ททท.คาดแนวโน้มรายได้ท่องเที่ยวปีนี้ผงาด 2.5 ล้านล้านบาท คาดรายได้นักท่องเที่ยวต่างชาติแตะ 1.65 ล้านล้านบาท ชูตลาดจีนโกย 4 แสนล้านบาท
นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า ททท.ได้จัดทำพยากรณ์เศรษฐกิจการท่องเที่ยว ประเมินแนวโน้มจำนวนและรายได้การท่องเที่ยวตลอดปี 2559 นี้ โดยประเมินจากสถิตินับตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.- 14 ธ.ค. 2559 ควบคู่กับการนำข้อมูลการจองล่วงหน้า (ฟอร์เวิร์ดบุคกิ้ง) ประกอบกับพิจารณาร่วมกับปัจจัยบวกและลบทั้งในและต่างประเทศ มาประมวลผลร่วมกันพบว่า ไทยมีโอกาสสร้างรายได้รวมกว่า 2.5 ล้านล้านบาท เติบโตกว่า 11.3% เทียบกับปี 2558
โดยแบ่งเป็นรายได้จากตลาดต่างประเทศ 1.65 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.4% ซึ่งเป็นการเติบโตที่มากกว่าเชิงปริมาณที่คาดว่าจะอยู่ที่ราว 9.15% เป็น 32.6 ล้านคน นับว่าเป็นไปตามกลยุทธ์การยกระดับการใช้จ่ายนักท่องเที่ยวต่อหัวมากขึ้น แทนการมุ่งเน้นเชิงจำนวน เพราะหากพิจารณาค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อหัวของชาวต่างชาติในปีนี้ พบว่าจะเติบโตได้ราว 4% จาก 4.8 หมื่นบาท/คน/ทริป เป็น 5 หมื่นบาท/คน/ทริป
สำหรับตลาดในประเทศตลอดปีนี้ คาดว่าจะมีรายได้รวมกว่า 8.66 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.8% โดยมีจำนวนนักท่องเที่ยวราว 145 ล้านคน/ครั้ง เติบโตราว 4.3% สร้างรายได้เหนือกว่าเป้าหมายที่ ททท.ตั้งไว้ที่ 8.5 แสนล้านบาท สาเหตุที่ยังขยายตัวท่ามกลางปัจจัยลบในช่วงไตรมาสสุดท้ายที่กำลังซื้อชะลอตัวไปในช่วงการแสดงความอาลัยนั้น เป็นเพราะได้บรรยากาศการจับจ่ายที่เพิ่มขึ้นผ่านมาตรการลดหย่อนภาษีด้านท่องเที่ยวที่ทยอยออกมาหลายระลอก รวมมูลค่าการใช้จ่ายที่นำมาลดหย่อนได้กว่า 4.5 หมื่นบาท และยังมีมาตรการลดหย่อนภาษีช้อปช่วยชาติในช่วงครึ่งหลังของเดือน ธ.ค.ที่เป็นการกระตุ้นทางอ้อมระหว่างการท่องเที่ยวด้วย โดยเฉพาะผลในเชิงจิตวิทยาที่ทำให้คนมั่นใจในการใช้สอยเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ประมาณการ การใช้จ่ายของคนไทยตลอดปีนี้เพิ่มจาก 4,338 บาท/ทริป เป็น 4,465 บาท/ทริป หรือเพิ่มขึ้นราว 3%
ทั้งนี้ ประเมินว่าแนวโน้มดังกล่าวมีความเป็นไปได้ เนื่องจากตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-14 ธ.ค.2559 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาแล้วกว่า 30.7 ล้านคน ขยายตัว 9.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และการเดินทางขาเข้าที่สนามบินสุวรรณภูมิ ในเดือน ธ.ค.ยังสูงเฉลี่ยถึง 8-9 หมื่นคนต่อวัน ยังไม่รวมการเดินทางผ่านช่องทางอื่นๆ และในวันที่ 17 ธ.ค.ที่ผ่านมา ททท.ได้จัดพิธีต้อนรับนักท่องเที่ยวคนที่ 31 ล้านคนที่สนามบินสุวรรณภูมิด้วย หลังจากที่ 5 ธ.ค.ที่ผ่านมา เพิ่งต้อนรับนักท่องเที่ยวคนที่ 30 ล้าน
