WearYouWant จะมีส่วนผสมครบทั้งอินเตอร์เนชั่นแนลแบรนด์ โลคัลแบรนด์ที่เป็นดีไซเนอร์คนไทย และแฟชั่นจากเกาหลี
WearYouWant ร้านค้าสินค้าแฟชั่นและความงามออนไลน์ รวมกว่า 17,000 รายการ ที่เปิดตัวให้นักชอปชาวไทยได้เข้ามาเลือกซื้อสินค้ากันตั้งแต่ปี 2554 ที่จนถึงวันนี้ก็ยังคงมีเรื่องท้าทายใหม่ๆ เข้ามาทดสอบอยู่ตลอดเวลา
ในช่วงแรกๆ ของการเดินทาง WearYouWant ต้องใช้เวลาอย่างมากในการนำเสนอสิ่งที่เป็นแนวคิด และการทำธุรกิจ เพราะเป็นเรื่องที่ยังใหม่มากสำหรับตลาดในยุคนั้น
“ในช่วงของการพรีเซล ซึ่งเป็นช่วงที่ทาง WearYouWant ได้ใช้เวลาพบปะพูดคุยและแนะนำธุรกิจให้แก่เจ้าของแบรนด์ต่างๆ เพื่อให้นำสินค้ามาลงขายบนแพลตฟอร์มของทางแวร์ยูว้อนท์
ตอนนั้นเป็นเรื่องค่อนข้างยาก เพราะธุรกิจออนไลน์ยังใหม่มาก มีแค่ Tarad.com กับ ensogo ที่ทำธุรกิจประเภทนี้ ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาของการลองผิดลองถูกกับตลาดในไทย
โดยตั้งใจว่าจะเป็นแพลตฟอร์มสำหรับแบรนด์ในประเทศ และแบรนด์เล็กๆ รวมทั้งในช่วงเวลาของการก่อตั้งธุรกิจใหม่นั้น แบรนด์ใหญ่ๆ ยังไม่มีแนวทางที่ชัดเจนในการโปรโมทสินค้าบนช่องทางออนไลน์ ไม่มีช่องทางขายสินค้าบนแพลตฟอร์มออนไลน์ ทำให้การเข้าหาแบรนด์ local นั้น เป็นเรื่องที่ง่ายกว่ามากในตอนแรก” มาร์ติน ทอฟท์ โซเรนเซ่น ผู้ร่วมก่อตั้งและ Co-CEO
WearYouWant กล่าว
แม้ในเวลาต่อมา เมื่ออีคอมเมิร์ซเริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้น กลับพบว่า การเข้าหาลูกค้านั้นกลับเป็นเรื่องยากกว่า หลักๆ เป็นเพราะพฤติกรรมการชอปปิ้งของคนไทยยังชอบซื้อสินค้าตามร้านค้าอยู่
ขณะที่ ecosystem ที่จะมารองรับ ไม่ว่าจะเป็นระบบการชำระเงินหรือระบบขนส่ง ก็ยังไม่ค่อยสมบูรณ์สำหรับการซื้อขายออนไลน์ จึงเป็นงานที่ยากเข้าไปอีกขั้นของการทำตลาดในช่วงที่ผ่านมา
นั่นเป็นเพราะว่าไม่ใช่ทุกแบรนด์จะมีขายออนไลน์ และที่สำคัญที่สุดคือความไว้วางใจต่อแพลตฟอร์มออนไลน์ ทำให้ต้องใช้เวลา
"ในช่วงนั้น ไม่ใช่แค่การเข้าหาเจ้าของแบรนด์หรือคู่ค้าเท่านั้นที่ยาก แต่ ecosystem ทั้งระบบเองก็ไม่ค่อยพร้อม ไม่ว่าจะเป็นระบบชำระเงินและระบบขนส่ง ที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการค้าขายบนโลกออนไลน์
จนถึงตอนนี้ ลูกค้าของเรากว่า 60% ก็ยังคงชำระเงินแบบ cash on delivery"
ปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งคือ ความไว้ใจ Co-CEO WearYouWant บอกเพราะถ้าเทียบกับตลาดอื่นๆอย่างญี่ปุ่นหรือสิงคโปร์แล้ว ผู้บริโภคชาวไทยยังคงชอบซื้อของตามร้านทั่วไปอยู่ พบว่ายังมีผู้บริโภคอีกจำนวนมากที่ไม่อยากชำระค่าสินค้าจนกว่าจะได้เห็นของ และยังมีอีกมากที่ไม่มีบัตรเครดิตหรือเดบิต
การทำงานในสเต็ปต่อจากนี้ WearYouWant มองที่ การสร้างแบรนด์ และ สร้างพันธมิตรธุรกิจให้แข็งแกร่งภายใต้กลยุทธ์ B2B2C
“เรามุ่งหน้าสร้างแบรนด์ไอเดนติตี้ที่แข็งแรงขึ้น เมื่อพูดถึง WearYouWant แล้ว อยากให้คนคิดถึงความเป็นเอกลักษณ์ นึกถึง e-commerce ที่จำหน่ายสินค้าของแท้ มีคุณภาพ”
หนึ่งในแนวทางที่ดำเนินการไปก่อนหน้านี้คือการปรับทิศทางร้านค้าในแพลตฟอร์มจากกว่า 600 ร้าน ปัจจุบันปรับลดเหลือ 250 ร้าน เพื่อให้แนวทางสินค้าไปในทิศทางเดียวกันมากขึ้น
อีกทั้งยังเพื่อให้สอดรับกับการปรับปรุงเว็บไซต์ใหม่ในปี 2560 ที่จะมีในการเพิ่มสินค้าแฟชั่นเกาหลี ที่ออกแบบ, ผลิต และนำเข้าจากประเทศเกาหลีใต้จริงๆ
