วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

กรุงศรีพร้อมรบฟินเทค ทุ่ม30ล้านดอลลาร์ร่วมทุน

การจู่โจมของเทคโนโลยีไม่ได้สร้างเขย่าฐานที่มั่นของธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่เท่านั้น ธนาคารพาณิชย์ขนาดกลางก็ต้องตื่นตัวลุกขึ้นมารับมือเช่นกัน

 แบงก์ลูกครึ่งอย่างธนาคารกรุงศรีจึงตั้งนายฐากร ปิยะพันธ์ ประธานกรรมการกรุงศรี คอนซูมเมอร์ และผู้บริหารสายงานดิจิทัลแบงกิ้งและนวัตกรรม ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ให้เป็นแม่ทัพใหญ่เข้ามาปรับทัพให้พร้อมรับมือศึกที่จะมากำลังเข้ามาประจันหน้าอย่างรวดเร็ว  

 กลยุทธ์นอกจากนี้ธนาคารมี 11 เทคโนโลยีที่โฟกัสที่จะใช้รับมือการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นทั้งกองทุนร่วมทุน(Venture Capital) การเปิดระบบเชื่อมต่อ(Smart API) บล็อกเชน โมบายแบงกิ้งแบบใหม่ แอพพลิเคชั่นสำหรับพร้อมเพย์  การปล่อยสินเชื่อผ่านดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เทคโนโลยีหุ่นยนต์Robo Advisory, E-KYC การผลักดันวัฒนธรรมดิจิทัลให้องค์กรและ การชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ทั้ง(E-Wallet&QR Payment) ซึ่งคาดว่าจะเห็นเป็นรูปธรรมภายในปี 2560

หนึ่งในกลยุทธ์ดังกล่าว มีเรื่องใหญ่ที่ธนาคารสนใจคือกองทุนร่วมทุน (Venture Capital) เพื่อร่วมลงทุนกับฟินเทคโดยจะลงทุนในนามบริษัท กรุงศรี ฟินโนเวท (Krungsri Finnovate) ซึ่งเป็นบริษัทลูกที่จะทำหน้าที่ในการร่วมลงทุน โดยในขณะนี้ธนาคารอยู่ระหว่างขออนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อจัดตั้งบริษัทดังกล่าว ในเบื้องต้นมีวงเงินตั้งต้นเพื่อการร่วมลงทุน 30 ล้านดอลลาร์ รองรับการลงทุนในระยะแรก 3 ปี  เฟสแรกจะลงทุนในลักษณะของ Fund of Fund  โดยอยู่ระหว่างเจรจากับ 3 กองทุนใหญ่ ทั้งในประเทศไทยและเอเชียแบ่งเป็นกองทุนเป็นฟินเทคด้านระบบชำระเงิน 2 กอง และอีก 1 กองทุนเป็นด้านเทคโนโลยีทางด้านระบบวิเคราะห์ข้อมูล AI  โดยกองทุนที่จะเข้าไปลงทุนจะเลือกจากกองทุนที่ลิงก์กับ 7 Pillar 11 Technology ที่ธนาคารปักธงไว้

 อย่างไรก็ตามแม้เทคโนโลยีจะเปลี่ยนแปลงเร็ว แต่ธนาคารเชื่อว่าจะยังไม่ได้เข้ามาเปลี่ยนพฤติกรรมลูกค้าไปจากช่องทางเดิม ทั้งเอทีเอ็มและสาขา มากนัก  ดังนั้น ในช่วง  3 ปี จากนี้ธนาคารจะเร่งพัฒนาบริการโมบายแบงกิ้งให้ครบทุกด้าน 

       “ธุรกรรมเอทีเอ็มและสาขายังไม่ลดลงมากนัก  โดยเฉพาะสาขาเปิดใหม่ ธุรกรรมโดยรวมยังเพิ่มขึ้น จากชำระค่าสินค้า ลีสซิ่ง ประกัน ที่ยังเติบโตอยู่ ส่วนธุรกรรมที่ลดคือธุรกรรมดั้งเดิม ถอน โอน จ่าย ทว่า เมื่อมองภาพรวมธุรกรรมที่เกิดขึ้นของธนาคาร พบว่า อัตราการเติบโตอยู่ที่ช่องทางออนไลน์ที่ขยายตัวกว่า 10% ส่วนใหญ่อยู่ที่ธุรกรรมผ่านโทรศัพท์มือถือเติบโตพุ่งขึ้นถึง 40-50%”

