วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

SAPPE - ซื้อ

ขายบริษัทย่อยในอินโดฯ ช่วยลดภาระระยะยาว

ประเด็นการลงทุน

คาดการที่บริษัทขายบริษัท PT. Sappe Indonesia บริษัทจะได้ผลบวกถึง 2 ทาง ได้แก่ 1) คาด 4Q16 นี้บริษัทมีโอกาสบันทึกกำไรพิเศษจากการขายครั้งนี้ หนุนให้ 4Q16 บริษัทอาจมีกำไรสุทธิสูงถึง 100 ล้านบาท มากกว่าที่ตลาดคาด 2) คาดปีหน้าบริษัทจะมีกำไรดีขึ้นจากการที่ไม่ต้องรับภาระขาดทุนจากบริษัทย่อยในอินโดฯ เนื่องจาก PT. Sappe Indonesia ยังคงมีผลประกอบการที่ขาดทุน ดังนั้นเราปรับกำไรหลักปี 2017 ขึ้นเป็น 460 ล้านบาท คาดเติบโต 21% และปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 38 บาท (อิง P/E 25 เท่า เทียบค่าเฉลี่ยในอดีต +0.25SD คาดในช่วงกำไรขาขึ้น และเริ่มเข้า high season ในช่วง 1H17 ราคาหุ้นจะเทรดเหนือค่าเฉลี่ยฯได้) และปรับคำแนะนำขึ้นเป็น “ซื้อ”

บริษัทแจ้งการขายบริษัทย่อยในอินโดฯ

บริษัทขายเงินลงทุนในบริษัท PT. Sappe Indonesia ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่บริษัทฯ ถือหุ้นในสัดส่วน 51% ของทุนจดทะเบียน จำนวน 2,550 หุ้น ให้กับ 1. PT. Arka Gega (จำนวน 2,449 หุ้น) 2. Mr. Ignatius Eka Sulistiyo (จำนวน 50 หุ้น) 3. นายอดิศักดิ์ รักอริยะพงศ์ (จำนวน 1 หุ้น) ในราคารวม 82 ล้านบาท โดยมูลค่าสินทรัพย์สุทธิของ PT. Sappe Indonesia ณ วันที่ 30 กันยายน 2559 มีมูลค่าเท่ากับ 50 ล้านบาท

โดยสาเหตุในการขายเป็นเพราะผู้ถือหุ้นในประเทศอินโดนีเซียได้เสนอซื้อหุ้นสามัญทั้งหมด มีวัตถุประสงค์เพื่อความคล่องตัวในการบริหารจัดการที่สูงขึ้น อย่างไรก็ดีบริษัทได้สิทธิในการซื้อหุ้นกลับในอนาคต และPT. Sappe Indonesia ยังคงทาหน้าที่เป็นผู้นาเข้าและผู้จัดจาหน่ายอย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวตามแผนธุรกิจเดิมต่อไป โดยไม่ได้มุ่งเน้นการทาธุรกิจหรือสินค้าของบุคคลอื่น

คาดมีกำไรพิเศษในระยะสั้น และไม่ต้องแบกรับขาดทุนระยะยาว

คาดการขายกิจการครั้งนี้จะหนุนให้บริษัทมีกำไรพิเศษบันทึกเข้ามาในช่วง 4Q16 ราว 25 ล้านบาท ซึ่งเมื่อรวมกับกับไรหลักที่เราคาดราว 75 ล้านบาท คาดกำไรสุทธิ 4Q16 จะสูงถึง 100 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 173%YoY และ 7%QoQ) นอกจากนี้เรามองว่าการขายกิจการครั้งนี้เป็นผลดีเนื่องจากในปี 2015 PT. Sappe Indonesia มีผลขาดทุนราว 50 ล้านบาท และปี 2016 นี้คาดขาดทุนราว 20 ล้านบาท จากภาระค่าใช้จ่ายด้านการตลาด ดังนั้นเรามองว่ากำไรในปีถัดๆไปจะเพิ่มขึ้นเพราะบริษัทไม่ต้องแบกรับภาระขาดทุนของ PT. Sappe Indonesia อีกต่อไป *ประมาณการกำไรพิเศษภายใต้สมมติฐาน ราคาขาย 82 ล้านบาท หักมูลค่าสินทรัพย์สุทธิ 50 ล้านบาท และหักภาษี 20% ซึ่งยังต้องรอความชัดเจนจากผู้สอบบัญชีฯ*

ปรับกำไรขึ้นสะท้อน แนวโน้มระยะยาวที่สดใสขึ้น

เราปรับประมาณการกำไรปี 2016-17 ขึ้น 5% และ 8% เป็น 403 และ 460 ล้านบาท ตามลำดับ ภายใต้สมมติฐาน 1) บริษัทได้กำไรพิเศษจากการขายหุ้น PT. Sappe Indonesia จำนวน 25 ล้านบาท ใน 4Q16 และ 2) ปรับประมาณการอัตรากำไรขั้นต้นในปี 2017 เป็นต้นไปขึ้นเป็น 43% (จากเดิม 42%) อิงจากค่าเฉลี่ย 9M16 ที่บริษัททำได้ 43% เพราะควบคุมต้นทุนได้ดีกว่าคาด 3) ปรับประมาณการ SG&A/Sales ลง 50 bps เพราะคาดบริษัทไม่ต้องรับค่าใช้จ่ายการตลาดในอินโดฯ