นายยุทธศักดิ์ กล่าวด้วยว่า แนวโน้มรายได้ตลาดจีนปีนี้ยังมีโอกาสทำได้สูงเป็นสถิติ 4.4 แสนล้านบาท หรือเติบโตกว่า 15% และมีจำนวนกว่า 8.79 ล้านคน เพิ่มขึ้น 10% ซึ่งเป็นผลมาจากการดำเนินการจัดระเบียบธุรกิจนำเที่ยวและมุ่งเน้นเพิ่มรายได้ต่อหัวของนักท่องเที่ยว ในช่วงไตรมาสสุดท้ายยอมรับว่าแม้จะกระทบต่อจำนวนนักท่องเที่ยว แต่ด้วยการส่งเสริมตลาดในช่วงเดือน ธ.ค.ร่วมกับบริษัทนำเที่ยวและสายการบินที่มีเที่ยวบินประจำ (Scheduled Flight) ทำโปรโมชั่นทั่วประเทศ จึงกระตุ้นตลาดเดินทางด้วยตัวเอง (FIT) ให้ช่วยอุดรอยรั่วได้ระดับหนึ่ง ส่งผลให้สถิตินักท่องเที่ยวจีนสะสมตั้งแต่ 1 ม.ค.-14 ธ.ค.2559 มีจำนวนถึง 8.4 ล้านคนแล้ว หรือเติบโตราว 11.2% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่รายได้สะสมตั้งแต่ ม.ค.-ต.ค.ทำได้แล้ว 3.8 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นราว 21.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนทำไว้ 3.2 แสนล้านบาท
รายได้จากตลาดจีนที่เพิ่มขึ้นนั้น ส่วนหนึ่งมาจากการยกระดับราคาแพ็คเกจทัวร์ให้มีมาตรฐาน และทำให้ราคาเฉลี่ยแบบศูนย์เหรียญเดิมที่เคยเห็นต่ำสุด 600 หยวน (3,000 บาท) ซึ่งในความเป็นจริงยังไม่ครอบคลุมค่าตั๋วเครื่องบินด้วยซ้ำ สามารถปรับราคาขึ้นเป็น 6,000-7,000 หยวน (ราว 3 – 3.5 หมื่นบาท) และแม้ว่าจะไปเฉลี่ยใกล้เคียบกับญี่ปุ่น แต่จากการตรวจสอบกับบริษัทนำเที่ยวและนักท่องเที่ยวผ่านการลงไปทำตลาดหลายครั้ง รวมถึงครั้งล่าสุดที่เยือนปักกิ่งร่วมกับรองนายกรัฐมนตรี ไทยยังเป็นจุดหมายที่มีความได้เปรียบพื้นฐานทั้ง 3 เรื่องสำคัญได้แก่ มีหาดทรายชายทะเลที่นิยมมากกว่า, ชาวจีนนิยมอาหารไทยสูงกว่า และมีแหล่งชอปปิงที่ตรงกับความต้องการตลาดจีนกว่า
อย่างไรก็ตามเพื่อช่วยบรรเทาปัญหาที่ผู้ประกอบการทัวร์ไทยบางส่วนอาจยังไม่มีความมั่นใจในการทำตลาด ททท.จึงเตรียมดำเนินการจัดทำลิสต์รายชื่อบริษัททัวร์คุณภาพและเปิดให้ผู้ประกอบการเข้ามาลงทะเบียน และจะช่วยประสานนำเสนอรายชื่อให้บริษัทนำเที่ยวทั้งระบบในจีนรับทราบ เพื่อป้องกันปัญหาทีทั้งสองฝ่ายต่างมีความกังวลว่าจะไปเกี่ยวข้องเครือข่ายชองบริษัทที่ผิดกฎหมาย และหากบริษัททัวร์รายใดมีประวัติในการให้บริการที่ดี ก็เตรียมมาตรการส่งเสริมด้วยการให้ประกาศนียบัตรเชิดชูผลงาน ซึ่งจะวัดผลโดยรับฟังความคิดเห็นจากคู่ค้าในจีนเป็นหลัก
ด้านนายอิทธิฤทธิ์ กิ่งเล็ก ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) กล่าวว่า มั่นใจว่าขณะนี้รายได้ท่องเที่ยวของไทยน่าจะเกินเป้าหมาย 2.4 ล้านล้านบาทที่ตั้งไว้แน่นอนแล้ว และต้องประเมินเหตุการณ์อย่างใกล้ชิดว่าจะทำได้ถึง 2.5 ล้านล้านบาทหรือไม่








