อินเด็กซ์ฯ โชว์ธุรกิจอาเซียนปีก่อนโต 50% เดินหน้ารุกอีเวนท์-เทรดแฟร์ ดันสัดส่วนรายได้ปีนี้ 20% เพิ่มขึ้นเท่าตัว
นายเกรียงไกร กาญจนะโภคิน ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม บริษัทอินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ จำกัด (มหาชน) ผู้ดำเนินธุรกิจการตลาดเชิงสร้างสรรค์ครบวงจรในภูมิภาคอาเซียน เปิดเผยว่าผลประกอบการปลายปีก่อนถือต่ำกว่าเป้าเล็กน้อย ด้วยปัจจัยความสูญเสียของคนไทย ทำให้งานในช่วงปลายปีเลื่อนออกไป โดยมีรายได้ 1,450 ล้านบาท จาก 4 กลุ่มธุรกิจหลัก อาทิ ครีเอทีฟ โซลูชั่นส์ 51.% มาร์เก็ตติ้ง เซอร์วิส 38% อาเซียน วิงส์ 10% และไลฟสไตล์ เอ็กซ์พีเรียนส์ 2% โดยกลุ่มอาเซียน วิงส์ ปีที่ผ่านมาเติบโตกว่า 50%
"อีเวนท์เป็นธุรกิจที่มีหลายปัจจัยที่ส่งผลต่อการดำเนินธุรกิจ ทั้งเหตุการณ์การเมือ ภาวะเศรษฐกิจและสถานการณ์ต่างๆ ผู้ประกอบการจึงต้องปรับตัวอยู่ตลอดเวลา"
นโยบายของอินเด็กซ์ฯ มุ่งขยายธุรกิจออกสู่ต่างประเทศในกลุ่มอาเซียน ด้วยการวางโมเดลธุรกิจ เพื่อกระจายความเสี่ยงและสร้างรายได้ที่มั่นคง เสริมตลาดในประเทศไทย ทั้งนี้ ให้น้ำหนักทำตลาดอาเซียน วิงส์ มากว่า 4 ปี ปัจจุบันมีสัดส่วนเพิ่มเป็น“เท่าตัว” หรือประมาณ 1 ใน 3 ของกลุ่มอีเวนท์ มาร์เก็ตติ้งในประเทศไทย โดยเฉพาะปีนี้ มุ่งขยายธุรกิจกลุ่มซีแอลเอ็มวี (กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม) มากขึ้น หลังจากประสบความสำเร็จจากการยกโมเดลธุรกิจไทยไปใช้ที่เมียนมา เวียดนาม และกัมพูชา ปีนี้เตรียมจัดงานใหญ่ที่เวียดนาม ในเดือน ม.ค.นี้ คือ งาน ฮอย อัน ไลท์ เฟสติวัล 2017
ภายใต้กลยุทธ์ขยายธุรกิจด้วยอีเวนท์และการสร้างงานเอง (Own Event) อาทิ ธุรกิจเทรดแฟร์ ปัจจุบันมีประจำ 4 งานหลักในเมียนมาและกัมพูชา คือ บิวด์ แอนด์ เดคคอว์ (Build and Decor) เทรดแฟร์ด้านวัสดุอุปกรณ์การก่อสร้าง, ฟู้ดเบฟ (FoodBev) เทรดแฟร์ด้านอาหารและเครื่องดื่ม, รีเทลเอ็กซ์โป (Retail Expo) เทรดแฟร์ด้านสินค้า สำหรับผู้ประกอบการร้านค้าปลีกและห้างสรรพสินค้า ซึ่งอินเด็กซ์ฯ เป็นรายแรก ที่ริเริ่มเข้าไปเปิดตลาดทางธุรกิจใหม่ๆ คาดเพิ่มสัดส่วนรายได้ในกลุ่มอาเซียน วิงส์ อยู่ที่ 15-20% ในปีนี้
ธุรกิจอื่นๆ ที่อินเด็กซ์ฯเข้าไปเปิดตลาดอาเซียน เช่น การวิจัยแบบเจาะลึกพฤติกรรมผู้บริโภค โดยบริษัทเอ็นไวโรเซล ปัจจุบันให้บริการในกลุ่มซีแอลเอ็มวี, ธุรกิจทีวี โดยวิลเลจ เทเลวิชั่น ใช้โมเดลธุรกิจครีเอทีฟ คอนเทนท์ โปรไวเดอร์ ปีที่ผ่านมาได้ขายฟอร์แมทรายการ “เดอะ ด็อก พาร์ทเนอร์” สู่ตลาดต่างประเทศ ที่เมียนมาและเวียดนาม ปีนี้จะขยายสู่ประเทศอื่นๆ เพิ่มขึ้น โดยใช้แนวคิดสร้างสรรค์เป็นพื้นฐานหลักดำเนินธุรกิจ ตอกย้ำการเป็นศูนย์กลางด้านความคิดสร้างสรรค์แบบครบวงจร เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจเติบโต
ปีนี้มีงานขนาดใหญ่ 5-6 งาน ทำให้มี Backlog อยู่ที่ 500 ล้านบาท งานส่วนใหญ่มาจากทั้งภาครัฐบาลและเอกชน คาดการณ์ผลประกอบการเติบโต 10-15% สูงสุดในรอบ 3-4 ปีที่ผ่านมา"
“ภาพรวมอีเวนท์ในประเทศไทยปีนี้ มองว่าทรงตัวไปจนถึงปลายปี กลุ่มอีเวนท์บันเทิงต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบตามความเหมาะสม สอดคล้องกับอารมณ์และความรู้สึกของผู้บริโภคที่ยังอยู่ในสภาวะโศกเศร้า"