นั่นก็ทำให้ WearYouWant มีส่วนผสมครบทั้งอินเตอร์เนชั่นแนลแบรนด์ โลคัลแบรนด์ที่เป็นดีไซเนอร์คนไทย และแฟชั่นจากเกาหลี
“แน่นอนว่า การปรับใหม่ครั้งนี้ยังคงไว้ซึ่งสินค้าแบรนด์อินเตอร์เนชั่นแนล ซึ่งในปัจจุบันถือเป็นประเภทสินค้าที่ทำยอดขายได้สูงสุดบนเว็บไซต์เมื่อเทียบกับสินค้าอื่นๆ โดยนับเป็น 78% จากยอดขายทั้งหมด เนื่องจากเป็นแบรนด์ที่เป็นที่รู้จักดี คนทราบถึงคุณค่าของแบรนด์และคุณภาพ ทำให้ขายง่าย คุ้มค่าในการใช้จ่าย"
ท่ามกลางการขยายตัวของตลาดอีคอมเมิร์ซ และการขยับลงมาเล่นในตลาดออนไลน์มากขึ้นของเจ้าของแบรนด์ต่างๆ ซึ่งเป็นอีกความท้าทายสำหรับแพลตฟอร์มนี้เช่นกัน
"ไม่มองว่าร้านค้าจะต้องเลือกระหว่างการลงขายกับ WearYouWant กับการลงขายบนช่องทางออนไลน์ของตนเอง ทั้งเฟซบุ๊ค อินสตราแกรม เพราะยิ่งมีช่องทางการขายมากขึ้น ผู้บริโภคก็จะเห็นแบรนด์บ่อยขึ้นด้วย
ทุกวันนี้มีสินค้ามากมาย ผู้บริโภคจำนวนมากจะต้องเห็นสินค้าหลายๆครั้งก่อนตัดสินใจซื้อ ซึ่งเรียกว่า multiple touchpoints ซึ่งรวมทั้งช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ ช่วงนี้ omnichannel กำลังมาแรง หลายๆแบรนด์ก็กำลังพยายามทำตรงจุดนี้ เพื่อเพิ่มยอดขาย ซึ่ง WearYouWant จะเป็นอีกช่องทางการขายที่มาตอบโจทย์ ด้วยจำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์กว่า 500,000 คนต่อเดือน และมีกลุ่มผู้ซื้อหลักอยู่ที่อายุ 25-35 ปี"
ที่ผ่านมา WearYouWant ได้รับเงินสนับสนุนในระดับ Series B เป็นที่เรียบร้อย จากมาร์เก็ตเพลซ แฟชั่นชั้นนำจากประเทศญี่ปุ่น Start Todayด้วยมูลค่ากว่า 3.5 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐ ซึ่งจำนวนเงินทุนที่ได้รับในครั้งนี้เป็นการนำไปใช้เพื่อสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่งมากขึ้น รวมถึงการพัฒนาด้านเทคโนโลยี และการให้บริการ
โดยมุ่งเน้นกลยุทธ์ B2B2C ที่เข้มข้นมากขึ้นสำหรับสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจในปี 2560
“ในสมัยก่อน นักลงทุนนิยมลงเงินทุนเยอะๆ เพื่อให้ธุรกิจที่ตนเองลงทุนมีอัตราการเติบโตที่เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แต่ในปัจจุบัน ต้องยอมรับว่านักลงทุนจำนวนมากเริ่มให้ความสำคัญกับผลกำไรที่ธุรกิจสามารถทำได้มากขึ้น
อย่างที่เห็นว่าโลกของ e-commerce มีความเคลื่อนไหวเยอะมากในปีที่ผ่านมา เพราะฉะนั้น ปี 2560 ที่กำลังมาถึงนี้ ถือว่าเป็นปีที่น่าตื่นเต้นทีเดียว” จูเลียง ชาล์ท ผู้ร่วมก่อตั้งและ Co-CEO กล่าวเสริม
‘แฟชั่น’ธุรกิจที่เริ่มจากครอบครัว
มาร์ติน ทอฟท์ โซเรนเซ่น ผู้ร่วมก่อตั้งและ Co-CEO แวร์ยูว้อนท์ คลุกคลีกับธุรกิจแฟชั่นมาตั้งแต่เด็ก เพราะคุณพ่อทำธุรกิจนำเข้าแฟชั่นจากประเทศอิตาลี จึงได้มีโอกาสสัมผัสโลกของแฟชั่นมาแต่แรก
หลังจากที่จบปริญญาโท เริ่มทำงานจากเอเจนซี่ท่องเที่ยวที่บริหารกันเองในครอบครัว
“ในเวลานั้นทางบริษัทกำลังอยู่ในระหว่างการเข้ารวมกิจกรรมกับบริษัทอีกแห่งที่ยังใหม่มาก แต่มีความเชี่ยวชาญในการทำธุรกิจแบบออนไลน์ โดยผมได้รับมอบหมายให้ดูแลตรงส่วนนั้น ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องท้าทายมาก
สุดท้ายก็พบว่ากว่า 30% จากยอดขายทั้งหมดนั้นมาจากช่องทางออนไลน์ และนับเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้สนใจช่องทางการทำธุรกิจนี้ โดยได้รับคำแนะนำจากเพื่อนที่ทำงานอยู่กับเว็บไซต์จำหน่ายสินค้าแฟชั่นที่เดนมาร์กด้วย
ซึ่งถือช่วงแรกๆ ของการได้เรียนรู้และเริ่มต้นทำธุรกิจออนไลน์









