โบรกเกอร์คาด "ตลาดหุ้นไทย" 2 ปีจากนี้เข้าสู่ช่วงขาขึ้น ขณะที่กำไรบจ.ปีนี้ ลุ้นโต11%
ดัชนีหุ้นไทยเปิดศักราชใหม่ปี2560 ปรับตัวเพิ่มขึ้นคึกคัก ล่าสุดบล.ทิสโก้และบล.เอเซียพลัส เสนอบทวิเคราะห์ที่น่าสนใจ โดยเฉพาะประเมินกำไรบริษัทจดทะเบียนปี 2560 น่าจะเติบโต11%
การประเมินกำไรของบจ.ไทยที่อยู่ภายใต้การวิเคราะห์ของฝ่ายวิจัยที่ดูแล คาดว่าจะเติบโต11% ในปี2560หรือคิดเป็นกำไรสุทธิต่อหุ้นที่ประมาณ 105 บาท จากกำไรต่อหุ้นปี2559ที่อยู่ที่ 94 บาท เหตุหลัก ๆ จากการเติบโตกำไรกลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานคาดเติบโต14%, พาณิชย์ 28%,ขนส่ง15%, โรงพยาบาล16% และสถาบันการเงิน23%
แม้กลุ่มอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มกำไรเติบโตดีแต่ยังมีความเสี่ยงที่ราคาจะปรับตัวลงเช่น กลุ่มสถาบันการเงินจะดูโดดเด่น แต่ด้วยราคาหุ้นที่ยังอยู่ระดับต่ำต่อเนื่องมา 2 ปีติดแล้ว จึงรู้สึกห่วงการปรับฐานราคาหุ้นจะเกิดขึ้นได้ง่าย ได้แก่ กลุ่มธนาคาร (สินเชื่อขยายตัวน้อย และยังต้องระมัดระวังปัญหา NPL)ส่วนพลังงาน (แกว่งอิงไปตามราคาน้ำมัน และคาดว่าราคาน้ำมันมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นจำกัดที่ 55 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล), ไอซีที (ต้นทุนและค่าใช้จ่ายเพิ่ม แข่งขันสูง กดดันผลประกอบการลดลง), กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ (ยอดจองลดลง และเลื่อนเปิดโครงการใหม่) ต่างก็มีหลายประเด็นที่กดดันอยู่
ฝ่ายวิจัยมองว่าจะมีทิศทางตลาดหุ้นไทยเป็นขาขึ้นได้1-2 ปีข้างหน้า ไม่ว่าจะเกิดการเลือกตั้งปี2560หรือไม่ เนื่องจากแรงขับเคลื่อนด้านสภาพคล่องในระบบการเงินโลกที่สูง ส่งผลให้เม็ดเงินไหลหมุนเวียนระหว่างตลาดทุน เพื่อแสวงหาผลตอบแทน ทั้งนี้เป้าดัชนีหุ้นไทยสิ้นปี 2560อยู่ที่ 1,650 จุด อิงจาก Forward PER ปี 2561 ที่ 13.8 เท่า จากค่าเฉลี่ย Forward PER 5 ปีที่ผ่านมา
ตลาดหุ้นไทยช่วงครึ่งปีแรกจะผันผวนจาก 3 เหตุผลหลัก คือหุ้นไทยปี2559 ปรับตัวขึ้นมาก 20% เป็นตลาดที่ปรับตัวขึ้นเป็นอันดับ 1 ของเอเชีย และอันดับ 6 ของโลก ซึ่งมีความเสี่ยงในการถูกขายทำกำไรเพื่อโยกเม็ดเงินไปยังตลาดหุ้นที่ราคายังขึ้นน้อย หรือ “Market Rotation”
แนวโน้มดัชนีช่วงหลายปีที่ผ่านมาแกว่ง โดยกรอบล่างอยู่แถว 1,200 จุดต้นๆ แต่กรอบบนลดระดับลงเรื่อยๆ จากที่เคยขึ้นไปสูงสุดบริเวณ 1,650 ลดลงเป็น 1,600-1,620 และล่าสุดขึ้นได้แค่1,560 จุด เพราะฉะนั้น ดัชนีในระดับปัจจุบันที่อยู่ที่ประมาณ 1500 จุดต้นๆ
ถ้าดูสถิติความเคลื่อนไหวดัชนีแต่ละปี จะพบว่าการประเมินมูลค่าหุ้นไทยไม่ถูก โดยหากเทียบ Forward PER ตลาดหุ้นไทยที่ประมาณ 14 เท่า ปัจจุบันกับตลาดหุ้นประเทศพัฒนาแล้วที่16 เท่า ถือว่าการประเมินมูลค่าตลาดหุ้นไทยถูกกว่า แต่ส่วนต่าง Forward PER Gap ก็เป็นไปตามค่าเฉลี่ย กลางๆ และหากเทียบกับ MSCI FE ex. Japan Index ที่เทรดประมาณ 12 เท่า ตลาดหุ้นไทยจะแพงกว่า
บล.เอเซียพลัส ระบุว่าฐานกำไรตลาดหุ้นไทย ปี 2560 อยู่ที่ 9.52 แสนล้านบาท หรือคิดเป็นกำไรต่อหุ้นที่ 99.78 บาทต่อหุ้น เติบโต 7.85% จากงวดปี 2559 ชะลอตัวลงจาก 34% ในปี 2559 แต่ก็ ใกล้เคียงกับเพื่อนบ้านในแถบเอเชียบางแห่ง คือ มาเลเซีย (7.5%) และ ฟิลิปปินส์ (8%) แต่ต่ำกว่า จีน (13.7%) อินโดนีเซีย (20%) และอินเดีย (24.3%) และต่ำกว่าประเทศพัฒนาแล้วหลายแห่ง คือ FTSE100 เติบโตสูง 16.7% ตามด้วย S&P500 12% STOXX600 11.9% Dow Jones 11.5% และ Nikkei (10.2%) เป็นต้น
ทั้งนี้ หากอิงพีอีเรโชตลาดปี 2560อยู่ที่ 16 เท่า ซึ่งจะให้ดัชนีเป้าหมายอยู่ที่ 1,596.48 จุด หรือบริเวณ 1,600 จุด มีโอกาสขึ้นจำกัด







