"ก.ล.ต." เปิดผลตรวจสอบ 3 โบรกเกอร์ พบความเสี่ยงการเก็บข้อมูลลูกค้า หวั่นเกิดความขัดแย้งผลประโยชน์ภายใน และเสี่ยงกระทำผิด
สำนักงานกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยรายงานการตรวจสอบบริษัทหลักทรัพย์ 3 แห่ง พบว่า มีความเสี่ยงเรื่องการดูแลข้อมูลลูกค้าที่ไม่รัดกุมเพียงพอ โดยรายแรก ข้อมูล ณ วันที่ 19 ต.ค.2559 พบบริษัทกำกับดูแลการใช้ข้อมูลภายไม่รัดกุมเพียงพอ โดยไม่ได้กำหนดให้บุคคลที่อาจล่วงรู้ข้อมูลภายในจากการปฏิบัติหน้าที่ ต้องเป็นบุคคลที่ห้ามซื้อขายหลักทรัพย์ตามที่อยู่ในทะเบียน Watched list “W/L” และ restricted list “R/L”
ในหลักทรัพย์ของบริษัทจดทะเบียนที่เกี่ยวข้องทั้งหมด กรณีบริษัทเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน และจัดจำหน่ายตั๋วเงิน และหุ้นกู้ของบริษัทจดทะเบียน และบริษัทที่เกี่ยวข้องบริษัทจดทะเบียน รวมทั้งขึ้นเครื่องหมาย บทวิเคราะห์หลักทรัพย์ที่มีการเปลี่ยนแปลง ไม่ครบทุกรณี ก.ล.ต.จึงสั่งให้ปรับปรุง โดยกำหนดให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องขึ้นทะเบียน W/L และ R/L ให้ครบถ้วนตามที่ตั้งมีข้อสังเกตุ
รายที่ 2 รายงานวันที่ 15 ธ.ค.2559 พบบริษัทมีความเสี่ยงการกำกับดูแล เพื่อป้องกันการใช้ข้อมูลภายใน และความขัดแย้งทางผลประโยชน์ไม่รัดกุมเพียงพอ และอาจใช้ข้อมูลภายใน หรือก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้
"บริษัทไม่ได้กำกับดูแลการซื้อขายของผู้ที่เกี่ยวข้อง กับการทำธุรกิจของบริษัทย่อย และไม่มีขั้นตอนเปิดเผยส่วนได้เสียในบทวิเคราะห์ที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมของบริษัทในกลุ่ม รวมถึงการกำกับดูแล การเข้าถึงข้อมูลลูกค้าของเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการไม่รัดกุมเพียงพอ และบริษัทกำกับดูแลการใช้สินทรัพย์ของบริษัทบางกรณีไม่เพียงพอ
รายที่ 3 เป็นบริษัทหลักทรัพย์ที่เน้นให้บริการออนไลน์ โดยเผยแพร่ข้อมูลตรวจสอบ วันที่ 30 พ.ย.2559 พบว่า บริษัทไม่ได้ควบคุมดูแลบัญชีที่ใช้ทดสอบระบบการส่งคำสั่งซื้อขายหุ้นของบริษัท และไม่ได้ทบทวนสิทธิการเข้าถึงระบบงานสำคัญบางระบบตามหลัก Need to Know ซึ่งทำให้บริษัทไม่สามารถกำกับดูแลเพื่อป้องกันการใช้ข้อมูลภายใน หรือความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้
นายปริย เตชะมวลไววิทย์ ผู้อำนวยการฝ่ายเลขาธิการและสื่อสารองค์กร ก.ล.ต. ระบุว่า เรื่องการเก็บข้อมูลสำคัญของลูกค้าเป็นประเด็นที่ ก.ล.ต. ให้ความสำคัญ หากบริษัทหลักทรัพย์ มีการจัดเก็บหรือป้องกันไม่ดี อาจทำให้บุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าถึงข้อมูล และกระทำที่ไม่เหมาะสม หรือทุจริตทรัพย์สินของลูกค้าได้
"จากข้อบกพร่องที่พบ ยังไม่น่ากังวล เพราะบริษัทหลักทรัพย์ ได้ปรับปรุงแก้ไขระบบงานให้รัดกุมทันที ที่ได้รับทราบข้อสังเกตจาก ก.ล.ต. และไม่พบการกระทำที่ไม่เหมาะสม หรือนำไปสู่ความเสียหายต่อทรัพย์สินของลูกค้า ทั้งนี้ก.ล.ต. ได้กำชับให้บริษัทเข้มงวด และรัดกุมในการทำงาน และติดตามดูแลการปฏิบัติงานอย่างใกล้ชิด"








