วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ไทยออยล์คาดการณ์แนวโน้มสถานการณ์ราคาน้ำมัน 26-30 ธ.ค. 59

ราคาน้ำมันดิบคาดจะเคลื่อนไหวในกรอบจำกัด ท่ามกลางภาวะการซื้อขายที่เบาบางและปริมาณการผลิตจากลิเบียที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

ไทยออยล์คาดราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสในสัปดาห์นี้จะเคลื่อนไหวที่กรอบ 50 – 54 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวที่กรอบ 52 – 57 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

แนวโน้มสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบ (26 – 30 ธ.ค. 59)

ราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์นี้คาดจะเคลื่อนไหวในกรอบจำกัด เนื่องจากภาวะการซื้อขายที่เบาบางในสัปดาห์สุดท้ายก่อนสิ้นปี รวมถึงแรงกดดันที่เพิ่มมากขึ้นจากปริมาณการผลิตของลิเบียที่เพิ่มขึ้นหลังบริษัทน้ำมันสามารถบรรลุข้อตกลงกับกลุ่มผู้ประท้วงในการเปิดดำเนินการท่อขนส่งน้ำมันดิบและแหล่งผลิตน้ำมันดิบ El Sharara ได้ นอกจากนี้ ราคาน้ำมันดิบยังได้รับแรงกดดันจากปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ข้อตกลงการปรับลดปริมาณการผลิตและส่งออกน้ำมันดิบของผู้ผลิตในกลุ่มโอเปคและนอกกลุ่มโอเปคที่จะเริ่มบังคับใช้ตั้งแต่เดือน มกราคม 60 เป็นต้นไป มีส่วนสนับสนุนราคาน้ำมันดิบให้ปรับลดลงในกรอบจำกัด

ปัจจัยสำคัญที่คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์นี้:

- จับตาปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของลิเบีย หลังบริษัทน้ำมันแห่งชาติ (NOC) สามารถบรรลุข้อตกลงกับกลุ่มผู้ประท้วงทางด้านตะวันตกในการเปิดดำเนินการท่อขนส่งน้ำมันของแหล่งผลิต El Sharara และ El Feel ซึ่งมีกำลังการผลิตรวมทั้งสิ้น 420,000 บาร์เรลต่อวัน หลังจากที่ต้องมีการปิดท่อขนส่งดังกล่าวเป็นระยะเวลากว่า 2 ปี ความคืบหน้าล่าสุดพบว่าแหล่งผลิต El Sharara กลับมาดำเนินการผลิตแล้วและมีปริมาณการผลิตโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 58,000 บาร์เรลต่อวัน ในขณะที่แหล่งผลิต El Feel อยู่ระหว่างการเตรียมตัวที่จะเริ่มดำเนินการผลิตในเร็วนี้ โดยบริษัทน้ำมันแห่งชาติของลิเบียตั้งเป้าหมายที่จะเพิ่มกำลังการผลิตประมาณ 175,000 บาร์เรลต่อวันใน 1 เดือน และ 275,000 บาร์เรลต่อวัน ใน 3 เดือนจากปัจจุบันที่ 600,000 บาร์เรลต่อวัน

- ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ มีแนวโน้มทรงตัวในระดับสูง หลังปริมาณการนำเข้าน้ำมันดิบและปริมาณการผลิตในประเทศปรับเพิ่มขึ้นมากกว่ากำลังการกลั่นของโรงกลั่นที่เพิ่มขึ้นเพื่อรองรับความต้องการใช้น้ำมันในช่วงปลายปี โดยปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ประจำสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 16 ธ.ค. 59 ปรับเพิ่มขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 4 สัปดาห์มาอยู่ที่ระดับ 485.5 ล้านบาร์เรล อย่างไรก็ตาม ปริมาณน้ำมันดิบคงคลัง ณ จุด ส่งมอบ คุชชิ่ง โอกลาโฮมา ปรับลดลง 0.25 ล้านบาร์เรลมาอยู่ที่ระดับ 66.26 ล้านบาร์เรล ซึ่งนับเป็นการปรับลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ 7 สัปดาห์ที่ผ่านมา

- ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบ Shale Oil ในสหรัฐ มีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้น หลังผู้ผลิตน้ำมันดิบเพิ่มปริมาณการขุดเจาะน้ำมันดิบขึ้นต่อเนื่องกว่า 3 สัปดาห์ติดต่อกัน หลังราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้นมาเฉลี่ยอยู่ที่ระดับเหนือ 50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยปริมาณแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบสหรัฐ สำหรับสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 23 ธ.ค. 59 รายงานโดย Baker Hughes ปรับตัวเพิ่มขึ้น 13 แท่น มาอยู่ที่ระดับ 523 แท่น ซึ่งเป็นระดับที่สูงที่สุดนับตั้งแต่ ธค. 58 โดยกว่า 2 ใน 3 ของการปรับเพิ่มขึ้นอยู่ที่แหล่งผลิต Permian ซึ่งเป็นแหล่งที่มีต้นทุนการผลิตในระดับต่ำ

- จับตาข้อตกลงการปรับลดปริมาณการผลิตของผู้ผลิตในกลุ่มโอเปคและนอกกลุ่มโอเปคที่จะปรับลดปริมาณการผลิตลงทั้งสิ้น 1.8 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งจะเริ่มมีผล 6 เดือนนับตั้งแต่ มกราคม 60 เป็นต้นไป ว่าจะสามารถดำเนินการได้สำเร็จหรือไม่ ล่าสุดกลุ่มโอเปคเริ่มดำเนินการแจ้งลูกค้าถึงการปรับลดปริมาณน้ำมันดิบที่ส่งออกลงโดยเฉลี่ยร้อยละ 5 ในเดือนมกราคม และรัฐบาลรัสเซียได้บรรลุข้อตกลงเบื้องต้นกับบริษัทน้ำมันในประเทศแล้วสำหรับข้อตกลงการปรับลดกำลังการผลิต

- ตัวเลขเศรษฐกิจที่น่าติดตามในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ดัชนีสัญญาการซื้อขายที่รอปิดการขายสหรัฐ และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานสหรัฐ


สรุปสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์ที่ผ่านมา (19 – 23 ธ.ค. 59)

ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสในสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับเพิ่มขึ้น 1.12 ดอลลาร์ ปิดที่ 53.02 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับลดลง 0.05 ดอลลาร์ ปิดที่ 55.16 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันดิบดูไบปิดเฉลี่ยอยู่ที่ 52 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังได้รับแรงกดดันจากปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ สำหรับสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 16 ธ.ค. ที่ปรับเพิ่มขึ้นราว 2.3 ล้านบาร์เรลต่อวัน สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ ประกอบกับ ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบในลิเบียที่มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นหลัง หลังท่อขนส่งน้ำมันดิบจากแหล่งน้ำมันดิบ El Sharara และ El Feel กลับมาดำเนินการอีกครั้ง อย่างไรก็ดี ราคาน้ำมันดิบยังได้รับแรงหนุนจากการที่บริษัทน้ำมันทุกบริษัทในรัสเซีย รวมถึง Rosneft บรรลุข้อตกลงที่จะปรับลดปริมาณการผลิต เพิ่มความเป็นไปได้ที่รัสเซียจะสามารถลดกำลังการผลิตตามข้อตกลงในวันที่ 10 ธ.ค.

                                   -----------------------------------------------------

ที่มา : บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร.02-797-2999