ที่สุดแห่งการลงทุนอันหอมหวาน
ประเด็นการลงทุน
เราเริ่มต้นคำแนะนำ ซื้อ AU ด้วยราคาเป้าหมาย 9.0 บาทด้วยวิธีคิดลดกระแสเงินสด ซึ่งยังไม่รวมโอกาสในการปรับประมาณการขึ้นจากการเติบโตของ Maygori (ร้านขนมหวานแบรนด์ที่สองของบริษัท) และธุรกิจการรับจ้างผลิต (OEM) ราคาหุ้น ณ IPO ที่ 4.50 บาท/หุ้น ถือว่าถูกมาก เนื่องจากคิดเป็น PER ปี 2560 ที่ 23.2 เท่า ต่ำกว่ากลุ่ม 15% และเทียบได้กับ PEG ปี 2560 ที่ต่ำมากเพียง 0.6 เท่า เราจึงเชื่อว่าราคาที่เหมาะสมของ AU ควรจะสูงกว่ากลุ่ม (ราคาเป้าหมายของเราเทียบเท่ากับ PER ปี 2560 ที่ 47.4 เท่า และ PEG ปี 2560 ที่ 1.3 เท่า) ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มการเติบโตแรงของกำไรที่สูงมากในช่วงปี 2560-2561 (ทั้งนี้เราคาดว่าอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีอยู่ที่ 32% แม้รวมหุ้นใหม่จาก IPO แล้ว) ซึ่งโดดเด่นที่สุดในกลุ่มซึ่งอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีอยู่ที่ 18%
ที่สุดของนวัตกรรมร้านขนมหวานในประเทศไทย
เป็นเวลากว่า 10 ปีที่ AU ได้พิสูจน์ถึงความสำเร็จในแง่ของร้านขนมหวานระดับพรีเมี่ยมภายใต้ชื่อแบรนด์ After you จากเมนูยอดนิยมอย่างทั้ง Honey toasts และ Kakigori (น้ำแข็งใส, ซึ่งเปิดตัวใหม่ในช่วงครึ่งหลังของปี 2558) ทำให้เราเชื่อว่าอัตราการเติบโตของยอดขายสาขาเดิม (SSSG) จะสูงถึง 16% ในปี 2559 แสดงให้เห็นถึงความเป็นผู้นำของกลุ่ม ประกอบกับอัตรากำไรสุทธิที่แข็งแกร่งที่ 17% ในช่วงเดือน ม.ค. – ก.ย. 2559 (สูงที่สุดในกลุ่ม) ทำให้เรามีมุมมองเชิงบวกมากขึ้นกว่าในบทวิเคราะห์ IPO ของเรา ( 23 พ.ย. 2559) โดยเราคาดว่าการเติบโตของกำไรหลักเฉลี่ยต่อปี ในช่วงปี 2559-2561 จะสูงถึง 32% (เติบโต 80% ในปี 2559, 36% ในปี 2560 และ 28% ในปี 2561) และการเติบโตหลักของกำไรสุทธิต่อหุ้น อยู่ที่ 39% ในปี 2559, 36% ในปี 2560 และ 28% ในปี 2561 โดยปัจจัยการเติบโตมาจากอัตราการเติบโตของยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ที่แข็งแกร่ง (16% ในปี 2559, 8% ในปี 2560 และ 5% ในปี 2561) และการขยายสาขา จากอัตรากำไรสุทธิที่สูงสุดในกลุ่ม เราจึงกำหนดให้เติบโตเพียงแค่ 10 bps ต่อปี
เติบโตแรงจากการขยายสาขา
AU ยังอยู่ในช่วงแรกของการเติบโต และยังมีโอกาสในการขยายสาขาอีกมาก โดย ณ สิ้นปี 2559 โดย AU จะมีสาขาเพียง 20 สาขา ในย่านศูนย์กลางธุรกิจในกรุงเทพฯ (ร้าน After You 20 สาขา และร้าน Maygori 2 สาขา) โดยจากอัตราการเจาะตลาดที่ต่ำและความเชี่ยวชาญในการเปิดสาขาในห้างสรรพสินค้า เราเชื่อว่า AU ยังมีโอกาสอีกมากที่จะขยายสาขาไปยังพื้นที่นอกกรุงเทพฯ รวมถึงเมืองใหญ่ๆในต่างจังหวัดของไทย โดยบริษัทมีแผนขยายสาขาอย่างรวดเร็วให้มี 30 สาขาภายในสิ้นปี 2561
จากโฮมเมดสู่ระบบครัวกลาง
ในช่วงต้นปี 2559 AU เริ่มใช้ระบบการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานแบบครบวงจร (Supply chain management) ซึ่งเป็นปัจจัยสู่ความสำเร็จของธุรกิจร้านขนมหวาน โดยโรงครัวกลางใหม่ (พื้นที่รวม 5,000 ตร.ม.) ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมสินสาคร โดยครัวกลางใหม่จะช่วยยกระดับมาตรฐานการผลิตให้แก่ผลิตภัณฑ์ AU , รักษาอัตรากำไรขั้นต้นที่สูงอย่างต่อเนื่อง, เพิ่มกำลังการผลิตรองรับการเติบโตในอนาคต และเพิ่มโอกาสในการขยายไปทำธุรกิจ OEM
ธุรกิจใหม่จะต่อยอดการเติบโตในอนาคต
เรายังไม่ได้นำโอกาสในการเติบโตของกำไรจากธุรกิจใหม่ทั้งสองธุรกิจ (Maygori และ ธุรกิจ OEM) มารวมในคาดการณ์ของเรา เนื่องจากร้าน Maygori เป็นแบรนด์ที่พึ่งเปิดใหม่ โดยมีเพียง 2 สาขาเท่านั้น ส่วนธุรกิจ OEM และการขยายธุรกิจ Catering หรือรับจัดเลี้ยงนอกสถานที่ยังไม่ชัดเจน ในกรณีที่ดีที่สุด หากร้าน Maygori ประสบความสำเร็จและเริ่มเปิดสาขาเพิ่มขึ้นเทียบเท่ากับ After You และ หากรายได้ธุรกิจ OEM ที่เริ่มเห็นได้อย่างชัดเจน เราคาดว่ามูลค่าหุ้นจะเพิ่มขึ้นได้อีก 747 ล้านบาท หรือคิดเป็น 1 บาทต่อหุ้น (เพิ่มขึ้น 11%)