เขากล่าวว่า ในปี 2560 ธนาคารจะเร่งพัฒนาแพลตฟอร์มของโมบายแบงกิ้งใหม่ ซึ่งเป็นเฟสแรกที่ต้องทำให้เสร็จในปีหน้า โดยจะนำบริการทุกประเภทของลูกค้ารายย่อยให้อยู่ในโมบายแบงก์กิ้งแบบครบวงจร  ส่วนบริการพร้อมเพย์นั้นจะต้องพัฒนาแอพพลิเคชั่นแยกออกไปสำหรับผู้ใช้พร้อมเพย์ซึ่งไม่ได้ต้องการใช้โมบายแบงก์กิ้งเต็มรูปแบบ แต่เน้นธุรกรรมการโอนหรือชำระเงินเท่านั้น หากพร้อมเพย์เริ่มใช้เราก็พร้อมให้บริการทันที

ส่วนการให้สินเชื่อผ่านทางสมาร์ทโฟนนั้น คาดว่าจะเริ่มให้บริการสินเชื่อที่ไม่มีหลักประกันก่อน โดยลูกค้าสามารถยื่นคำขอ พร้อมถ่ายรูปหรือแนบเอกสารหลักฐาน เช่น บัตรประชาชน เอกสารรายได้ ข้อมูลเครดิต ประกอบการขอสินเชื่อได้ จากนั้นระบบจะส่งข้อมูลไปหลังบ้าน จนถึงขั้นตอนอนุมัติและโอนเงินเข้าบัญชี จบกระบวนการใช้เวลาเพียง 15-30 นาทีก็อนุมัติได้ทันที 

เขายังกล่าวถึงเทคโนโลยีไบโอแมทริกส์ว่า ธนาคารมีความสนใจที่จะนำเทคโนโลยีดังกล่าวมาใช้ในการยืนยันตัวตรของลูกค้าเช่นกัน แต่อยู่ระหว่างการศึกษาถึงความเหมาะสมของเทคโนโลยีที่จะนำมาใช้กับลูกค้า โดยจะเน้นลูกค้าที่ใช้บริการผ่านสาขาธนาคารก่อน 

สำหรับเทคโนโลยีบล็อกเชนจะพัฒนาร่วมกับพันธมิตรเพื่อมาใช้ใน 3 ธุรกิจ ได้แก่ Smart Contract  Trade Finance  และการโอนเงินระหว่างประเทศ(International Money Transfer)   ขณะที่ เทคโนโลยี AI นำมาใช้ในการสื่อสารขั้นต้นกับลูกค้าอัตโนมัติ

(AI Chatbot)  ที่ลูกค้าสามารถติดต่อพูดคุยกับธนาคารได้ผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์กทั้งไลน์หรือเฟสบุคสอบถาม  ขณะนี้กำลังทดสอบระบบอยู่ ส่วน Robo Advisory  นั้นได้คุยกบบริษัทในเครือทั้ง บล.และบลจ.กรุงศรี รวมถึงธุรกิจเวลท์ของธนาคารเพื่อเลือกเทคโนโลยีจากฟินเทคบางรายเข้ามา โดยในเฟสแรกจะพัฒนาให้เป็นเครื่องมือสำหรับเจ้าหน้าที่อาร์เอ็มของธนาคารในการวิเคราะห์และทำความเข้าใจลูกค้าเพื่อให้สามารถแนะนำลูกค้าได้ถูกต้องเหมาะสม   และอนาคตจะพัฒนาให้ลูกค้าสามารถดูพอร์ตลงทุนของตัวเอง และจำลองพอร์ตลงทุนได้เลย ตั้งแต่ลูกค้า กรุงศรี ไพร์ม ขึ้นไป 

นอกจากการพัฒนาเทคโนโลยีให้ก้าวทันการเปลี่ยนแปลงแล้ว พื้นฐานที่สำคัญอย่างบุคคลกรที่จะทำให้องค์กรก้าวสู่ยุคดิจิทัลอย่างมั่นคงจะต้องมีการปลูกฝังวัฒนธรรมของคน นั่นคือเรื่องของ Krungsri Ignite ซึ่ง

นายฐากร กล่าวว่า ในช่วง3-4 เดือนที่ผ่านมาเขาเปิดโครงการให้พนักงานส่งไอเดียด้านการให้บริการและการลดต้นทุน แย่งชิงรางวัลกว่า 1.5 ล้านบาท แค่โครงการเดียวเขาสามารถระดมไอเดียได้ถึง 3,000 ความคิดทีเดียว 

ทั้งหมดที่ว่ามานายฐากรบอกว่าจะทะยอยขึ้นให้หมดในปี 2560 นี้เอง