วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘นิตยสาร’เร่งปรับตัวเชื่อมดิจิทัลฟื้นรายได้

นิตยสาร หนึ่งในสื่อหลักที่ได้รับผลกระทบจากการเข้ามาของ “สื่อใหม่” และพฤติกรรมการติดตามข้อมูลข่าวสารเปลี่ยนแปลงไป

ส่งผลให้ต้องปรับแผนงานเพื่อความอยู่รอด โดยเฉพาะการหารายได้จากสื่อใหม่ และธุรกิจใหม่ เช่น อีเวนท์ และกิจกรรมเสริมที่เชื่อมโยงกับหัวเล่มนิตยสาร

 เอกสิทธิ์ โชติภักดีตระกูล ประธานบริษัท มีเดีย ทรานส์เอเชีย ไทยแลนด์ จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายนิตยสารไทยและต่างประเทศ เช่น เมนส์เฮลธ์, กอล์ฟ ไดเจสท์ กล่าวว่าตลาดรวมนิตยสารปี 2560 มีทิศทางปรับตัวดีขึ้น เพราะเชื่อว่าผ่านพ้นจุดต่ำสุดในปีนี้แล้ว  เช่นเดียวทิศทางนิตยสารต่างประเทศ เช่น สหรัฐ รัสเซีย อังกฤษ ที่ปรับตัวดีขึ้น และในส่วนของบริษัทลูกค้าเริ่มกลับมาใช้งบโฆษณากับนิตยสารในเครือ  

นอกจากนี้ พบว่าลูกค้าบางส่วนที่ใช้ดิจิทัลแล้วไม่ตอบโจทย์ หรือช่องทางดิจิทัลหลากหลายเกินไป บางเว็บไซต์ไม่มีความน่าเชื่อถือ ก็จะเริ่มปรับแผนกลับมากระจายงบโฆษณาในสื่อดั้งเดิมบ้าง เพราะมีกระบวนการผลิต ควบคุม และตรวจสอบคอนเทนท์ที่มีความน่าเชื่อถืออยู่มาก

“ลูกค้าที่ต้องการสร้างการรับรู้แบรนด์ เริ่มมองว่าสื่อสิ่งพิมพ์ก็ยังเป็นสื่อที่ไม่สามารถตัดงบฯออกไปได้ หรือแม้กระทั่งแบรนด์ใหม่ๆที่อยากสร้างแบรนด์ ก็อยากที่จะลงงบฯในสื่อที่มีความน่าเชื่อถือ”

โหมขายโฆษณาออนไลน์

ทั้งนี้ปีหน้าบริษัทวางแผนจะใช้กลยุทธ์การตลาดแบบ 360 องศา โดยจะเพิ่มการขายโฆษณาในสื่อดิจิทัล ซึ่งยังมีคอนเทนท์นิตยสารชั้นนำในเครือรวมกว่า 10 หัว และยังมีคอนเทนท์ออนไลน์ เล่มอื่นๆ รวมถึง “เซเว่นทีน” ที่แม้ว่าปิดตัวไปแล้วแต่ยังมีฐานผู้ติดตามในเฟซบุ๊คไม่ต่ำกว่า 1 แสนราย ทั้งนี้ จะจัดกิจกรรม และอีเวนท์ที่เชื่อมโยงกับแบรนด์ของนิตยสารในเครือ เฉลี่ยเดือนละ 2-3 งาน

“มีทีวีดิจิทัล 2- 3 ช่อง เข้ามาเจรจาซื้อคอนเทนท์นิตยสาร เพราะคอนเทนท์นิตยสารมีความน่าเชื่อถือสูง และเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้ธุรกิจนี้อยู่รอดได้”

สำหรับภาพรวมปีนี้ รายได้ลดลงกว่า 20% แต่ปีหน้าตั้งเป้าโต 25% มีสัดส่วนรายได้จากนิตยสาร 70% ออนไลน์ 15% และอีเวนท์ 15% ส่วน

ปี 60 ยังต้องปรับตัว

 วิโรจน์ วชิรเดชกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทรี แดนซ์ พับลิชชิ่ง จำกัด กล่าวว่า ปีนี้มีนิตยสารทั้งหัวเล็กและใหญ่ทยอยปิดตัว  รวมถึงนิตยสารในเครือคือ อิมเมจ ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการเข้ามาของสื่อดิจิทัล ส่วนปีหน้านิตยสารจะยังเดินหน้าปรับตัวเพื่อความอยู่รอด และอาจมีบางเล่มประกาศปิดตัวเพิ่มเติมเพราะไม่มีโฆษณา

แต่แม้ว่าบริษัทปิดตัวนิตยสารอิมเมจ แต่ยังคงดำเนินงานในสื่อออนไลน์ของ อิมเมจ ต่อเนื่อง โดยมีแฟนเพจเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 1.3 ล้านราย ขณะที่ช่วงปิดตัวนิตยสารเมื่อต้นปีมี 7 แสนราย

ปัจจุบันบริษัทมีสื่อออฟไลน์ ประกอบด้วย แม็กซิม, แอดทิจูด และมาดาม ฟิกาโร วางขายตามแผงหนังสือ และบนเครื่องบินแอร์เอเชีย รวมถึงมีออนไลน์ ที่มีฐานแฟนคลับจากนิตยสารปัจจุบันและนิตยสารที่ได้ปิดตัวไป รวม 6 หัว ทั้งเฟซบุ๊ค และอินสตาแกรมกว่า 3 ล้านราย

จัดทัพสื่อ- บุคลากรดิจิทัล

 ปีหน้าบริษัทจะจัดทัพสื่อในเครือ โดยจะจัดสรรงบลงทุนในสื่อดิจิทัล และเพิ่มบุคลากรด้านดิจิทัลมากขึ้น เพื่ออัพเดทคอนเทนท์ให้ได้ปริมาณที่มากกว่าการอัพเดทข้อมูลทั่วไปโดยสัดส่วนบุคลากรด้านดิจิทัลจะเพิ่มสุดส่วนจาก 10% เป็น 70% นอกจากนี้จะอบรมให้เข้าใจการอัพเดทคอนเทนท์ การพัฒนาช่างยภาพนิ่ง มาถ่ายภาพเคลื่อนไหว มากขึ้น

ภาพรวมบริษัทปีนี้ ติดลบ ส่วนปีหน้าต้องดูว่างบโฆษณาในตลาดรวมสื่อจะมีทิศทางเป็นอย่างไร และจะมีปัจจัยการแข่งขัน และปัจจัยกดดันอื่นหรือไม่ แต่คาดหวังว่าจะทรงตัว หรือไม่ขาดทุนไปมากกว่านี้ เพราะจะเริ่มขยายโอกาสเติบโตจากงานดิจิทัล ที่ได้เตรียมความพร้อมไว้ โดยคาดว่าจะมีสัดส่วนรายได้จากดิจิทัล 70% อีเวนท์ 20% และออฟไลน์ 10% จากเดิมเมื่อ 2 ปีก่อนรายได้จากออฟไลน์ 85% ดิจิทัล 10% และอื่นๆ อีก 5%