรมาส 3/59) เนื่องจากลูกค้าพรีเพดรายใหม่สุทธิที่ติดลบมากขึ้น ถึงแม้ว่าแคมเปญการตลาดขนาดใหญ่จะเลื่อนออกไปเป็นช่วงไตรมาส 1/60 แทนเนื่องจากติดช่วงการไว้อาลัย แต่เราคาดว่าค่าใช้จ่ายด้านการตลาดจะยังคงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น QoQ เนื่องจากการจัดกิจกรรมทางการตลาดในรูปแบบวงแคบที่เพิ่มขึ้น และแคมเปญโฆษณาทางทีวีที่กลับมาเพิ่มขึ้นในเดือนธ.ค.
เก็งกำไรในประเด็นดีลพันธมิตรคลื่นความถี่ 2300 เมกะเฮิร์ซของทีโอทีและการเปิดประมูลคลื่นความถี่ 2600 เมกะเฮิร์ซ
DTAC แสดงความสนใจในดีลพันธมิตรคลื่นความถี่ 2300 เมกะเฮิร์ซของทีโอทีเพื่อที่จะให้บริการ 4 จีร่วมกันบนโครงข่ายของทีโอที ซึ่งอยู่ระหว่างการรอประกาศเงื่อนไขและข้อกำหนดที่ชัดเจนจากทีโอที กสทช.ได้ทำการอนุมัติคำร้องขอของทีโอทีในการขอใช้คลื่นจำนวน 60 เมกะเฮิร์ซของคลื่นความถี่ 2300 เมกะเฮิร์ซไปแล้วในปี 2558 เพื่อให้บริการ 4 จีไปจนถึงปี 2568 โดยทีโอทีได้ส่งร่างแผนธุรกิจของคลื่นความถี่ 2300 เมกะเฮิร์ซไปให้กับกสทช. เป็นครั้งที่สองในเดือนธ.ค. 2559 และมีแนวโน้มที่จะได้รับการอนุมัติในช่วงต้นปี 2560 ทั้งนี้ทีโอทีวางแผนที่จะเปิดตัวบริการคลื่นความถี่ 2300 เมกะเฮิร์ซในเดือนต.ค. 2560 ในส่วนของการประมูลคลื่นความถี่ 2600 เมกะเฮิร์ซ จำเป็นต้องรอร่างพรบ.ฉบับใหม่ให้ผ่านเป็นกม.ก่อนซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงกลางปี 2560 ซึ่งจะส่งผลให้กสทช.สามารถคืนเงินชดเชยกลับไปให้ MCOT ได้ในช่วงครึ่งหลังของปี 2560 เราคาดว่าการประมูลคลื่นความถี่ 2600 เมกะเฮิร์ซมีแนวโน้มเกิดขึ้นในปี 2561 เป็นอย่างเร็วสุด







